Category Archives: report

“หลักการบริหารโครงการแบบเสริมพลัง “อาสาสมัคร” โดยบุษยรัตน์ กาญจนดิษฐ์

Download PPT: Slideconverted 13-14 Dec 2018CFLI-HighRes logo.jpg

เบื้องหลังการเป็น “วิทยากร” อบรมเรื่อง “หลักการบริหารโครงการแบบเสริมพลัง “อาสาสมัคร” : ความสำเร็จเริ่มต้นที่ต้นน้ำ เมื่อ 13-14 ธันวาคม 2561 ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ใน ต.แหลมโพธิ์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี download PowerPoint เรื่องนี้ในรูปเอกสาร (จำนวน 55 แผ่น) ได้ที่ท้าย status นี้นะคะ

(1) เมื่อนัก content เบื้องหลัง ต้องมาทำกระบวนการเบื้องหน้า

ระหว่างที่ฉันยืนถ่ายรูปอยู่หน้ามัสยิดกลาง จังหวัดปัตตานี เมื่อเช้า 14 ธันวาคม 2561 ฉันหวนนึกถึงวันที่ตนเองยืนถ่ายรูปหน้ามัสยิดกรือเซะ หลังเกิดเหตุการณ์สังหารหมู่เมื่อ 28 เมษายน 2547 ฉันจำไม่ได้แน่ชัดว่าวันเวลาใด แต่รู้ว่าในช่วงปี 2548-2549 ที่รอยเลือด รอยกระสุนยังอยู่

เป็น 12-13 ปีล่วงผ่านของชีวิตฉัน เป็น 14 ปีของความรุนแรงในพื้นที่แห่งนี้

13 ปีครั้งนั้น ฉันยังอายุไม่ถึง 30 ปี แต่ต้องลงไปทำงานบางเรื่องในพื้นที่กับครอบครัวที่ได้รับความสูญเสียจากความรุนแรง สายตาที่มองปรากฎการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ จึงมีแต่ความขึ้งโกรธ-เครียดแค้น-ตั้งคำถาม-ไม่สยบยอม กระทั่ง “ตาต่อตา-ฟันต่อฟัน” ด้วยซ้ำไป และมันก็ยังคงเป็นงานเชิงสงเคราะห์

มาวันนี้ฉันอายุ 41 (อาจถือได้ว่าเป็นรุ่นแม่ของเด็กบางคนที่มาเข้าร่วมอบรมด้วยซ้ำ) สายตาที่มองโลก-มองชีวิตจึงเปลี่ยนแปลงไป

เอาเข้าจริงแล้วสิ่งที่ฉันยืนหยัดในช่วงหลายปีหลังๆ คือ งาน content เพื่อเปลี่ยนแปลงหัวใจผู้คน ไปเปลี่ยนแปลงโลก มันได้ถูกพิสูจน์ให้ฉันเห็นบ่อยครั้งแล้ว ไม่มีอะไรที่ฉันต้องตั้งคำถามหรือเดินจากเส้นทางสายนี้

ดังนั้นฉันจึงเลือกทำงาน content อย่างหนักในหลายๆเรื่องอย่างกัดไม่ปล่อย เช่น ประเด็นแรงงาน

แน่นอนมันไม่ใช่งานวิชาการที่อาจารย์ในมหาวิทยาลัยทำ แต่มันคืองาน content เพื่อรับใช้กลุ่มเป้าหมายอย่างทันทีทันใด ภายใต้บริบทหนึ่ง ช่วงเวลาหนึ่ง พูดง่ายๆคือ งานจัดตั้งด้านข้อมูลนั้นเอง

ตอนที่ฉันได้รับโจทย์นี้ว่า “ต้องการให้ช่วยเสริมพลังอาสาสมัครที่ทำงานอยู่แล้วในพื้นที่ ให้มีพลังได้ทำงานต่อไป”

โจทย์นี้ไม่ง่ายเลย ท้าทาย และทำอย่างไรที่จะไม่ “ก้าวล่วง” ไปยังสิ่งที่อาสาสมัครเผชิญ

