Category Archives: Press Release

ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีนายฤทธิรงค์ ฯ พ่อลูกฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจกรณีซ้อมทรมาน ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตฯ

03-1

เผยแพรวันที่ 5 เมษายน 2561

 ใบแจ้งข่าว

 ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีนายฤทธิรงค์ ฯ ฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจกรณีซ้อมทรมาน

ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตฯ

คดีที่นายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญาต่อศาลจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนซ้อมทรมานตน เป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.925/2558   สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 จำเลยที่ 3  (ยศพันตำรวจโท) ได้ยื่นคำร้องโต้แย้งเรื่องเขตอำนาจศาลว่า คดีนี้จะอยู่ในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ มิใช่ศาลจังหวัดปราจีนบุรี  เป็นเหตุให้ศาลจังหวัดปราจีนบุรีต้องส่งเรื่องดังกล่าวไปยังประธานศาลอุทธรณ์เพื่อวินิจฉัยเรื่องเขตอำนาจศาล และได้กำหนดนัดฟังคำวินิจฉัยประธานศาลอุทธรณ์ ในวันที่ 4 เมษายน 2561

ต่อมาเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดปราจีนบุรีออกนั่งพิจารณานัดฟังคำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ ปรากฎว่าประธานศาลอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยว่า คดีดังกล่าวไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ แต่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลจังหวัดปราจีนบุรี เนื่องจากนายฤทธิรงค์ฯ โจทก์ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดปราจีนบุรีเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2558 ศาลมีคำสั่งประทับฟ้องเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2559 ภายหลังจากไต่สวนมูลฟ้องแล้ว แม้ว่าคำสั่งประทับฟ้องจะเกิดขึ้นภายหลังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเปิดทำการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2560 ก็ตาม แต่เป็นกรณีที่มีการฟ้องคดีและค้างพิจารณาอยู่ในสารบบของศาลจังหวัดปราจีนบุรีก่อนที่จะมีการจัดตั้งและเปิดทำการของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบด้วยเหตุนี้คดีนี้จึงไม่อยู่ในอำนาจศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ศาลจังหวัดปราจีนบุรีจึงมีอำนาจพิจารณาและดำเนินกระบวนพิจารณาคดีต่อไป

ภายหลังศาลจังหวัดปราจีนบุรีอ่านคำวินิจฉัยให้คู่ความฟังจนแล้วเสร็จ ศาลได้กำหนดนัดสืบพยานโจทก์ จำเลย โดยฝ่ายโจทก์แถลงประสงค์จะสืบพยานจำนวน 10 ปาก  ฝ่ายจำเลยที่ 3 และที่ 4 ประสงค์จะสืบพยานจำนวน 12 ปาก ศาลจึงกำหนดนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 3-4 กรกฎาคม และวันที่ 28-29 สิงหาคม 2561 และ นัดสืบพยานจำเลยในวันที่ 29-31 สิงหาคม 2561

นอกจากคดีดังกล่าวข้างต้นแล้ว นายฤทธิรงค์ฯ และบิดา ยังได้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่เป็นพยานเท็จเพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซ้อมทรมานนายฤทธิรงค์ อีกจำนวน 4 คดี ได้แก่

  1. คดีที่นายฤทธิรงค์กับบิดา เป็นโจทก์ฟ้องพยานเท็จคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อศาลจังหวัดปราจีนบุรี เป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1942/2560 ปรากฎว่าภายหลังไต่สวนมูลฟ้อง ศาลจังหวัดปราจีนบุรีได้มีคำสั่งว่าคดีไม่มีมูลและไม่ประทับฟ้องต่อมาโจทก์อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 2  และในวันที่ 4 เมษายน 2561 ศาลจังหวัดปราจีนบุรีได้อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 2  โดยศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น(ศาลจังหวัดปราจีนบุรี) ว่าคดีมีมูลและให้ประทับฟ้อง ศาลจังหวัดปราจีนบุรีจึงได้กำหนดนัดสอบคำให้การจำเลย ในวันที่ 4 มิถุนายน 2561 
  2.  อีก 3 คดี คือคดีที่นายฤทธิรงค์ฯกับบิดา ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อเอาผิดกับบุคคลที่เป็นพยานเท็จอีกจำนวน 3 คน โดยร้องทุกข์กล่าวโทษเมื่อวันที่9มิถุนายน 2560 ณ สถานีตำรวจคนละท้องที่ กล่าวคือ พยานเท็จคนหนึ่งที่นายฤทธิรงค์ฯ ร้องทุกข์ ณ สถานีตำรวจภูธรระเบาะไผ่ ต.หนองโพรง อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี  พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้อง และส่งสำนวนคดีให้พนักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรี ต่อมาพนักงานอัยการฯได้ยื่นฟ้องพยานเท็จคนดังกล่าวต่อศาลจังหวัดปราจีนบุรี เป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.2106/2560 ซึ่งศาลจังหวัดปราจีนบุรีได้กำหนดนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 24-25 เมษายน 2561

