บทความจาก The101: ‘อุ้มหาย’ ไม่ใช่อาชญากรรม ‘ซ้อมทรมาน’ ไม่มีคนผิด โดยวจนา วรรลยางกูร

ที่มา: https://www.the101.world/suppression-of-torture-and-enforced-disappearances-act/?fbclid=IwAR1P1gGBYOvHZ10DYqaNhHjnn4qSfE53Qbwt_I1Zb0n2niXJutebrsZTnsI ‘อุ้มหาย’ ไม่ใช่อาชญากรรม ‘ซ้อมทรมาน’ ไม่มีคนผิด ที่มา: the101.world วจนา วรรลยางกูร เรื่อง Shin Egkantrong ภาพประกอบ ใครจะรู้ว่าสักวันหนึ่งผู้โชคร้ายที่ถูกอุ้มไปซ้อมทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดอาจเป็นคนในครอบครัว เพื่อน หรือกระทั่งตัวเราเอง เรื่องเล่าที่ได้ยินมาตั้งแต่เด็กว่าเจ้าหน้าที่ซ้อมผู้ต้องหาให้รับสารภาพ อาจกลายเป็นประสบการณ์ตรงที่ไม่น่าจดจำ ‘การซ้อมทรมาน’ เกิดขึ้นต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด ราวกับว่าถูกระบุอยู่ในคู่มือการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ และยากจะนำตัวคนผิดมาลงโทษ เมื่อเป็นสิ่งที่ทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐอันเกี่ยวโยงโครงสร้างอำนาจหลายส่วนที่พร้อมปกปิดเรื่องอันน่าหดหู่นี้ เหยื่อส่วนมากก็แทบจะหาหลักฐานไม่ได้เมื่อถูกปิดตาขณะโดนซ้อมในสถานที่ลับ รอยด่างพร้อยนี้ทำให้ระบบความยุติธรรมบิดเบี้ยว เมื่อมีการซ้อมทรมานคนบริสุทธิ์ให้รับสารภาพในสิ่งที่ไม่ได้ทำ คนผิดตัวจริงไม่ถูกลงโทษ เหยื่อกลายเป็นแพะ ครอบครัวเหยื่อนอกจากจะเป็นหนี้สินจากการออกมาต่อสู้คดีที่ยืดเยื้อยาวนานแล้วยังเสี่ยงถูกคุกคามจากผู้มีอำนาจ ส่วนเจ้าหน้าที่อาจถูกลงโทษเพียงแค่ถูกย้ายไปทำหน้าที่ส่วนอื่น ความรุนแรงอีกระดับที่เจ้าหน้าที่รัฐใช้ควบคู่กับการทรมาน เพื่อยุติความขัดแย้งกับคนที่ลุกขึ้นมาเรียกร้องความเป็นธรรม คือ ‘อุ้มหาย’ เมื่อไม่มีศพ ไม่มีหลักฐาน ก็ยากจะสืบเสาะว่าเกิดอะไรขึ้นกับบุคคลที่สูญหาย แม้หลายกรณีมีพยานเห็นว่าหายไปหลังถูกเจ้าหน้าที่รัฐควบคุมตัวก็ตาม การอุ้มหายถูกเลือกใช้เป็นเครื่องมือจัดการคนเห็นต่างกับรัฐหลายครั้ง เพราะหาหลักฐานยากและไม่มีกฎหมายใดระบุว่าการอุ้มหายเป็นอาชญากรรม ตำรวจก็ไม่ค้นหาหรือดำเนินคดีเพราะไม่มีกฎหมายรองรับ สภาพที่ไร้ทางออกเช่นนี้เปิดช่องให้ ‘การฆ่า’ เกิดขึ้นโดยไม่มีการหาตัวคนทำ น่าสลดที่เรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นในประเทศไทย จนชวนคิดว่านี่คงไม่ใช่สภาพสังคมที่เราและคนรุ่นต่อไปอยากอยู่ สังคมที่เจ้าหน้าที่รัฐพร้อมจับใครก็ได้เพื่อปิดคดี สังคมที่ทำให้การทำร้ายร่างกายระหว่างสอบสวนเป็นเรื่องปกติ สังคมที่หยิบความรุนแรงมาใช้กำจัดคนที่ลุกขึ้นมาเรียกร้องความเป็นธรรม สังคมที่คนถูกอุ้มฆ่าแล้วไม่มีกฎหมายให้เอาผิดใครได้   ‘จับแพะ-ซ้อมทรมาน’ อย่ายอมรับเป็นวิถีไทย   “ทุกคนไม่ได้สนใจ … Continue reading บทความจาก The101: ‘อุ้มหาย’ ไม่ใช่อาชญากรรม ‘ซ้อมทรมาน’ ไม่มีคนผิด โดยวจนา วรรลยางกูร