คนที่มาอบรมอายุเฉลี่ย 18-35 ปี

แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ถูกซ้อมทรมานอย่างหนักในค่ายและมากกว่า 1 ครั้ง และทุกวันนี้ยังคงถูกทหารติดตามอยู่ / กลุ่มที่คนในครอบครัวถูกใช้ความรุนแรงจัดการ / กลุ่มที่คนในครอบครัวได้รับผลกระทบจากความรุนแรง

บางคนเรียนจบแล้ว บางคนทำงานแล้วบ้าง เป็นพี่น้องมุสลิมทั้งหมด

แต่ทุกคนใกล้ชิดผู้เสียหายที่ได้รับผลจากความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ คือ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส

และเลือกมาทำงาน “พัฒนาสังคม” ในรูปแบบต่างๆ ในลักษณะของงานอาสาสมัคร (ไม่มีเงินเดือนประจำ มีเงินสนับสนุนทำโครงการบ้าง) ไม่ว่าจะเป็น

– การเยียวยาจิตใจเคสที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ลงพื้นที่พบปะครอบครัว

– การให้ความช่วยเหลือในกระบวนการยุติธรรม

– การทำงานกับเคสที่ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ

– การสร้างอาชีพแก่กลุ่มผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบ

ดังนั้นงานอบรมนี้จึงคือ ทำอย่างไรให้ภารกิจที่มีเพียง 2 วัน สร้าง “พลังเพื่อไปต่อ”

เมื่อฉันไม่ใช่คนทำกระบวนการ ฉันไม่ใช่กระบวนกร ฉันคือนัก content ที่สนุกกับงานเบื้องหลังมากกว่า

แต่ 2 วันนี้ต้องมายืนอยู่ข้างหน้าเพียงคนเดียว

และก็บอกใครก่อนไม่ได้ ว่าฉันมาปัตตานีทำไม มาทำอะไร เพื่อปกป้องความปลอดภัยให้น้องๆกลุ่มนี้

“มันจึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงชีวิตน้องๆ แต่มันคือการเปลี่ยนแปลงชีวิตพี่ไปตลอดกาล” ด้วยเช่นเดียวกัน

(2) “14 ปีของความรุนแรงชายแดนใต้ 14 ปีที่ผมก็เข้าร่วมอบรมไม่น้อย แต่ไม่เคยพบเจอคนอบรมอย่างพี่มาก่อนเลย ถ้าครั้งต่อไปผมรู้ว่าพี่ลงมาพื้นที่ ผมจะป่วยและจะไม่เข้าอบรมกับพี่เด็ดขาด สาระมากๆ สนุกมากๆ และก็แปลกมากๆ”

“พี่นี่เฮี้ยนจริงๆ ผมว่าทหารดุมากแล้ว พี่นี่ดุพอๆกับทหารเลย วิทยากรคนอื่นๆที่เคยมาอบรม เขาก็บรรยายไป ไม่ได้สนใจคนฟัง แต่พี่นี่ ดุทุกเรื่อง แทบกระดิกตัวไม่ได้เลย ผมว่าน่าจะเอากระจกมาตั้งตรงหน้าพี่นะครับ พี่จะได้เห็นหน้าตัวเองเวลาดุพวกผม”

น้องผู้ชาย 2 คนที่พูดประโยคนี้ เป็นกลุ่มที่ถูกซ้อมทรมานอย่างหนักในค่ายมาก่อน และเขาก็ไม่เคยรู้จักฉันมาก่อน เอาเข้าจริงทุกคนในห้องนี้ ต่างก็ไม่มีใครรู้จักฉันด้วยซ้ำว่าคือใคร

แต่ความไว้วางใจมันสำคัญ หากเราอยากทำงานยุติความรุนแรง เราต้องเริ่มจากความเสี่ยงไว้วางใจคนที่เราไม่รู้จัก

ฉันอยากสารภาพกับน้องๆผ่านสเตตัสนี้ว่า ที่ฉันต้องดุและเข้มงวดในระหว่างทำกระบวนการขนาดนี้ มันคือการ “ข่มความอ่อนแอและความเปราะบางในใจฉันเองไม่ให้ปะทุ”