ส่วนพยานเท็จอีก 2 คน นายฤทธิรงค์ กับบิดา ได้แจ้งความร้องทุกข์ พยานเท็จคนหนึ่ง ณ สถานีตำรวจภูธรเมืองปราจีนบุรี และอีกคนหนี่ง ณ สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ  ซึ่งทั้งสองคดีอยู่ในระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวน

ขอเชิญผู้ที่สนใจหรือสื่อมวลชนเข้าร่วมการพิจารณาคดีดังกล่าวของศาลจังหวัดปราจีนบุรี  ได้ตามวัน เวลาข้างต้น และสามารถติดตามเรื่องราวของคดีได้ที่ https://voicefromthais.wordpress.com/ ?s=ฤทธิรงค์

Advertisements

Press Release: CrCF submitting a letter urging Department of Special Investigation (DSI) To investigate two cases of alleged torture while in custody in military camp in Pattani

For immediate release on 23 March 2018

Press Release

CrCF submitting a letter urging Department of Special Investigation (DSI)
t
o investigate two cases of alleged torture while in custody
in military camp in Pattani

            On 22 March 2018, the Cross Cultural Foundation (CrCF) has submitted a letter of petition to the Director General of the Department of Special Investigation (DSI) urging the authority to investigate the complaints CrCF received from relatives of two individuals who have alleged to have been tortured while in custody in a military barrack in Pattani.

            Both individuals resided in the Southern Border Provinces where special laws are put in place. Both cases took place almost concurrently in February 2018 in Pattani. The victims reported that their houses were cordoned off by the officers and they were then arrested and had some of their assets seized. They were then transferred and held in custody in a Ranger Taskfroce unit in the compound of the Ingkhayuthborihan Army Camp for seven days after which they were transferred to another interrogation center in the same military barrack.

               The first victim was held in custody invoking special laws from 14 February to 19 March and was then further remanded in the Central Prison of Pattani. The second victim was held in custody from 20 February to 22 March and now is detained at the Yarang Police Station in Pattani. He could be further remanded in custody pending the order of the Court.

              CrCF has submitted the letter of petition to the Director General of DSI who has been appointed as Chairperson of the Sub-committee to monitor and investigate cases of victims of torture and enforced disappearance per the order of the Office of the Prime Minister no. 131/2560 on 23 May 2017. The authority is urged to review the complaint and to act according to its mandates. The complaint has been properly received by DSI. We have also brought the two cases to the attention of the National Human Rights Commission (NHRC).

               According to the Ministry of Justice’s Department of Rights and Liberties Protection, the Draft Prevention and Suppression of Torture and Enforced Disappearances Act has been endorsed by the State Council, the cabinet, the Coordinating Committee of the National Legislative Assembly (NLA) and another committee of the NLA, respectively. At the NLA’s committee level, a vetting committee has been formed to review the Bill and the committee noted on five issues including the definition, criminalization, emergency situation, non refoulement, jurisdiction and command responsibility. The Bill has been now tabled for public consultation, after which it will be read by the NLA further on.

                While an act of torture and enforced disappearance is still not criminalized, the Office of the Prime Minister has issued an order no. 131/2560 on 23 May 2017 to set up a committee to deal with complaints regarding an act of torture and enforced disappearance. For more information, please see https://www.moj.go.th/view/15438.

23 มีค. 2561 มูลนิธิผสานวัฒนธรรมส่งหนังสือร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอให้ตรวจสอบเรื่องการทรมานในค่ายทหารแห่งหนึ่งในจังหวัดปัตตานี

เผยแพรวันที่ 23 มีนาคม 2561

ใบแจ้งข่าว

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมส่งหนังสือร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ

ขอให้ตรวจสอบเรื่องการทรมานในค่ายทหารแห่งหนึ่งในจังหวัดปัตตานี

ในวันที่ 22 มีนาคม 2561 มูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้ส่งหนังสือร้องเรียน ต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอให้ตรวจสอบเรื่องที่มูลนิธิฯได้รับการร้องเรียนจากญาติของผู้ที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวสองราย ว่าถูกเจ้าหน้าที่บางคนทรมานในค่ายทหารแห่งหนึ่งในจังหวัดปัตตานี ทั้งสองกรณีนั้นเป็นผู้เสียหายที่อยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ที่มีการใช้กฎหมายพิเศษ ซึ่งเหตุดังกล่าวทั้งสองกรณีเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี โดยผู้เสียหายทั้งสองกรณีได้ถูกเจ้าหน้าที่ปิดล้อมบ้าน จับกุมและยึดทรัพย์สินสิ่งของจำนวนหนึ่ง และได้ถูกส่งไปควบคุมตัวที่หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานแห่งหนึ่งในค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี เป็นเวลา 7 วัน หลังจากนั้นได้ถูกส่งไปที่ศูนย์ซักถามอีกแห่งหนึ่งภายในค่ายเดียว โดยกรณีแรกถูกควบคุมตัวโดยกฎหมายพิเศษระหว่างวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ถึง 19 มีนาคม แล้วถูกส่งไปควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลางปัตตานี  กรณีที่สองถูกควบคุมตัวระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ถึง 22 มีนาคม ขณะนี้ยังคงถูกควบคุมตัวที่สถานีตำรวจยะรัง จังหวัดปัตตานีซึ่งจะมีการขออำนาจศาลฝากขังต่อไป

ทั้งนี้ทางมูลนิธิฯได้ส่งหนังสือร้องเรียนไปเพื่อขอให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานอนุกรรมการติดตามและตรวจสอบกรณีถูกกระทำทรมานและถูกบังคับให้หายสาบสูญ ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 131/2560 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2560 ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนดังกล่าวและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป โดยทางกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับเรื่องร้องเรียนพร้อมลงเลขรับเรื่องไว้เรียบร้อยแล้ว โดยกรณีทั้งสองกรณีได้ร้องเรียนไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแล้วด้วย

ตามที่ทางกระทรวงยุติธรรมโดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้ยืนยันว่าขณะนี้ได้ดำเนินการยกร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. …. และได้ผ่านความเห็นชอบตามลำดับตั้งแต่ชั้นคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะรัฐมนตรี วิปคณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และวิปสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. แล้วซึ่งในชั้นวิป สนช. ได้ตั้งคณะกรรมการฯพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติฯ โดยมีข้อสังเกต 5 ประเด็น คือ การกำหนดคำนิยาม การกำหนดฐานความผิด สถานการณ์ฉุกเฉิน หลักห้ามผลักดันกลับ เขตอำนาจศาล และการรับผิดของผู้บังคับบัญชา ซึ่งกำลังอยูในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจะได้เสนอร่างพระราชบัญญัติฯ เข้าสู่การพิจารณาตามกระบวนการพิจารณากฎหมายต่อไป และในขณะที่ยังการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายยังไม่เป็นความผิดทางอาญา จึงได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 131/2560 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2560 จัดตั้งคณะกรรมการการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์กรณีถูกกระทำทรมานและการถูกบังคับให้หายสาบสูญตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 131/2560 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2560 รายละเอียดสืบค้นได้ที่https://www.moj.go.th/view/15438

 

 

ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมที่ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม โทร 02 101 5481

ใบแจ้งข่าว: ศาลจังหวัดปัตตานีนัดสืบพยานเดือนสิงหาคม 2561 คดีบิดามารดาผู้ตายฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักนายกฯ กรณีเจ้าหน้าที่ยิงประชาชนเสียชีวิต 4 คน เมื่อปี 2558

เผยแพร่วันที่ 20 มีนาคม 2561

 

ใบแจ้งข่าว

ศาลจังหวัดปัตตานีนัดสืบพยานเดือนสิงหาคม 2561
คดีบิดามารดาผู้ตายฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักนายกฯ
กรณีเจ้าหน้าที่ยิงประชาชนเสียชีวิต
 4 คน เมื่อปี 2558

 

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2561 ศาลจังหวัดปัตตานีออกนั่งพิจารณานัดไกล่เกลี่ย ชี้สองสถาน และกำหนดแนวทางการดำเนินคดีหรือสืบพยานโจทก์ ในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ พ.397/2560 กรณีเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2558 เจ้าหน้าที่ยิงประชาชนเสียชีวิต 4 คน ในพื้นที่บ้านโต๊ะชูด ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี  โดยโจทก์ทั้งแปด (จาก 4 ครอบครัว) เป็นบิดามารดาของผู้ตาย ได้ยื่นคำฟ้องต่อศาลเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 เรียกค่าเสียหายจากกองทัพบก จำเลยที่ 1  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำเลยที่ 2  และสำนักนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 3 รวมเป็นเงินกว่า 39 ล้านบาท