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ใบแจ้งข่าว : ใบแจ้งข่าวศาลจังหวัดปราจีนบุรี พิพากษาจำคุกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปราจีนบุรี 1 ปี ปรับ 8,000 บาท ฐานซ้อมทรมานนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร เพื่อให้รับสารภาพในข้อหาวิ่งราวทรัพย์

ใบแจ้งข่าว           ศาลจังหวัดปราจีนบุรี พิพากษาจำคุกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สังกัดกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูรจังหวัดปราจีนบุรี 1 ปี ปรับ 8,000 บาท ฐานซ้อมทรมานนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร เพื่อให้รับสารภาพในข้อหาวิ่งราวทรัพย์   จากกรณีที่นายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร  เป็นโจทก์ฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจบางคน สังกัดกองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรีพร้อมพวกเป็นจำเลย ต่อศาลจังหวัดปราจีนบุรี เป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.925/2558.     ว่า เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2552 จำเลยได้ร่วมกันซ้อมทรมานเพื่อให้ตนรับสารภาพในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ ทั้งๆที่ตนไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด เหตุเกิดที่สถานีตำรวจภูธรเมืองปราจีนบุรีนั้น ศาลปราจีนบุรีได้ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 ก.ย.2561 ว่า พันตำรวจโทวชิรพันธ์  โพธิราช มีความผิดจริง ส่วน พันตำรวจโทปัญญา เรือนดี ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง จากพยานหลักฐานที่ได้จากการพิจารณา ศาลเชื่อว่า โจทก์ได้ถูกพันตำรวจโทวชิรพันธ์  จำเลย ทำร้ายเพื่อให้รับสารภาพจริง จึงมีความผิดตามประมวลอาญา มาตรา 157 มาตรา 200 มาตรา 295 มาตรา 309 มาตรา 301 มาตรา 391 และมาตรา 83   ให้ลงโทษฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ  ลงโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 12,000 บาท แต่จำเลยที่ 3 ให้การเป็นประโยชน์ … Continue reading มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ใบแจ้งข่าว : ใบแจ้งข่าวศาลจังหวัดปราจีนบุรี พิพากษาจำคุกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปราจีนบุรี 1 ปี ปรับ 8,000 บาท ฐานซ้อมทรมานนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร เพื่อให้รับสารภาพในข้อหาวิ่งราวทรัพย์

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ใบแจ้งข่าว : ศาลจังหวัดปราจีนบุรีนัดฟังคำพิพากษา คดีนายฤทธิรงค์ฯ เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญา กล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนซ้อมทรมานให้รับสารภาพ 9ปีที่แล้ว