ทุกๆแผ่นของ PPT ชุดนี้ มีแต่คราบน้ำตาฉันอย่างสากัสสากรรจ์ หนักหน่วง กระทั่งฉันอาเจียนหลายรอบเพื่อให้ความเครียดได้เบาบาง จากการอ่านงานความรุนแรง 3 จังหวัดชายแดนใต้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อสกัด content ออกมา

ฉันรู้ดีว่าในตัวฉันมีแต่ “ความเจ็บปวดที่ซึมซับอยู่ทุกอณู” แน่นอนมันเป็นแค่เสี้ยวเล็กๆที่ยังไม่ถึง 0.1 % ด้วยซ้ำ ของพวกเขาและเธอ

แต่นั่นล่ะ ในฐานะนัก content ฉันไม่มีวันพูด-นำเสนอในสิ่งที่ฉันไม่เชื่อเด็ดขาด

ฉันจะไม่รับทำงานใดๆ แม้เงินมากเพียงใดแต่ฉันไม่เชื่อ พอๆกับที่ฉันจะเลือกรับทำงานบางเรื่องแม้ไม่ได้เงินซักบาท ถ้าฉันเห็นแล้วว่า งาน content มันจะเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างได้จริง

ทุก PPT จึงคือ ความพิเศษ ความใหม่ ความสด ความไฉไล ทุกสีสวยของ PPT จึงเป็นทั้ง “The first” และ “The End ของที่นี่”

น้องๆถามว่า พี่เคยทำกระบวนการแบบนี้ไหม ?

“นี้คือครั้งแรกในชีวิตของพี่ค่ะ”

ดังนั้นทุกบรรทัดใน powerpoint จึงคือทุกเนื้อหาที่ถูกกลั่นกรอง ออกแบบ และเลือกใช้คำทั้งนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ทำให้เสร็จๆไป แต่มันคือ “ฟินาเล่”

ทุกหัวข้อที่เลือกมา ทุกกระบวนการที่ทำกับน้องๆจึงถูกคิดอย่างละเอียดมากและรอบคอบ เพื่อไม่ให้กระทบใจ และทำให้ความเศร้ามาปกคลุมพลังของน้องๆที่จะไปต่อแทน

และนั่นย่อมหมายถึงฉันร้องไห้ไม่ได้ในเวที 2 วันนี้เด็ดขาด

ผู้หญิงที่ร้องไห้ได้เสียทุกเรื่องจนคนใกล้ชิดรู้ดี ขนาดที่ว่าแค่ฟังเพลงในร้านอาหาร บางครั้งสะกิดใจจนฉันทนฟังไม่ไหว และต้องเดินออกไปนั่งร้องไห้ด้านนอกพักใหญ่ๆเลยทีเดียว

“งานอบรมครั้งนี้มันจึงไม่ง่ายสำหรับพี่เลยค่ะ”

ฉันเริ่มต้นด้วยการฉายภาพภาพรวมสถานการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ในรอบ 14 ปี ให้เห็น “content ร่วม” กันก่อน เข้าใจชุดข้อมูลเดียวกันก่อน เพราะไม่อย่างนั้นเราจะเสียเวลาถกเถียงไปกับข้อมูลแบบจิ๊กซอว์แทน

ฉันใช้คำว่า “พี่มาฉายภาพป่าให้น้องเห็น ส่วนน้องๆก็คือ ต้นไม้แต่ละต้นที่อยู่ในป่าแห่งนี้เอง”

หลังจากนั้นจึงเป็นการทำกระบวนการทั้งหมด ตั้งแต่

– การคิดถึงสังคมชายแดนใต้ที่ใฝ่ฝันในรอบ 5 ปีต่อจากนี้ และการไปถึงสังคมนั้นด้วยวิธีการ “เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ”

– การวิเคราะห์ตัวเรา และดึงศักยภาพในตัวเราที่เป็นจุดแข็งมาสร้างโอกาสในการปฏิบัติภารกิจบางอย่าง เพื่อบรรลุความใฝ่ฝันให้จงได้

