ท.ร.1/1 เอกสารยืนยันตัวตนชิ้นแรกของชีวิต

เรื่องโดย จันทราภา จินดาทอง ในพื้นที่ชายขอบประเทศอย่างอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก เด็ก ๆ ที่คลอดในโรงพยาบาลชุมชนเพียงแห่งเดียวซึ่งเปิดบริการเป็นโรงพยาบาล 10 เตียงครั้งแรก เมื่อ 27 พฤศจิกายน 2527 จะได้รับหนังสือรับรองการเกิด ทร.1/1 ซึ่งเป็นเอกสารที่ติดอยู่กับสมุดฝากครรภ์ของคุณแม่ หลังคลอดพยาบาลผู้ทำคลอดจะเขียน ทร.1/1 ด้วยลายมือเพื่อนำไปให้สำนักทะเบียนอำเภอจัดทำสูติบัตรให้เด็ก การจัดเก็บสำเนา ทร.1/1 ของโรงพยาบาลอุ้มผางเท่าที่ปรากฏมีเอกสารในปัจจุบันเริ่มมาตั้งแต่ปี 2541 (แต่ไม่ครบทุกคน) บางฉบับแม้จะมีสำเนาอยู่แต่ก็ลบเลือนไปตามกาลเวลา ผู้เขียนเริ่มทำงานในหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์งานประกันสุขภาพ โรงพยาบาลอุ้มผาง ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2553 ด้วยความที่เป็นคนคลุกคลีกับงานสถานะบุคคลมาเป็นเวลานานพอสมควร จึงเห็นความสำคัญของ ทร.1/1 ว่า บุคคลที่มีปัญหาสถานะ การมีเอกสารแสดงตนแม้จะเป็นเพียงหนังสือรับรองการเกิดแค่ชิ้นเดียวก็มีความหมายมากมายกับคนเหล่านี้ เพราะมันเป็นเอกสารที่รับรองถึงจุดเกาะเกี่ยวระหว่างเด็กคนหนึ่ง ๆ กับสถานที่ที่เขาเกิด และสามารถนำไปสู่การพัฒนาสถานะบุคคลในอนาคต ต่อมาเมื่อทราบข่าวว่าองค์การยูนิเซฟร่วมกับสำนกับริหารการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย สำนักงานหลักประกันสุขภาพและกระทรวงสาธารณสุข มีโครงการระบบการให้บริการหนังสือรับรองการเกิด (ท.ร.1/1) ออนไลน์  ผู้เขียนรู้สึกสนใจและขออาสาร่วมเป็นหนึ่งในโรงพยาบาล่นำร่องของโครงการนี้ โรงพยาบาลอุ้มผางเริ่มใช้งานระบบให้บริการท.ร.1/1 ออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2553 โดยให้งานประกันสุขภาพเป็นผู้รับผิดชอบซึ่งน่าจะแตกต่างจากโรงพยาบาลอื่นที่กำหนดให้ฝ่ายการพยาบาลสูตินรีเวชกรรมมีหน้าที่ออก ท.ร.1/1 ในช่วงแรกที่รับผิดชอบงานนี้Continue reading “ท.ร.1/1 เอกสารยืนยันตัวตนชิ้นแรกของชีวิต”

เปิดบันทึกย่อวงพูดคุย “สถานการณ์อัฟกานิสถานผลกระทบต่อสามจังหวัดชายแดนใต้ 19 ส.ค. 2564”

หมายเหตุ: บทสนทนานี้เกิดจากการแลกเปลี่ยนพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ และเห็นว่าเป็นประโยชน์จึงนำมาเผยแพร่ ขอขอบคุณ อ.อับดุลสุโก ดินอะ ผศ.ดร.มาโนชญ์ อารีย์ มารุฟ อิบบาฮิม อ.อสมา มังกรชัย อัญชนา หีมมิน๊ะ และนูรอาซีกิน ยูโซ๊ะ บันทึกโดย พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ เรียบเรียงโดย อิชย์อาณิคม์ ชิตวิเศษ ความเดิมตอนที่แล้ว เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ที่สามจังหวัดชายแดนใต้มีการละหมาดฮายัต (ละหมาดเพื่อขอให้พ้นภัย) เมื่อตอนที่ทหารอเมริกันและพันธมิตรบุกยึดอัฟกานิสถาน จึงเห็นว่าตอนนี้มีการปฏิกริยาที่สนับสนุนตาลีบัน และกระแสต่อต้านที่อาจจะเกินจริงจากสถานการณ์ปัจจุบัน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้มีประสบการณ์การทำงานที่ดีจะลดอุณหภูมิความขัดแย้งตลอดมา มีการพูดคุย สานเสวนา กับพื้นที่กลาง ปลอดภัยโดยทำอย่างไรให้การเห็นต่างมีพื้นที่ โดยไม่ใช้ความรุนแรง  การนำเสนอวงเสวนาภายใต้เจตนารมณ์อิสลาม (หลักการศาสนา) ทางการเมือง และสิทธิมนุษยชน ทั้งสองสิ่งนี้จึงมีทั้งจุดร่วมและจุดต่าง ชายแดนใต้ กับสิ่งที่ประกอบสร้างความเป็นสังคมมุสลิมปาตานี สังคมและความเชื่อของชาวมุสลิมชายแดนภาคใต้ มีหลายกลุ่ม อย่างน้อยแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ในบริบทปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในอัฟกานิสถานและก็ยังคงเป็นอยู่ในปัจจุบัน คือ 1) กลุ่มที่นิยมความรุนแรงในการแก้ปัญหา 2) กลุ่มที่เห็นใจกับสถานการณ์ในอัฟกานิสถานContinue reading “เปิดบันทึกย่อวงพูดคุย “สถานการณ์อัฟกานิสถานผลกระทบต่อสามจังหวัดชายแดนใต้ 19 ส.ค. 2564””

