Category Archives: Events

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม กิจกรรม : โต๊ะกลมสนทนาครั้งที่ 1 หัวข้อ  วิกฤตไฟใต้: จะปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอย่างไรเพื่อคืนความเป็นธรรมแก่ประชาชน

โต๊ะกลมสนทนาครั้งที่1

หัวข้อ  วิกฤตไฟใต้:

จะปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอย่างไรเพื่อคืนความเป็นธรรมแก่ประชาชน

วันพฤหัสที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๒

โรงแรมซีเอส ปัตตานี ห้องสะบารัง จังหวัดปัตตานี

เวลา๑๓.๐๐-๑๗.๐๐น.

50679475_244099149807652_5194741332236566528_n

 

หลักการและเหตุผล

ความเสมอภาคในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่สำคัญประการหนึ่งของประชาชน ตามหลักการแห่งสิทธิมนุษยชน และบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่ยึดถือต่อเนื่องกันมายาวนาน เช่นเดียวกับมาตรฐานอื่นๆ ที่ได้กำหนดไว้

จากรายงานการตรวจสอบข้อร้องเรียนที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ระหว่าง ปี ๒๕๔๕ – ๒๕๕๒ พบว่า กว่าร้อยละ ๖๐ ของเรื่องร้องเรียน เป็นปัญหาอันสืบเนื่องมาจากกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในอันดับต้นๆ ของข้อร้องเรียนเหล่านั้น

หลักการพื้นฐานในการใช้กำลังและอาวุธของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย (Basic Principles on the Use of Force and Firearms by Law Enforcement Officials) ได้รับการรับรองจากการประชุมใหญ่ว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและการปฏิบัติต่อผู้ต้องหา ครั้งที่ ๘ ณ กรุงฉาวานา ประเทศคิวบา เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม – ๗ กันยายน ๒๕๓๓  (Adopted by the Eighth United Nations Congress on the Prevention of Crime and the Treatment of Offenders, Havana, Cuba, 27 August to 7 September ๑๙๙๐).

จรรยาบรรณของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย (Code of Conduct for Law Enforcement Officials) รับรองโดยมติที่ประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติ ข้อมติที่ ๓๔/๑๐๙ เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๒๒ (Adopted by General Assembly resolution 34/169 of 17 December 1979)

ขณะที่รัฐบาลประเทศออสเตรียก็ได้สนับสนุนการจัดพิมพ์เอกสารว่าด้วยกิจการตำรวจในสังคมประชาธิปไตย (Policing in a Democratic Society: Is your Police Service a Human Rights Champion?), Council of Europe, (Austrian Ministry of the Interior, 2000 ในปี ๒๕๔๓ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชน และตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง ตลอดจนความตกลงระหว่างประเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางอาญา จึงเห็นว่าการปฏิรูปตำรวจและระบบนิติธรรม   เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพการปฏิบัติงานให้ก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ สามารถเอื้ออำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนได้อย่างเสมอภาค และมีประสิทธิภาพเท่าเทียมได้อย่างแท้จริง เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน และเจ้าหน้าที่ตำรวจมืออาชีพที่เคารพในหลักนิติธรรม และสิทธิมนุษยชน และประเทศไทยมีบทบาทนำในระดับภูมิภาคในด้านการปฏิรูประบบยุติธรรม

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้มีการบัญญัติเรื่องการปฏิรูปตำรวจไว้ในมาตรา ๒๕๘ ง (๔) ว่าด้วยการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการปรับปรุงหน้าที่ อำนาจ และภารกิจของตำรวจให้เหมาะสม และแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจให้เกิดประสิทธิภาพ แต่ก็ไม่ได้กล่าวถึงการปฏิรูประบบยุติธรรมที่เป็นสาระสำคัญ อย่างไรก็ดีรัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ตามมาตรา ๒๖๐ ขึ้น เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๐ โดยพลเอกบุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธาน และมีกรรมการจากตำรวจ ผู้แทนหน่วยงานราชการ และผู้ทรงคุณวุฒิอีกรวม ๓๔ คน

