Blog, Uncategorized

เครือข่ายกะเหรี่ยงฯ ขอให้ ไทยพีบีเอส แก้ไขข้อเท็จจริงและขอโทษต่อชาวกะเหรี่ยงกรณีเผยแพร่รายการ  เรื่องความจริงไม่ตาย ตอน โศกนาฏกรรมเฮลิคอบเตอร์ตก ในป่าแก่งกระจาน ผ่านช่องทางต่างๆของไทยพีบีเอส

  ใบแจ้งข่าว เครือข่ายกะเหรี่ยงฯ ขอให้ ไทยพีบีเอส แก้ไขข้อเท็จจริงและขอโทษต่อชาวกะเหรี่ยงกรณีเผยแพร่รายการ เรื่องความจริงไม่ตาย ตอน โศกนาฏกรรมเฮลิคอบเตอร์ตก ในป่าแก่งกระจานผ่านช่องทางต่างๆของไทยพีบีเอส  เมื่อวันที่ วันที่ 10 กรกฎาคม 2019 เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เขตงานตะนาวศรี โดยวุฒิ บุญเลิศ ที่ปรึกษา เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เขตงานตะนาวศรี ได้ทำหนังสือถึงประธานคณะกรรมการนโยบายสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสและ ผอ.สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เรื่องขอให้แก้ไขข้อเท็จจริงและขอโทษต่อชาวกะเหรี่ยงกรณีเผยแพร่รายการ  เรื่องความจริงไม่ตาย ตอน โศกนาฏกรรมเฮลิคอบเตอร์ตก ในป่าแก่งกระจาน ผ่านช่องทางต่างๆของไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา https://program.thaipbs.or.th/TruthNeverDies/episodes/61807   ในจดหมายร้องเรียนฉบับดังกล่าวได้ระบุว่า   “ (รายการ)  มีเนื้อหาข้อเท็จจริงเหมือนเป็นการใส่ความชาวกะเหรี่ยงแก่งกระจานเช่นการใช้คำว่า/ ชนกลุ่มน้อยบุกรุกทำลายป่า/ คำสาปชนกลุ่มน้อย/ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษรให้สัมภาษณ์ในรายการว่า/ ป่าถูกทำลายไม่ใช่น้อยแต่เป็นแสนๆไร่. ซึ่งถ้อยความทั้งหมดไม่เป็นความจริงซึ่งมีคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด(อ่านคำพิพากาษาศาสปกครองสูงสุดที่นี่   https://bit.ly/2LQ6MrS      ซึ่งยืนยันว่าชาวบ้านทั้งหมดคือคนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ตั้งหมู่บ้านมาก่อนที่ทางการจะประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ในกรณีเจ้าหน้าที่เข้าไปทำลายทรัพย์สินเผาบ้านยุ้งฉางข้าวเป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมายซึ่งศาลได้มีคำสั่งชดใช้ค่าเสียหายแก่ชาวบ้านตามที่สื่อมวลชนได้เผยแพร่ต่อสังคม”   เครือข่ายกะเหรี่ยงฯ  เห็นว่าการนำเสนอของไทยพีบีเอสเหมือนมีเจตนาบิดเบือนข้อเท็จจริงซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายและความเข้าใจผิดของสังคมต่อชาวกะเหรี่ยงจึงได้ขอให้ไทยพีบีเอสขอโทษชาวกะเหรี่ยงที่จะได้รับผลกระทบในความผิดพลาดของการนำเสนอจากรายการดังกล่าวโดยใช้ทุกช่องทางของไทยพีบีเอสเช่น เฟสบุค โทรทัศน์ ข่าวเวปไซด์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายการความจริงไม่ตายเครือข่ายกะเหรี่ยงขอขอบคุณทีไทยพีบีเอสได้นำเสนอเรื่องของกลุ่มชาติพันธุ์เพื่อให้เกิดความเข้าใจระหว่างกันในสังคมด้วยดีตลอดมาและหวังว่าจะดำเนินการแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นแล้ว… Continue reading เครือข่ายกะเหรี่ยงฯ ขอให้ ไทยพีบีเอส แก้ไขข้อเท็จจริงและขอโทษต่อชาวกะเหรี่ยงกรณีเผยแพร่รายการ  เรื่องความจริงไม่ตาย ตอน โศกนาฏกรรมเฮลิคอบเตอร์ตก ในป่าแก่งกระจาน ผ่านช่องทางต่างๆของไทยพีบีเอส