ถึงเวลาถอดบทเรียนกรณีครอบครัวตามี่ เพื่อคนในสถานการณ์เดียวกัน

เรื่องโดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร ผู้เขียนได้รับการร้องขอ[1] จากคุณวิวัฒน์ ตามี่ ชาวเขาคนสำคัญในภาคประชาสังคมของประเทศไทย ซึ่งถูกถามจากคณะกรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า[2] เขามีสถานะคนสัญชาติไทยโดยการเกิดหรือไม่ ทั้งนี้เพราะว่า เขาสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้วยว่า ผู้ทรงสิทธิรับการสรรหา จะต้องมีสิทธิและสถานะของคนสัญชาติไทยโดยการเกิด ในทันทีที่เห็นคำร้องขอความช่วยเหลือทางกฎหมาย ผู้เขียนก็ตระหนักว่า ปัญหาหนึ่งที่เคยคิดว่าจะต้องเกิดได้เกิดขึ้นมากขึ้นและถี่ขึ้น นั่นก็คือปัญหาการตกหล่นจากทะเบียนคนเกิดในทะเบียนราษฎรของเหล่าชาวเขาดั้งเดิมของประเทศไทย ซึ่งอาจจะตกหล่นจากทะเบียนคนอยู่ด้วยหรือไม่ก็ได้ หรือถูกบันทึกผิดในทะเบียนคนอยู่ด้วย หรือไม่ก็ได้ ผู้เขียนจึงทำความเห็นทางกฎหมายเพื่อรับรองสิทธิและสถานะของคนสัญชาติไทยโดยการเกิดให้แก่คุณวิวัฒน์ ตามี่ และคณะกรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็เห็นชอบว่า แม้ไม่มีสูติบัตรอันเป็นผลมาจากการจดทะเบียนคนเกิดฯ คุณวิวัฒน์ก็อาจทำความรับรองข้อเท็จจริงว่า เป็นคนสัญชาติไทยโดยการเกิด ดังหลายท่านที่เคยสมัครตำแหน่งนี้มาก่อนหน้า แต่ครั้งนี้ที่แตกต่างออกไป ก็คือคุณวิวัฒน์ยืนยันที่จะร้องขอจดทะเบียนคนเกิดฯ ย้อนหลัง ต่ออธิบดีกรมการปกครอง และขอดำเนินกระบวนการตามกฎหมายที่ตกหล่นไปตั้งแต่ พ.ศ.2509 ในเวลาที่คุณวิวัฒน์เกิด ในปี พ.ศ.2564 ณ สำนักทะเบียนอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ความมุ่งมั่นของคุณวิวัฒน์ที่จะทำการทดลองทางสังคมในทันทีที่ทราบว่า รัฐไทยมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะจดทะเบียนคนเกิดในทะเบียนราษฎรให้แก่มนุษย์ทุกคนที่เกิดในประเทศไทยในทุกกรณี อาจเป็นการจดทะเบียนคนเกิดฯ โดยพลันภายหลังการเกิดหรือการจดทะเบียนคนเกิดฯ ย้อนหลัง และไม่ว่าการจดทะเบียนคนเกิดฯ จะเกิดในเวลาใด ข้อเท็จจริงที่ชี้ว่า มนุษย์คนหนึ่งจะมีสิทธิและสถานะของคนสัญชาติไทย โดยการเกิดก็ขึ้นอยู่กับการมีจุดเกาะเกี่ยว “โดยการเกิด” กับประเทศไทย ไม่ขึ้นอยู่กับการมีอยู่หรือไม่ของเอกสารรับรองการเกิดที่มีชื่อว่า “สูติบัตร” ที่ออกโดยรัฐเจ้าของดินแดนที่มนุษย์คนนั้นเกิดContinue reading “ถึงเวลาถอดบทเรียนกรณีครอบครัวตามี่ เพื่อคนในสถานการณ์เดียวกัน”