อย่างไรก็ดีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีสภาพปัญหาในการเข้าถึงความยุติธรรมที่สลับซับซ้อนมากว่าพื้นที่อื่น มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CRCF.) จึงได้ร่วมกับเครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (Police Watch) รวมกันจัด โต๊ะกลมสนทนาครั้งที่1 หัวข้อ  วิกฤตไฟใต้: จะปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอย่างไรเพื่อคืนความเป็นธรรมแก่ประชาชน แลกเปลี่ยนกับพี่น้อง ๓ จังหวัดภาคใต้เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขั้นต้นดังนี้

วัตถุประสงค์    ๑. เพื่อเป็นการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับประชาชนภาคใต้ และผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบ และเข้าใจถึงปัญหาการละเมิดสิทธิที่เกิดขึ้น

๒. ระดมความรู้ ประสบการณ์ และข้อคิดเห็น เพื่อร่วมกันหามาตรการที่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ลุล่วง อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม

๓. เพื่อร่วมกันสร้างบรรทัดฐานการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐบนฐานความรู้ความเข้าใจสิทธิมนุษยชนที่มีความเป็นมืออาชีพ ยึดหลักการสิทธิมนุษยชน และหลักมาตรฐานสากลมากขึ้น

ผู้เข้าร่วม: ตัวแทนภาคประชาสังคม ผู้ได้รับผลกระทบ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม สื่อมวลชนและผู้สนใจ  รวมทั้งตัวแทนพรรคการเมืองที่สนใจ จำนวน 80 คน

กำหนดการ

หัวข้อ  วิกฤตไฟใต้: จะปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอย่างไรเพื่อคืนความเป็นธรรมแก่ประชาชน

วันพฤหัสที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๒ โรงแรมซีเอส ปัตตานี ห้องสะบารัง จังหวัดปัตตานี

เวลา๑๓.๐๐-๑๗.๐๐น.

๑๓.๐๐-๑๓.๓๐ ลงทะเบียน

๑๓.๓๐  กล่าวเปิดโดย คุณสมศรี หาญอนันทสุข  เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ

๑๓.๔๐-๑๕-๓๐ ตั้งโต๊ะกลมสนทนาครั้งที่1 หัวข้อ  วิกฤตไฟใต้: จะปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอย่างไรเพื่อคืนความเป็นธรรมแก่ประชาชน แลกเปลี่ยนกับพี่น้อง ๓ จังหวัดภาคใต้ เรื่อง วิกฤตไฟใต้: จะปฏิรูปตำรวจอย่างไรเพื่อคืนความยุติธรรมแก่ประชาชน โดย

  1. อจ.อัสมา มังกรชัย มหาวิทยาลัยสงขลาานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี คณะรัฐศาสตร์
  2. ทนายสิทธิพงษ์ จันทรวิโรจน์  ตัวแทนศูนย์ทนายความมุสลิม
  3. ตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบจากกระบวนการยุติธรรม
  4. รักชาติ สุวรรณ เครือข่ายไทยพุทธเพื่อสันติภาพ
  5. อัญชนา หีมมินะห์ ตัวแทนกลุ่มด้วยใจ
  6. บุษยมาส อิศดุลย์ ตัวแทนบ้านบุญเต็ม
  7. พตอ. วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร คอลัมนิสต์ เสียงประชาชนปฎิรูปตำรวจ ไทยโพสต์

ดำเนินรายการ  บุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร)และพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ  มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

๑๕.๔๐-๑๖-๓๐ ถามตอบ และตอบข้อซักถาม

๑๖.๓๐-๑๗.๐๐  สรุปโดยเครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร)

Advertisements

Joint event: International Human Rights Day: 70th Anniversary of the Universal Declaration of Human Rights 7th December 2018 Faculty of Social Science, Srinakharinwirot University, 2 pm-5 pm

