Blog

Human Rights Volunteers: First Week Done and Dusted!

เมื่อเราตั้งคำถาม สัปดาห์แรกของการทำงานที่มูลนิธิผสานวัฒนธรรมเป็นอย่างไรบ้างคะ? กับน้องอาสาสมัครนักสิทธิฯทั้งสองคน หลังจากได้ร่วมผจญภัยในโลกของการทำงานสิทธิมนุษชนมาเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ เราจึงได้คำตอบน่าสนใจที่ทุกคนอ่านแล้วก็จะอดยิ้มตามไม่ได้ ซีกีน ไม่คิดมาก่อนว่าจะเลือกมูลนิธินี้ จากที่ได้ฟังพี่จากมูลนิธิมาเล่าถึงการทำงานขององค์กร ทำให้มองเห็นมากขึ้น และเป็นความตั้งใจที่เราสามารถต่อยอดได้ในอนาคต ไม่ได้เรียนตรงสายที่ทำอยู่ เข้ามาจุดนี้เลยงงๆหน่อย ไม่รู้ว่าตัวเองสามารถช่วยในส่วนไหนบ้าง รู้สึกดีค่ะ ได้ทำอะไรที่แปลกใหม่ตรงความต้องการ ได้รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน บรรยากาศการทำงานก็เอื้อมาก พี่ๆทุกคนใจดีและมีความเก่งในด้านงานที่ตนเองรับผิดชอบอยู่ ต้องปรับตัวเอง และเรียนรู้อีกเยอะ อึ้งค่ะ กับการทำงานขององค์กรเอ็นจีโอ ทั้งในส่วนองค์กรที่ทำอยู่และองค์กรเครือข่าย นับถือในความตั้งใจของทุกคนต่อการทำงานของส่วนรวมค่ะ เราอยู่ในมุมที่มีสถานการณ์ความขัดแย้ง เห็นหลายๆเคส ที่ไม่โอเค แต่พอมาอยู่จุดๆนี้ทำให้รู้ว่า มันมีทั่วทุกพื้นที่ ได้ฟังการแลกเปลี่ยนแต่ละเคสที่แตกต่างกันไป ถือเป็นความรู้ใหม่ที่คุ้มมาก ได้เจอเคสด้วยตัวเอง รับทราบข้อเท็จจริงจากญาติๆ ได้แลกเปลี่ยน และต้องปรับตัวอีกเยอะต่อการเปิดรับความรู้ใหม่ๆ เคสใหม่ๆค่ะ   บี เรากับการร่วมงานกับ crcf ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 อย่างจริงจัง ด้วยการเรียนรู้ผ่านการทำงาน การปฏิบัติงาน และการรับฟังปัญหาจากผู้เสียหายด้วยตัวเอง ทำให้เรารู้สึกแปลกใจกับปัญหาต่างๆของสังคมที่มูลนิธิได้ให้การช่วยเหลือ มีหลายต่อหลายคดีที่ทำให้เราตั้งคำถามกับเหตุการณ์เหล่านี้ในสังคม โดยหากใช้ศัพท์ที่วัยรุ่นใช้กันในโซเชียว เขาจะพูดกันว่า “แบบนี้ก็ได้หรอ” ที่มักจะใช้กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเหนือความคาดหมาย และอีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจกับการทำงานกับมูลนิธิผสานวัฒนธรรมเพียงหนึ่งสัปดาห์เต็มของเรา คือการทำงานของมูลนิธิจะทำงานที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกของผู้ที่ถูกกระทำ… Continue reading Human Rights Volunteers: First Week Done and Dusted!

Blog

ขอต้อนรับอาสาสมัครนักสิทธิฯรุ่นที่ 12: บี

นางสาว พรพิมล มุกขุนทด ชื่อเล่น บี เป็นคนจังหวัดชัยภูมิ จบการศึกษามาจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม สาขานิติศาสตร์และสิทธิมนุษยชนศึกษา เป็นหลักสูตรคู่ขนาน 2 ใบปริญญา ซึ่งตอนเลือกลงเรียนสาขานี้เราไม่รู้เลยว่าสิทธิมนุษยชนคืออะไร เราสนใจเพียงสาขานิติศาสตร์เท่านั้น แต่เห็นสาขานี้ได้ 2 ใบปริญญาก็เลือกลงเป็นอันดับแรก และก็ติดในที่สุด  โดยช่วงแรกในมหาวิทยาลัย เราใช้ชีวิตอย่างคนที่ไม่เข้าใจคำว่าสิทธิมนุษยชนหมายถึงอะไร ดำเนินชีวิตตามกรอบ ระเบียบ ที่เขาว่าดี และกล่าวอ้างว่าปฏิบัติสืบต่อกันมานานแล้ว เราจึงกลายเป็นบุคคลที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อบุคคลอื่นเองในเวลาต่อมา เพราะความเชื่อบางอย่างที่ครอบงำเรา ต่อมาหลังจากการได้เรียนรู้ ศึกษาด้านสิทธิมนุษยชนมากขึ้น ในรายวิชาต่างๆ ของหลักสูตรสิทธิมนุษยชนทำให้เราเริ่มเข้าใจบริบทต่างๆของสังคม ตระหนัก และเรียนรู้ว่าสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องใกล้ตัวเรา เรามีสิทธิในชีวิต ร่างกาย ที่จะกระทำการต่างๆได้อย่างเสรี โดยไม่ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น ต้องขอขอบคุณมูลนิธิผสานวัฒนธรรมและมูลนิธิอาสาสมัครนักสิทธิมนุษยชนที่เปิดโอกาสให้เราได้เข้ามาร่วมงานกับมูลนิธิ สิ่งที่คาดหวังในอนาคตกับการทำงานด้านสิทธิมนุษยชน ส่วนตัวเราเชื่อมาเสมอว่าเราควรทำตัวเองให้เข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนให้ดีก่อน อย่างน้อยจะได้ไม่ไปละเมิดสิทธิมนุษยชนผู้อื่น และส่งต่อความรู้ให้คนรอบข้างได้รู้หรือตระหนักว่าสิทธิมนุษยชน เป็นสิทธิแต่กำเนิดที่ทุกคนมีอยู่แล้ว แต่เพียงมองข้ามหรือขาดความเข้าใจในเรื่องสิทธิที่ตนพึงมีพึงได้รับเท่านั้น และสุดท้ายการเรียนรู้ผ่านเรื่องจริงและประสบการณ์จากพี่ๆในมูลนิธิ อาจทำให้เราเข้าใจ และเปิดใจได้ดียิ่งขึ้นกว่าการศึกษาผ่านตำราในรั้วมหาลัยดังที่ผ่านมานั้นเอง