เผยแพร่วันที่ 27 กันยายน  2561 ใบแจ้งข่าว ศาลจังหวัดปราจีนบุรีนัดฟังคำพิพากษา คดีนายฤทธิรงค์ฯ เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญา กล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนซ้อมทรมานให้รับสารภาพ 9ปีที่แล้ว คดีนี้สืบเนื่องจากนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร ซึ่งเป็นโจทก์ฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรีเป็นจำเลย ว่าเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2552 ได้ร่วมกันซ้อมทรมานเพื่อให้ตนรับสารภาพในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ ซึ่งตนไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด นั้น บัดนี้ได้นำสืบพยานโจทก์และจำเลยเสร็จสิ้นแล้ว โดยประเด็นสำคัญในการสืบพยานโจทก์และจำเลยในชั้นศาล นายฤทธิรงค์ โจทก์ในคดีได้นำประเด็นข้อเท็จจริงเพื่อพิสูจน์ถึงเรื่องที่ตนได้ถูกจำเลยซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายร่างกายโดยวิธีทรมานให้รับสารภาพในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ โดยได้นำสืบพยานซึ่งประกอบไปด้วยแพทย์ผู้ทำการตรวจร่างกายนายฤทธิรงค์ในประเด็นผลการตรวจและรักษาแผลที่เกิดขึ้นว่ามีร่องลอยบาดแผลเกิดขึ้นจริง และบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในวันเกิดเหตุทั้งบุคคลที่ถูกคุมตัวมาที่สถานีตำรวจด้วยกันแต่อยู่นอกห้องที่โจทก์โดนซักถามและได้ยินโจทก์ร้อง โอยๆ เหมือนคนเจ็บปวด และพยานบุคคลที่นายฤทธิรงค์โจทก์ในคดีนี้ได้ช่วยเหลือขณะถูกควบคุมตัวอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพยานอีกคนหนึ่งที่เคยให้การในชั้น ป.ป.ท. ว่าได้อยู่ในวันเกิดเหตุด้วยนั้นแต่เป็นคำให้การเท็จจึงมาเบิกความในชั้นศาลว่าตนไม่ได้อยู่ในวันเกิดเหตุดังกล่าว ส่วนจำเลยในคดีทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยศพันตำรวจโท ที่นายฤทธิรงค์ได้กล่าวหาว่าร่วมกันซ้อมทรมานได้นำพยานบุคคลที่ตนอ้างว่าเป็นบุคคลภายนอกได้อยู่ร่วมด้วยห้องทำงานในขณะซักถามโจทก์ในวันเกิดเหตุมาเบิกความเพื่อกล่าวอ้างว่าไม่มีการทรมานนายฤทธิรงค์จริง นายสมศักดิ์ ชื่นจิตร บิดานายฤทธิรงค์ฯ กล่าวถึงความรู้สึกในวันนัดฟังคำพิพากษาครั้งนี้ว่า “เรายังมีความคาดหวังจึงได้มาฟ้องคดีต่อศาลยุตธรรมใช้เวลากว่า 9 ปี และคิดว่าคดีนี้หลักฐานพิสูจน์ได้ว่าลูกถูกทำร้ายร่างกายจริงตอนเขาอายุแค่19ปี เรียนอยู่มัธยม6 แต่ก็ได้เผื่อใจไว้เพราะเราเป็นประชาชนธรรมดาและต่อมาต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมกับคู่กรณีที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ  เราอยากให้ความจริงปรากฏแต่ถึงอย่างไรหากคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่เป็นตามหวังก็ต้องต่อสู้กันจนถึงชั้นศาลฎีกา เพราะเราก็ต้องสู้เพื่อลูกของเราและเพื่อสิทธิมนุษยชนของเราทุกคน เพราะไม่รู้ว่าเรื่องอย่างนี้จะเกิดกับคุณเมื่อไร” ทั้งนี้ศาลจังหวัดปราจีนบุรีได้กำหนดนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 28 กันยายน 2561 เวลา 09.00น. เป็นต้นไป ณ ศาลจังหวัดปราจีนบุรี สำหรับสื่อมวลชนหรือผู้ที่สนใจคดีดังกล่าวสามารถเข้าร่วมรับฟังการคำพิพากษาคดีได้ตามวันเวลาข้างต้นและสามารถติดตามเรื่องราวของคดีนี้ได้ที่ https://voicefromthais.wordpress.com/?s=ฤทธิรงค์           สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม           นายปรีดา นาคผิว                   ทนายความ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม          โทร 098-6222474

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ใบแจ้งข่าว:นัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น 28 กันยายน 2561 กรณีนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร เป็นโจทก์ฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งร่วมกันซ้อมทรมาน เพื่อให้ตนรับสารภาพในข้อหาวิ่งราวทรัพย์

ใบแจ้งข่าว นัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น 28 กันยายน 2561 กรณีนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร เป็นโจทก์ฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งร่วมกันซ้อมทรมานเพื่อให้ตนรับสารภาพในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ ศาลจังหวัดปราจีนบุรี นัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น ในวันที่ 28 กันยายน 2561 คดีหมายเลขดำที่ อ.925/2558 นายนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญา กล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี โดยคดีนี้สืบเนื่องมาจากนายฤทธิรงค์ฯ และนายสมศักดิ์ ชื่นจิตร (บิดา) ภูมิลำเนาอยู่อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อองค์กรภาครัฐและองค์กรอิสระจำนวนมาก ตลอดระยะเวลาหลายปี ในการเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและดำเนินคดีเอาผิดเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในเมืองปราจีนบุรี ที่จับกุมและร่วมทำร้ายร่างกายด้วยการทรมานนายฤทธิรงค์ฯ ขณะเป็นเยาวชนอายุ 18 ปี และเป็นนักเรียนอยู่ เพื่อบังคับให้รับสารภาพว่ากระทำความผิดวิ่งราวทรัพย์ ทั้งที่นายฤทธิรงค์ฯไม่ได้กระทำความผิด จนเป็นเหตุให้นายฤทธิรงค์ฯฟ้องคดีดังกล่าวด้วยตนเองต่อศาลจังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2558 โดยคดีนี้ มีการสืบพยานโจทก์แล้วเมื่อวันที่ 3, 4 กรกฎาคม 2561 จำนวน 4 ปาก และเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2561 ฝ่ายโจทก์นำพยานเข้าเบิกความต่อศาลอีก 3 ปาก ได้แก่ แพทย์ผู้ทำการตรวจร่างกายนายฤทธิรงค์ฯ บุคคลอื่นๆที่เกี่ยวข้องในวันเกิดเหตุ และนักข่าวจากสำนักข่าวแห่งหนึ่งซึ่งได้สัมภาษณ์ตำรวจนายหนึ่งที่ยอมรับว่ามีการซ้อมทรมานนายฤทธิรงค์ฯจริง รวมพยานที่โจทก์นำสืบทั้งหมด 7 ปาก ส่วนด้านจำเลยในคดีดังกล่าว ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยศพันตำรวจโท 2 นาย นำสืบพยานเข้าเบิกความต่อศาลทั้งหมดจำนวน 9ปาก ได้แก่  ตัวจำเลยทั้งสองซึ่งอ้างตนเองเป็นพยาน  เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 4ปาก  เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 1 ปาก และบุคคลซึ่งอ้างว่าตนเป็นผู้ที่ถูกนายฤทธิรงค์ฯ วิ่งราวทรัพย์ของตนเมื่อปี 2552 จำนวน 1 ปาก … Continue reading มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ใบแจ้งข่าว:นัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น 28 กันยายน 2561 กรณีนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร เป็นโจทก์ฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งร่วมกันซ้อมทรมาน เพื่อให้ตนรับสารภาพในข้อหาวิ่งราวทรัพย์