English poster

International Human Rights Day: 70th Anniversary of the Universal
Declaration of Human Rights
7th December 2018
Faculty of Social Science, Srinakharinwirot University
14.00 Welcoming Remark by
 Assoc. Prof. Dr. Cholvit Jirajit
Dean, Faculty of Social Science, Srinakharinwirot University
Opening Remark by
 Assoc. Prof. Dr. Somchai Santiwatanakul
President, Srinakharinwirot University
14.15-14.45 Keynote Speech
 Mr. Somchai Homlaor, Human Rights Lawyer
 UNOHCHR Representative
14.45-15.30 The Role of Women Human Rights Defenders
 Ms. Pornpen Khongkachonkiet, Cross-Cultural Foundation
 Ms. Anchana Heemmina, Duay Jai Group
Moderator: Dr. Sipim Sornbanlang, Head of the Political Science
Department, Faculty of Social Science, Srinakharinwirot University
15.30-16.30 Students Speech  and Exhibition Contest on “ Our Human Rights, Whose responsibility”
16.30 Closing Ceremony
*Remark: The program will be conducted in Thai. Simultaneous translation will be provided.

Please see the detail program in Thai at

https://www.facebook.com/events/499971137168011/

SwuEdit (1)

 

 

 

CrCF ft. other CSOs: Extra-judicial killing: Seeking Justice for Chaiyaphum Pasae and Abe Saemu

36691839_2048281738516450_4757983148673859584_n

งานเสวนาวิสามัญฆาตกรรมและ
ปริศนาความยุติธรรมทางอาญาที่ยังไม่เกิด

องค์กรโพรเทคชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล (Protection International) มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (Cross-Cultural Foundation) คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (International Commission of Jurists) สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ (UN Office of High Commissioner for Human Rights – OHCHR) มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม กลุ่มดินสอสี และองค์กรภาคีเครือข่ายขอเรียนเชิญสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานเสวนาเชิงวิชาการและงานนิทรรศการศิลปะ เรื่อง วิสามัญฆาตกรรมและปริศนาความยุติธรรมทางอาญาที่ยังไม่เกิด: คดีนายชัยภูมิ ป่าแส และนายอาเบ แซ่หมู่ ในวันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคม 2561 ณ สำนักกลางนักเรียนคริสเตียนสถานีบีทีเอสราชเทวี เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป

การวิสามัญฆาตกรรม หมายถึง คดีฆาตกรรมซึ่งความตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ หรือเสียชีวิตในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ โดยเมื่อทราบหรือควรทราบถึงการเสียชีวิตในลักษณะดังกล่าวแล้ว หน้าที่สืบสวนสอบสวนของรัฐเพื่อพิจารณาว่าการกระทำและปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่นั้นเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่จะเริ่มต้นขึ้นทันที โดยการสืบสวนสอบสวนดังกล่าวต้องเป็นไปโดนรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เป็นกลาง เป็นอิสระ และโปร่งใส ตามกฎหมายและมาตรฐานทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ

หนึ่งในคดีวิสามัญฆาตกรรมที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วและสังคมยังคงให้ความสนใจรวมถึงยังกังขาถึงข้อเท็จจริงในคดีดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน คือ กรณีนายชัยภูมิ ป่าแส นักกิจกรรมเยาวชนชาติพันธุ์ลาหู่ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ทหารที่ตั้งจุดตรวจค้นยาเสพติดบริเวณด่านตรวจบ้านรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560

ความจริงเกี่ยวกับการตายของนายชัยภูมิ ป่าแส ยังคงมีความคลุมเครือ และสร้างความเคลือบแคลงใจให้แก่ฝ่ายญาติผู้ตายและสังคมไทย และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีประเด็นที่ถูกพูดถึงและเรียกร้องมาตลอดจากทางฝ่ายญาติผู้ตายและสาธารณชน คือ การขอให้มีการเปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุ แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้มีการเปิดเผยภาพวงจรปิดดังกล่าวแต่อย่างใด