โดยในวันดังกล่าว ฝ่ายโจทก์มีทนายความของโจทก์ทั้งแปด และโจทก์ทั้งแปด มาศาล  ฝ่ายจำเลยมีพนักงานอัยการจังหวัดปัตตานีซึ่งเป็นทนายความจำเลยทั้งสาม มาศาล  ผู้พิพากษาศาลจังหวัดปัตตานีได้สอบถามคู่ความทั้งสองฝ่ายแล้วว่าไม่สามารถตกลงกันได้ ศาลจึงดำเนินกระบวนพิจารณาคดีต่อไป โดยกำหนดประเด็นข้อพิพาทดังนี้

  1. เจ้าหน้าที่ของจำเลยทั้งสามกระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งแปดหรือไม่
  2. จำเลยทั้งสามต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งแปดหรือไม่ เพียงใด

ประเด็นข้อพิพาททั้งสองดังกล่าว โจทก์เป็นฝ่ายกล่าวอ้าง ภาระการพิสูจน์จึงเป็นของโจทก์ ให้โจทก์ทั้งแปดนำสืบพยานก่อน จำเลยให้การปฏิเสธต่อข้อกล่าวอ้างของโจทก์จึงให้จำเลยสืบพยานแก้ต่างภายหลังโจทก์นำสืบพยานเสร็จสิ้น

ทนายความโจทก์แถลงต่อศาลว่าประสงค์สืบพยานรวม 21 ปาก ใช้เวลาสืบพยาน 5 นัด ทนายความจำเลยแถลงสืบพยาน 14 ปาก ใช้เวลาสืบ 3 นัด ศาลจึงกำหนดวันนัด สืบพยานโจทก์ในวันที่ 8 ถึงวันที่ 10 และวันที่ 14 ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2561 และสืบพยานจำเลยวันที่ 16 ถึงวันที่ 17 และวันที่ 21 สิงหาคม 2561

Hua Hin Court: Three young suspects allegedly tortured and forced to confess to charges: Suspects in robbery of foreign tourists stand trial from 13-15 March 2018

 

Press Release

Three young suspects allegedly tortured and forced to confess to charges:

Suspects in robbery of foreign tourists stand trial in the Hua Hin Provincial Court from 13-15 March 2018

 

Natthawatrainatthawat ‘James’ Thanatthikanchana, defendant no.1 and Mr. Adisak ‘James’ Silamud, defendant no.2 alleged that while being held in custody by the police, they were subjected to physical abuse and forced to confess to committing a robbery. The crime was allegedly committed against an Italian tourist and a Moroccan tourist who have reported the case to the police at the Sam Roi Yod Police Station that the assailants approached them on motorcycles and physically abused them as well as robbed them of their assets on 26 July 2016 by the roadside of Pranburi-Sam Roi Yod highway in Moo 1, Tambon Sam Roi Yod, Sam Roi Yod District, Prachuap Khiri Khan.

During 13-15 March 2018, the Hua Hin Provincial Court took evidence in the Black Case no. TO 2/2560 from one prosecution witness. It was a continuation of the prosecution witness examination that had taken place from 20-23 February 2018. During the hearing, the police investigators presented to the Court a video clip allegedly containing a confession of defendant no. 1. Meanwhile the defense attorneys brought 17 witnesses, including three who were witnesses when the alleged crime took place. They could be an alibi for the three defendants. Another account came from the Village Headman who had helped the tourists after they were physically abused, as well as a forensic science officer from Prachuap Khiri Khan.

In addition, Ms. Pornpen Khongkachonkiet, CRCF’s Director, has given evidence on legal defense accorded to the defendants, and how torture could have been committed without leaving a trace, i.e. by stuffing a plastic bag over someone’s head to induce suffocation.

“Most of torture cases leave no forensic evidence. In reality, the suspects can never have access to independent medical examinations. Blunt force applied to abdominal parts may leave no visible traces. The use of plastic bags to induce suffocation bears the same invisible effect. The taking of evidence in a criminal procedure has to be carried out with extreme carefulness. From a human rights perspective, the confession video is not admissible” said Ms. Pornpen Khongkachonkiet, CRCF’s Director.

During the three-day-witness examination, only six defense witnesses had given their evidence, including witnesses who could support the alibi of the three defendants. To present the whole sequence of the story, lots of corroborating evidence is needed including accounts from eye witnesses. The defense attorneys thus pleaded to the Court asking for an extension of witness examination to cover the three remaining and important witnesses. Having found the evidence of the remaining witnesses important, the Court agreed to postpone the witness examination to 5-6 July 2018 at 9.00 am to take their evidence.

All media and interested persons are invited to attend the hearing or to learn about background of the case from https://voicefromthais.wordpress.com/?s=สามร้อยยอด .

For more information, please contact;

Ms. Janjira Janpaew, attorney, 0657415395

Mr. Suriyong Khongkraphan, attorney, 0873255877