วันที่ 29 สิงหาคม 61 สองจำเลยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนจะขึ้นให้การคดีอาญาที่นายฤทธิรงค์ฯ เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญากล่าวหาจนท.ตำรวจซ้อมทรมาน ศาลจังหวัดปราจีนบุรี

  เผยแพรวันที่ 26 สิงหาคม 2561 ใบแจ้งข่าว ศาลจังหวัดปราจีนบุรีนัดสืบพยานโจทก์ และจำเลย คดีนายฤทธิรงค์ฯ เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญา กล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนซ้อมทรมานตน   สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 และวันที่ 4 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา นายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร ซึ่งเป็นโจทก์ฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี ว่าเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2552 ได้ร่วมกันซ้อมทรมานเพื่อให้ตนรับสารภาพในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ ซึ่งตนไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด นั้น ได้นำพยานเข้าเบิกความต่อศาลจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งตอนนี้สืบพยานโจทก์ไปแล้วจำนวน 4 ปาก ได้แก่ 1.นายฤทธิรงค์ฯ ตัวโจทก์ 2.บิดานายฤทธิรงค์ 3.เพื่อนของนายฤทธิรงค์ฯ ซึ่งเป็นประจักษ์พยานในวันเกิดเหตุ และ 4.เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นหนึ่งในชุดสืบสวนเช่นเดียวกับจำเลยในคดีนี้ ประจักษ์พยานในวันเกิดเหตุเช่นกัน แต่ทางนายฤทธิรงค์ โจทก์ในคดีดังกล่าวยังคงมีประเด็นข้อเท็จจริงที่จะสืบพยานอีกหลายปากเพื่อพิสูจน์ถึงเรื่องที่โจทก์ได้ถูกจำเลยซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายร่างกายโดยวิธีทรมาน ทั้งนี้นายฤทธิรงค์ โจทก์ในคดีดังกล่าวจะนำพยานเข้าเบิกความต่อศาลอีก 5 ปาก ในวันที่ 28 สิงหาคม 2561 ที่จะถึงนี้ ซึ่งประกอบไปด้วยแพทย์ผู้ทำการตรวจร่างกายนายฤทธิรงค์ และบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในวันเกิดเหตุ ส่วนด้านจำเลยที่ 3 และที่ 4 ในคดีดังกล่าว ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยศพันตำรวจโท ที่นายฤทธิรงค์ได้กล่าวหาว่าร่วมกันซ้อมทรมาน เพื่อให้ตนรับสารภาพในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ ซึ่งตนไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด นั้น จะนำสืบพยานเข้าเบิกความต่อศาลจำนวน 12 ปาก โดยในวันที่ 29 สิงหาคม 2561 ที่จะถึงนี้ จำเลยที่ 3 และที่ 4 จะขึ้นเบิกความต่อศาล ในคดีดังกล่าว ทั้งนี้ ศาลจังหวัดปราจีนบุรีได้กำหนดนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ วันที่ 28 สิงหาคม และนัดนัดสืบจำเลยในวันที่29-31สิงหาคม 2561 เวลา 09.00น. เป็นต้นไป … Continue reading วันที่ 29 สิงหาคม 61 สองจำเลยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนจะขึ้นให้การคดีอาญาที่นายฤทธิรงค์ฯ เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญากล่าวหาจนท.ตำรวจซ้อมทรมาน ศาลจังหวัดปราจีนบุรี