อีกกรณีคือการเสียชีวิตของนายอาเบ แซ่หมู่ ซึ่งถูกวิสามัญโดยเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งประจำอยู่ที่ด่านตรวจบ้านรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 หนึ่งเดือนก่อนการวิสามัญฆาตกรรมนายชัยภูมิ ป่าแส โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่านายอาเบ จะขว้างอาวุธระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ จึงจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนยิงสังหารเพื่อป้องกันตัว และนายอาเบมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋า โดยศาลจะนัดฟังคำสั่งการไต่สวนการเสียชีวิตของนายอาเบ แซ่หมู่ ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 นี้

จากที่กล่าวมาข้างต้น เครือข่ายติดตามความคืบหน้าคดีวิสามัญฆาตกรรมนายชัยภูมิ ป่าแส มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (Cross-Cultural Foundation) องค์กรโพรเทคชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล (Protection International) คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (International Commission of Jurists) สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ (UN Office of High Commissioner for Human Rights – OHCHR) มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม กลุ่มดินสอสี จึงดำเนินการจัดการเสวนาเชิงวิชาการและงานนิทรรศการศิลปะในครั้งนี้ขึ้นในวันเสาร์ที่ 14 ก.ค.นี้ เวลา 13.00 น.เป็นต้นไปที่สำนักงานกลางนักเรียนคริสเตียนติดกับ BTS ราชเทวี เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนถึงความคืบหน้าในคดีที่เป็นที่จับตามองในสังคมไทยทั้งคดีนายชัยภูมิ ป่าแส และคดีนายอาเบ แซ่หมู่ และอภิปรายกันถึงภาพรวมสถานการณ์การวิสามัญฆาตกรรมในประเทศไทย หลักกฎหมายและมาตรฐานระหว่างประเทศ และกลไกในกฎหมายไทยทั้งการไต่สวนการเสียชีวิตโดยศาลซึ่งเป็นกระบวนการทางกฎหมายที่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการค้นหาความจริงและการค้นหาสาเหตุของความตายเพื่อพิสูจน์ว่าผู้ตายเป็นใคร ตายที่ไหน ตายเมื่อใด สาเหตุ และพฤติการณ์แห่งความตาย

ปัญหาการจัดการกับพื้นที่เกิดเหตุอาชญากรรม วิธีการชันสูตรพลิกศพ การรวบรวมพยานหลักฐานที่จะนำมาใช้ในการดำเนินคดี การสืบสวนสอบสวน การพิจารณาคดี รวมถึงบทบาทของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานอัยการ และผู้พิพากษาในกระบวนการยุติธรรม สิทธิของญาติผู้เสียชีวิต สิทธิและหน้าที่ของทนายความ รวมถึงความท้าทายในการดำเนินความยุติธรรม เพื่อรวบรวมแนวคิดและหนทางแก้ไขปัญหาต่อไป ทั้งนี้ ในการเสวนาครั้งนี้จะมีญาติและครอบครัวของนายชัยภูมิ ป่าแส และคดีนายอาเบ แซ่หมู่ และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาบรรยายและแลกเปลี่ยนกับผู้เข้าร่วมงานด้วย

Facebook event: https://www.facebook.com/events/189991761677168/

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอเชิญร่วมงานเสวนาวิชาการ เรื่อง การรพัฒนากฎหมายและกลไกป้องกันการ “ฟ้องคดีปิดปาก” เพื่อปิดกั้นการมีส่วนร่วมสาธารณะ

33602821_1722249624510195_1793454725060886528_n
งานเสวนาวิชาการ เรื่อง การรพัฒนากฎหมายและกลไกป้องกันการ “ฟ้องคดีปิดปาก”
เพื่อปิดกั้นการมีส่วนร่วมสาธารณะ

วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 เวลา 13.00 – 16.30
ณ ห้องประชุมอิศรา อมันตกุล ชั้น 3 สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