– การสร้างความเป็นเจ้าของงาน ไม่ใช่แค่คนทำโครงการ

– การหล่อเลี้ยงพลังคนทำงาน “ให้น้ำ (ความรุนแรง) ไม่เดือดและเปลวไฟ (พลังในการทำงาน) ไม่ดับลง”

– การบริหารจัดการโครงการพัฒนาสังคมที่ดี ต้องประกอบด้วยเรื่องใดบ้าง

3 ทุ่มกว่าแล้ว ฉันเร่งกระบวนการกับน้องๆกลุ่มที่มาใหม่จนเสร็จ

ถนนมืดมิดระหว่างที่รถแล่นออกจากหมู่บ้านเข้าตัวเมืองปัตตานี ที่อยู่ห่างออกไป 20 กว่าโล เพื่อให้ฉันได้ไปนอนในเมืองตามคำร้องขอ ให้ความเจ็บปวดในตัวฉันได้เบาบางและถูกจัดการ

ด่านทหารอยู่เบื้องหน้า น้ำตาฉันไหลพราก ชาชิน–คุ้นตา-ไม่คุ้นเคย

(3) “ทหารไม่ใช่คู่ขัดแย้ง โครงสร้างและระบบความรุนแรงต่างหากที่ต้องถูกจัดการ”

ฉันย้ำกับน้องๆเสมอว่า “ให้ยึดกุมเป้าหมายและหลักการไว้ ส่วนวิธีการมีหลากหลายรูปแบบ และไม่ได้เสียจุดยืนใดๆของกลุ่มเราในการทำงานเลย

พยายามให้ใช้ “content เยอะๆในการทำงาน มากกว่าประสบการณ์ชุดเดิมๆ ไม่อย่างนั้นเราจะติดอยู่ในหล่มของความรุนแรงซ้ำซาก แล้วเราก็จะเจ็บปวดเพราะหาความสำเร็จระหว่างทางชื่นชมเพื่อชื่นชูใจไม่ได้”

ฉันนำเครื่องมือ SWOT กลับหลัง ซึ่งก็คือ TOWSMETRIX และ Blue Ocean Strategy มาใช้ เพื่อให้พวกเขาหาจุดแข็งเพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้ตนเองให้ได้

4 เรื่องใหม่ๆ ที่เกิดจากการระดมความคิดเห็นในเวทีอย่างเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน มีการกำหนดวิธีการทำงานรูปแบบใหม่ๆที่ไม่ซ้ำซ้อนกับงานเดิม แต่ซ้ำเสริมแทน เพื่อลดความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ในระดับหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็น

– การสร้างระบบเศรษฐกิจครบวงจรเพื่อพึ่งพาตนเอง

– บทบาทเยาวชนที่เท่าทันทุกสถานการณ์และผู้ใหญ่เปิดพื้นที่ให้ส่งเสียง

– เครือข่ายอาสาสมัคร (ข้ามประเด็น) เพื่อพัฒนาเป็นกลไกระดับพื้นที่ ในการประสานและเชื่อมต่อกับภาคประชาสังคมในระดับจังหวัดที่ทำงานอยู่แล้ว

– เครือข่ายอาสาสมัครเชิงนโยบาย เพื่อพัฒนากลไกการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพ

กล่าวได้ว่ากระบวนการอบรม 2 วันนี้เองจึงสะท้อนถึง

การยกระดับความรุนแรงส่วนตนที่อาสาสมัครเผชิญ แปรเปลี่ยนเป็นกลไกทำงานเพื่อลดความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้

ไม่ให้ขยายกลายเป็นเรื่องเล่าความเศร้า ดราม่าความเจ็บปวด ที่ถูกนำไป “ขาย” ตอกย้ำ-ผลิตซ้ำอัตลักษณ์ในสถานะ “เหยื่อ” ไม่มีที่สิ้นสุด

สิ่งที่อาสาสมัครเผชิญจึงไม่ใช่แค่ระบายความเศร้าโศกส่วนตน แต่มันคือการเผยแพร่เรื่องราวความเจ็บปวดแบบขมขื่น สู่สาธารณชนในรูปแบบต่างๆ

ผ่านการทำโครงการพัฒนาสังคม ให้ผู้คนในสังคมได้ตระหนักถึงปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