Advertisements
Blog, Uncategorized

9-11 ก.ค. 2562 ศาลจังหวัดปราจีนบุรีนัดสืบพยาน กรณีนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร เหยื่อคดีทรมานฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่กลับกลายเป็นจำเลย เพราะถูกเจ้าหน้าที่ฟ้องกลับ  

เผยแพร่วันที่ 8 กรกฎาคม 2562            ใบแจ้งข่าว 9-11 ก.ค. 2562 ศาลจังหวัดปราจีนบุรีนัดสืบพยาน กรณีนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร เหยื่อคดีทรมานฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่กลับกลายเป็นจำเลย เพราะถูกเจ้าหน้าที่ฟ้องกลับ   ในวันที่ 9, 10 และ 11 กรกฎาคม 2562 เวลา 09.00 น. ณ ศาลจังหวัดปราจีนบุรีนัดสืบพยานคดีหมายเลขดำที่ อ.1285/2561 ซึ่ง ฝ่ายโจทก์ (ดาบตำรวจฯ) ประสงค์จะสืบพยาน 2 ปาก กล่าวคือ ตัวโจทก์และเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งที่ร่วมกับโจทก์นำตัวจำเลย (ฤทธิรงค์) ไปค้นของกลางในวันเกิเหตุ (28 มกราคม 2552) ส่วนฝ่ายจำเลยประสงค์จะสืบพยาน 2 ปาก กล่าวคือ ตัวจำเลย (นายฤทธิรงค์) และ นายสมศักดิ์ บิดานายฤทธิรงค์ ที่มาของคดี เนื่องจากเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2561 หนึ่งในเจ้าหน้าที่ตำรวจยศดาบตำรวจที่ถูกนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร ฟ้องว่าได้ร่วมทำร้ายร่างกายตน เป็นจำเลยที่ 7 ในคดีที่นายฤทธิรงค์ฯฟ้องว่า เมื่อปี 2552 ตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรีซ้อมทรมานตนระหว่างสอบสวน และคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษนายตำรวจยศพันโทที่ซ้อมทรมานนายฤทธิรงค์ฯไปแล้ว และคดีดังกล่าวอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์โดยมีกำหนดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 เวลา 09.00 น. แต่เนื่องจากในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ศาลพิพากษายกฟ้องดาบตำรวจนายนี้ซึ่งเป็นจำเลยที่ 7 เพราะศาลตัดสินว่าขาดอายุความเนื่องจากการทำร้ายร่างกายนายฤทธิรงค์ฯเพียงเล็กน้อยโดยดาบตำรวจนายนี้จึงมีอายุความฟ้องคดีเพียง 1 ปี เป็นเหตุให้ดาบตำรวจคนดังกล่าวจึงได้ฟ้องกลับนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร ในข้อหาฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ ต่อศาลจังหวัดปราจีนบุรี เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.1285/2561 ที่สร้างภาระให้กับผู้เสียหายจากการทรมานเป็นอย่างมาก จากผู้เสียหายจากการทรมานตกเป็นจำเลยที่ตำรวจฟ้องกลับ และอาจเป็นการฟ้องกลั่นแกล้งให้ผู้เสียหายจากการทรมานมีภาระและความกังวลใจในการเรียกร้องความเป็นธรรมกรณีมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นจากเจ้าหน้าที่รัฐ… Continue reading 9-11 ก.ค. 2562 ศาลจังหวัดปราจีนบุรีนัดสืบพยาน กรณีนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร เหยื่อคดีทรมานฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่กลับกลายเป็นจำเลย เพราะถูกเจ้าหน้าที่ฟ้องกลับ  

Blog

ข้อเสนอของชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่กลุ่มผืนป่าแก่งกระจาน กรณีการเสนอชื่อกลุ่มผืนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกทางธรรมชาติของโลก ต่อ คณะกรรมการมรดกโลก รัฐบาลไทย ลงวันที่ 1 กค. 2562

เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมเขตงานตะนาวศรี ข้อเสนอของชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่กลุ่มผืนป่าแก่งกระจาน กรณีการเสนอชื่อกลุ่มผืนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกทางธรรมชาติของโลก ต่อ คณะกรรมการมรดกโลก รัฐบาลไทย วันที่  1 กรกฎาคม 2019 เรื่อง     ข้อเสนอต่อคณะกรรมการมรดกโลก เรียน    คณะกรรมการมรดกโลก ผ่านองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ(IUCN)ประจำประเทศไทย จากการที่ประเทศไทยได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการมรดกโลกเพื่อพิจารณาให้พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ชาวกะเหรี่ยงซึ่งเป็นชนเผ่าพื้นเมืองอาศัยอยู่ในบริเวณนี้มาเนิ่นนานหลายร้อยปี กลับไม่ได้รับสิทธิในการบริหารจัดการผืนป่าของตนเอง ปัญหาเกี่ยวกับสิทธิชุมชนยังไม่ได้รับการยอมรับ ชาวบ้านกะเหรี่ยงบางกลอยยังถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแก่งกระจานฟ้องดำเนินคดีมติคณะรัฐมนตรีแนวนโยบายฟื้นฟูวิถีชีวิตกะเหรี่ยงไม่ได้รับการปฏิบัติชาวกะเหรี่ยงได้รวมตัวกันเป็น “เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมเขตงานตะนาวศรีเสนอข้อเรียกร้องในการที่จะประกาศพื้นที่ของชาวกะเหรี่ยงเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ดังนี้ ๑. ต้องให้ชุมชนชาวกะเหรี่ยงคือผู้กำหนดพื้นที่ทางวัฒนธรรมการทำกินโดยระบบไร่หมุนเวียน ในวงรอบ ไร่หมุนเวียน ๑๐ ปีด้วยตนเอง ๒. ต้องกำหนดให้พื้นที่ห้วยกระซู่ ซึ่งเป็นพื้นที่ของชาวกะเหรี่ยงในผืนป่าแก่งกระจานเป็นพื้นที่ศึกษาวิจัย ไร่หมุนเวียนร่วมกันระหว่างรัฐกับชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ ๓.ต้องให้ชาวกะเหรี่ยงเป็นผู้เลือกพื้นที่อาศัยด้วยตนเอง ๔. ต้องให้ชาวกะเหรี่ยงเป็นผู้บริหารดูแลจัดการพื้นที่อยู่อาศัยและไร่หมุนเวียนด้วยตนเอง ในรูปแบบคณะกรรมการชุมชน ๕.ต้องยอมรับวิถีวัฒนธรรมสิทธิชุมชนและสิทธิมนุษยชนของชาวกะเหรี่ยง ๖. ในการเสนอพื้นที่กลุ่มผืนป่าแก่งกระจานเพื่อเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ต่อคณะกรรมการมรดกโลก ต้องเป็นการเสนอร่วมกันโดยรัฐบาลไทยกับเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมเขตงานตะนาวศรี ๗. หากไม่สามารถยอมรับและดำเนินการตามข้อเสนอเหล่านี้ทั้งหมดได้ ชาวกะเหรี่ยงก็ไม่ยอมรับการประกาศกลุ่มผืนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของคณะกรรมการมรดกโลกและประเทศไทย เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมเขตงานตะนาวศรี จากข้อเรียกร้องทั้ง7ข้อเป็นที่รับทราบของที่ผ่านมารัฐไม่ได้ตอบสนองเครือข่ายกะเหรี่ยงฯจึงยังไม่พร้อมที่จะยอมรับการประกาศให้กลุ่มผืนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกทางธรรมชาติของโลก หวังใจว่าคณะกรรมการมรดกโลกและรัฐบาลไทย จะมีความเคารพต่อชนเผ่าพื้นเมืองซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ที่จะประกาศเป็นมรดกโลก และดำเนินการตามข้อเรียกร้องของทางเครือข่าย ซึ่งทางเครือข่ายเองก็มีความยินดีที่จะร่วมมือกับคณะกรรมการมรดกโลกและรัฐบาลไทยในการรักษามรดกโลกทางธรรมชาติแห่งนี้ ยืนยันตามข้ออ้างอิงในคำประกาศ ณ.หมู่บ้าน เกาะสะเดิ่ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่เวซาโว่ พื้นที่คุ้มครองมรดกทางธรรมชาติของโลกต.ไล่โว่อ.สังขละบุรีจ.กาญจนบุรี12กุมภาพันธ์2559… Continue reading ข้อเสนอของชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่กลุ่มผืนป่าแก่งกระจาน กรณีการเสนอชื่อกลุ่มผืนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกทางธรรมชาติของโลก ต่อ คณะกรรมการมรดกโลก รัฐบาลไทย ลงวันที่ 1 กค. 2562