กำหนดการเวทีเสวนาวิชาการ
12.00– 13.00 น. ลงทะเบียน
13.00 – 15.30 น. สถานการณ์การฟ้องคดีปิดปากในประเทศไทย
โดย คุณภัทรานิษฐ์ เยาดำ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (TLHR)
คุณ ส. รัตนมณี พลกล้า มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน (CRC)
โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw)*
การผลักดันกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาการฟ้องคดีปิดปากในปัจจุบัน
โดย คุณพรภัทร์ ตันติกุลานันท์ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำสำนักประธานศาลฎีกา
ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา*
ข้อเสนอของภาควิชาการและประชาสังคม
โดย คุณสมชาย หอมลออ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
คุณสุมิตรชัย หัตถสาร สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน
คุณเสาวณีย์ แก้วจุลกาญจน์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ
15.30 – 16.30 น. ช่วงแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วม
ดำเนินรายการโดย คุณพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
หมายเหตุ : *อยู่ระหว่างการประสานงาน
กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

+++ที่มาของการจัดเสวนา+++
การดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะ (Strategic Lawsuit Against Public Participation : SLAPP) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “การฟ้องคดีปิดปาก” เป็นรูปแบบหนึ่งของการใช้กระบวนการทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเพื่อยับยั้ง ขัดขวางการวิพากษ์วิจารณ์ การแสดงความคิดเห็น หรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะของประชาชนหรือชุมชน ซึ่งวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการฟ้องคดีปิดปากนั้น มิได้มุ่งที่ผลแพ้ชนะของคดี แต่มุ่งที่จะข่มขู่ให้หยุดการวิพากษ์วิจารณ์ หรือมุ่งก่อให้เกิดภาระที่ไม่จำเป็นแก่ผู้ถูกดำเนินคดี เช่น การแกล้งยื่นฟ้องต่อศาลในพื้นที่ห่างไกล เพื่อสร้างความลำบากแก่จำเลยในการเดินทางไปต่อสู้คดี หรือการฟ้องในข้อหาที่หนักกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้เกิดภาระทางการเงินในการต่อสู้คดี การเดินทาง เสียเวลาทำมาหากิน เกิดความยุ่งยากต่างๆ หรือแม้แต่เสียสุขภาพจิต จนที่สุดผู้ถูกดำเนินคดีต้องหยุดแสดงความคิดเห็น หยุดตรวจสอบ หรือหยุดการเข้าไปมีส่วนร่วม

ที่ผ่านมาประเทศไทยมีคดีที่เข้าลักษณะการฟ้องปิดปากอยู่จำนวนมากพอสมควร ประชาชน หรือชุมชนที่ออกมาใช้สิทธิและเสรีภาพเพื่อแสดงความคิดเห็น การคัดค้าน การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล หรือการดำเนินนโยบายการพัฒนาต่างๆที่ก่อผลกระทบต่อประชาชนหรือชุมชน ตลอดจนตรวจสอบการดำเนินการต่างๆของรัฐและกลุ่มทุน มักจะถูกกลุ่มทุนหรือรัฐดำเนินคดี ตัวอย่างเช่น กรณีชาวบ้านคัดต้านเหมืองแร่ จังหวัดเลย ถูกบริษัทเหมืองแร่ฟ้องทั้งคดีอาญาและแพ่งหลายคดี ซึ่งแม้สุดท้ายศาลจะพิพากษายกฟ้อง แต่การได้ฟ้องคดีก็ถือว่าเป็นความสำเร็จของผู้ฟ้องแล้ว เพราะได้ก่อให้เกิดภาระแก่ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งปัจจุบันการดำเนินคดีเพื่อปิดปากในลักษณะนี้ก็ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และไม่เพียงแค่เอกชนเท่านั้นที่เป็นผู้ฟ้อง หลายกรณีรัฐเข้ามามีบทบาทในการดำเนินคดีกับประชาชนด้วยเช่นกัน อาทิ การดำเนินคดีกับชาวบ้าน 17 คน ที่เดินเท้ามายืนหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีที่จังหวัดสงขลาเพื่อปกป้องประโยชน์สาธารณะ ปกป้องชุมชน หรือฐานทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน การดำเนินคดีกับเครือข่าย people go network จำนวน 8 คนที่จัดกิจกรรม we walk เดินมิตรภาพจากรังสิตไปขอนแก่น หรือล่าสุดการดำเนินคดีกับประชาชนจำนวนมากที่ใช้เสรีภาพในการชุมนุมอย่างสงบเพื่อเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง เป็นต้น