เป็นการทำให้ประเด็นปัจเจกกลายเป็นประเด็นร่วมเชิงสาธารณะ นำไปสู่การค้นหาความจริงและพยายามช่วยเหลือผู้ถูกละเมิดอย่างแท้จริง

พวกเขาและเธอเจ็บปวด แต่การอยู่เฉยๆ โดยไม่ลุกขึ้นมาปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มันเจ็บปวดยิ่งกว่า

แน่นอนการสู้กับวาทกรรมเรื่อง “ผู้ก่อการร้าย โจรใต้ ผู้ค้ายา” สู้กับความชอบธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ ของการใช้อำนาจรัฐผ่านกลไกความรุนแรงรูปแบบต่างๆ มิพักใช่เรื่องง่าย และอาจไม่สำเร็จตลอดชั่วชีวิตของพวกเขาและเธอ

ดังนั้นเราจึงยังต้องผลิตเรื่องเล่าส่วนตนของเรา ผ่านการนำเสนองานในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อสร้างพลังใหม่ๆในแนวร่วม ในพันธมิตรการทำงาน

เพื่อให้วันหนึ่งเรื่องเล่าเหล่านี้จะกลายเป็นประเด็นสิทธิมนุษยชนให้สาธารณชนตระหนัก ให้กลายมาเป็นหลักฐานผูกมัดคนผิด ให้รู้ตัวผู้ฆ่า ให้หยุดยั้งการฆ่าโดยรัฐไทยในอนาคตในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ต่อไป

“แล้วพี่จะกลับมาอีกเมื่อไหร่ครับ/คะ พวกเราอยากอบรมกับพี่อีก โดยเฉพาะเรื่องการเขียนโครงการ”

Download POWERPOINT เรื่องหลักการบริหารโครงการแบบเสริมพลัง ได้ที่นี่นะคะ https://bit.ly/2A2tdTK

“บุษยรัตน์ กาญจนดิษฐ์”
16.30 น.
อาทิตย์ 16 ธันวาคม 61
พระราม 6 เมืองหลวงประเทศไทย

Advertisements

รายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ของผู้หญิงในพื้นที่สามจังหวัดชายเแดนใต้ นำเสนอต่อ คณะกรรมการว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (CEDAW)

คณะกรรมการว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ
สมัยประชุมที่ 67 ระหว่างวันที่ 3 – 21 กรกฎาคม 2560

รายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ของผู้หญิงในพื้นที่สามจังหวัดชายเแดนใต้

นำเสนอต่อ

คณะกรรมการว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (CEDAW)

จัดทำโดย
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และองค์กรภาคประชาสังคม

รายงานชิ้นนี้เป็นเอกสารที่จัดทำโดยมูลนิธิผสานวัฒนธรรม โดยได้รับการสนับสนุนจาก กลุ่มด้วยใจ เครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี (HAP) และการให้ข้อมูลส่วนบุคคล
นับตั้งแต่เกิดความรุนแรงขึ้นในพื้นที่ เมื่อปี 2547 รวมเวลา 13 ปี มีคนเจ็บ 12,538 คน และคนตาย 6,847 คน ความรุนแรงกระจายในพื้นที่กว้างและส่งผลกระทบต่อทุกคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ รวมทั้งผู้หญิงและเด็กด้วยทุกกลุ่ม อย่างไรก็ตามมีควมก้าวหน้าในภาคใต้ในการขจัดความการเลือกปฏิบัติต่อสตรีและทำให้ สถานภาพของสตรีโดยรวมดีขึ้น  ความก้าวหน้าดังกล่าวอยู่ในคำตอบ (Response) ของรัฐบาลไทยต่อข้อสังเกตเชิงสรุป  ที่รวมรายงานครั้งที่ 1 ถึง 3 เข้าไว้ด้วยกัน  อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงยังเผชิญการเลือกปฏิบัติเชิงโครงสร้าง และยังเผชิญปัญหาการเลือกปฏิบัติที่ซ้ำซ้อนที่เกี่ยวโยงกับความรุนแรงในพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้

ฉบับภาษาไทย