Blog, Uncategorized

บันทึก เวทีเสวนาภายใต้หัวข้อ “Step forward for a better life” 30 มิถุนายน 2562 โรมแรมปาร์ควิวปัตตานี

        เวทีเสวนาภายใต้หัวข้อ “Step Forward for a Better Life” .”จงเดินหน้าต่อไปเพื่อชีวิตที่ดีกว่า” 30 มิถุนายน 2562 โรมแรมปาร์ควิว อ.เมือง ปัตตานี จัดโดย มูลนิธิผสานวัฒนธรรม กลุ่มด้วยใจ เครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี  กล่าวเปิดงาน โดยคุณสมชาย หอมลออ ที่ปรึกษามูลนิธิผสานวัฒนธรรม ตลอดระยะเวลา15 ปีของความรุนแรงที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนใต้ (จชต.) มีผู้ได้รับผลกระทบมากมายนับหมื่นนับแสนคน ทั้งเสียชีวิต บาดเจ็บ และผลกระทบในด้านอื่นๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ในช่วงแรกของสถานการณ์ความรุนแรง องค์การภาคประชาสังคมให้ความสนใจเรื่องการตรวจสอบความรุนแรงเป็นหลักเพื่อยับยั้งความรุนแรงที่เกิดขึ้น การทำงานดังกล่าวแม้เป็นสิ่งจำเป็นแต่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของสถานการณ์ การแก้ไข ฟื้นฟู เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบ เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งในการสร้างสันติสุขใน จชต.  ดังนั้นหลายองค์กรจึงเพิ่มงานฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบมากขึ้น งานเสวนาในวันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเพื่อบรรลุเป้าประสงค์ดังกล่าว การทำร้ายร่างกายและชีวิตและการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบเป็นสิ่งต้องห้ามทั้งในหลักศีลธรรมและกฎหมายเแต่สิ่งเหล่านั้นก็เกิดขึ้นอยู่ตลอดมา ทั้งๆที่สามารถหลีกเลี่ยง และป้องกันได้ หากบุคคลในสังคมยึดถือสันติวิธี และรัฐกับสถาบันทางสังคมทำหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น ประเด็นปัญหาที่สำคัญคือการซ้อมทรมานผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับความไม่สงบ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล ยังเป็นสิ่งที่ไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่ แต่สังคมด้วย ยังยอมรับและอนุญาตให้เกิดขึ้น… Continue reading บันทึก เวทีเสวนาภายใต้หัวข้อ “Step forward for a better life” 30 มิถุนายน 2562 โรมแรมปาร์ควิวปัตตานี

Blog, Uncategorized

Book launch of “Jai Pandin: The Heart of the Ancestral Land for the Karen Community in Kaeng Krachan” on 3 July 2019 at 1:00 -5:00 pm, Chulalongkorn University.

Book launch of “Jai Pandin: The Heart of the Ancestral Land for the Karen Community in Kaeng Krachan” and panel discussion on the situation concerning indigenous Karen communities and potential registration of Kaeng Krachan Forest Complex as a UNESCO World heritage site 3 July 2019, 1:00 -5:00 pm, Venue: Room 317, Floor 4th, Visid Prachuabmoh… Continue reading Book launch of “Jai Pandin: The Heart of the Ancestral Land for the Karen Community in Kaeng Krachan” on 3 July 2019 at 1:00 -5:00 pm, Chulalongkorn University.