สำหรับทางแก้ไขปัญหานั้น ปัจจุบันรัฐโดยศาลยุติธรรมกำลังจะผลักดันให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายวิธิพิจารณาความอาญา มาตรา 161/1 เพื่อป้องกันการฟ้องปิดปาก โดยการฟ้องไม่สุจริต หรือบิดเบือนข้อเท็จจริง หรืออาจจะกลั่นแกล้งเอาเปรียบกับฝ่ายจำเลย หรือว่ามีการมุ่งหวังประโยชน์ในทางที่มิชอบ สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนและมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ซึ่งทำงานเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและการเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชน เห็นว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะมีการจัดเสวนาทางวิชาการเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวขึ้น เพื่อแลกเปลี่ยนและระดมความคิดเห็น และแสวงหาแนวทางการพัฒนากฎหมายและกลไกต่างๆเพื่อแก้ปัญหาการฟ้องคดีปิดปากหรือ slapp อย่างเหมาะสมและรอบครอบ และเพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

+++มีวัตถุประสงค์ของการจัดเสวนา+++
1. กระตุ้นการตระหนักรู้สาธารณะในเรื่องการฟ้องคดีปิดปาก หรือการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะ (Strategic Lawsuit Against Public Participation : SLAPP)
2. เพื่อรวบรวมข้อมูล ความเห็นและข้อเสนอแนะต่อแนวทางการพัฒนากฎหมายและกลไกต่างๆเพื่อแก้ไขปัญหาการฟ้องคดีปิดปาก หรือการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะ (Strategic Lawsuit Against Public Participation : SLAPP)

Event: ปัญหาชายแดนใต้กับอนาคตประเทศไทย

ที่มี: https://deepsouthwatch.org/th/node/11828

ร่างกำหนดการ

ปัญหาชายแดนใต้กับอนาคตประเทศไทย

วันเสาร์ที่ 26 พ.ค. 2561 ณ ห้อง 0301 อาคาร 2 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย รามคำแหง

 

13.30 – 14.00 ลงทะเบียน

 

14.00 – 14.15 กล่าวต้อนรับ เปิดงาน และฉายวิดีทัศน์โดย ผศ.ดร. ทิพรัตน์ บุบผะศิริ รองคณบดี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงและผู้แทนจากมูลนิธิเอเชีย

 

14.15 – 15.30 ประชาสังคมชายแดนใต้กับสันติภาพแนวราบ

  • มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม: มูหมัดอัสมิง เปาะแมรีซอ
  • เครือข่ายวาระผู้หญิงเพื่อสันติภาพชายแดนใต้: นางสาวปาตีเมาะ เปาะอิแตดาโอะ
  • เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ: รักชาติ สุวรรณ์
  • ปาตานีฟอรั่ม: เอกรินทร์ ต่วนศิริ
  • สายบุรีลุคเกอร์: อานัส พงศ์ประเสริฐ

 

15.30 – 17.00 เปิดโลกปัญหาชายแดนใต้กับอนาคตประเทศไทย

  • ตัวแทนจากจชต. : โซรยา จามจุรี / อัญชลี คงศรีเจริญ/ ปรัชญา โต๊ะอีแต/
  • อับฮา เบ็ญจมนัสกุล /วอเฮะ เจ๊ะแม
  • ตัวแทนจากกทม. : อาทิตย์ ทองอินทร์
  • ดำเนินรายการโดย ณรรธราวุธ เมืองสุข

 

17.00 – 17.30 ถาม-ตอบ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เข้าร่วม

 

17.30 – 18.00 สรุปและปิดงาน โดย ผศ.ดร. มูฮำหมัด อิลยาส หญ้าปรัง