เปิดหนังสือทนายความสิทธิฯ ยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุดและอัยการเพชรบุรี เพื่อขอเลื่อนนัดการส่งฟ้องคดีชาวบ้านบางกลอยต่อศาล

Preview(opens in a new tab) ที่ ศขช. 10/2564 16 สิงหาคม 2564 เรื่อง ขอเลื่อนนัดการส่งฟ้องคดีต่อศาล เรียน อัยการสูงสุด และอัยการจังหวัดเพชรบุรี อ้างถึง หนังสือร้องขอความเป็นธรรม ฉบับลงวันที่ 15 มิถุนายน 2564 สิ่งที่ส่งมาด้วย คำสั่งจังหวัดเพชรบุรี ที่ 1239/2564 ตามที่พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรีได้มีกำหนดนัดรายงานตัวเพื่อรับทราบคำสั่งส่งฟ้องคดีต่อศาล กรณี นายหน่อแอะ มีมิ กับพวกรวม 27 คน ในความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2563 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ในนัดที่ 2 ในวันที่ 14 สิงหาคม 2564 เวลา 10.00 น. โดยพนักงานอัยการเจ้าของสำนวนได้แจ้งว่า จะส่งฟ้องคดีต่อศาลในวันนัดดังกล่าว ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น ข้าพเจ้า นางสาวส.รัตนมณี พลกล้า และ/หรือContinue reading “เปิดหนังสือทนายความสิทธิฯ ยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุดและอัยการเพชรบุรี เพื่อขอเลื่อนนัดการส่งฟ้องคดีชาวบ้านบางกลอยต่อศาล”

“แจ้งเกิด” หมุดแรกของประชาชนไทย

เรื่องโดย ขวัญเรียม จิตอารีย์ การถือกำเนิดของคนเรานับเป็นเรื่องงดงามในชีวิต ยามที่ชีวิตน้อย ๆ ของคนคนหนึ่งได้ลืมตาดูโลก ได้เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่และได้สร้างชีวิตตามคิดฝัน แต่สำหรับใครหลายคนการถือกำเนิดของสมาชิกใหม่ไม่ใช้เรื่องง่าย เมื่อโลกที่รอรับมิได้เพียบพร้อมง่ายดายสำหรับพวกเขา “การแจ้งเกิด” เป็นความสัมพันธ์แรกของบุคคลกับรัฐที่จะยังผลไปสู่ความสัมพันธ์อื่นในฐานะพลเมืองของรัฐ อันครอบคลุมทุกเรื่องในชีวิตตั้งแต่เกิดจนถึงวันหลับตาลาโลก หากการเกิดคือการปักหมุดชีวิตการแจ้งเกิดก็คือการปักหมุดตัวตนอันมีสิทธิแห่งตนในฐานะพลเมืองของรัฐด้วยเช่นกัน จากข้อมูลของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กรกฎาคม 2563 ระบุว่า ประเทศไทยมีคนไร้สัญชาติที่ไม่ไร้รัฐจำนวน 539,696 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็กที่เป็นบุตรของชนเผ่าพื้นเมือง 36,943 คนกลุ่ม (อดีต) เด็กและเด็กนักเรียนในสถานศึกษาและคนไร้รากเหง้าจำนวน 82,154 คน และเด็กเกิดใหม่ที่ได้รับการจดทะเบียนการเกิดแต่ยังไม่สามารถกำหนดสถานะในสัญชาติได้จำนวน 87,291 คน ทั้งนี้ยังไม่รวมเด็กไร้รัฐในระบบโรงเรียนและนักเรียนรู้หัส G ของกระทรวงศึกษาอีกกว่า 90,000 คน และกลุ่มบุตรของแรงงานข้ามชาติที่ไม่สามารถพิสูจน์สัญชาติของประเทศต้นทาง ซึ่งยังไม่อาจทราบจำนวนได้แน่ชัด จากจำนวนของเด็ก ๆ ที่กล่าวมาย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่า พ่อแม่ผู้ปกครองของพวกเขาก็ยังอยู่ในบ่วงของปัญหานี้เช่นเดียวกัน แม้ว่าที่ผ่านมาทั้งภาครัฐ องค์กรเอกชน ภาคีความช่วยเหลือต่าง ๆ จะพยายามจัดการแก้ไขปัญหานี้มาอย่างยาวนาน แต่ปัญหาก็ไม่อาจสิ้นสุดลงได้ โดยเฉพาะกับคนชนเผ่าที่มีอยู่มากมายในประเทศไทย ซึ่งล้วนแต่ประสบปัญหาเรื่องสัญชาติ อันเป็นเหตุสู่ปัญหาอื่นที่ทยอยตามมา เช่น การถือครองที่ดิน การเข้าถึงทรัพยากรContinue reading ““แจ้งเกิด” หมุดแรกของประชาชนไทย”