มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ใบแจ้งข่าว:นัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น 28 กันยายน 2561 กรณีนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร เป็นโจทก์ฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งร่วมกันซ้อมทรมาน เพื่อให้ตนรับสารภาพในข้อหาวิ่งราวทรัพย์

ใบแจ้งข่าว นัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น 28 กันยายน 2561 กรณีนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร เป็นโจทก์ฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งร่วมกันซ้อมทรมานเพื่อให้ตนรับสารภาพในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ ศาลจังหวัดปราจีนบุรี นัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น ในวันที่ 28 กันยายน 2561 คดีหมายเลขดำที่ อ.925/2558 นายนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญา กล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี โดยคดีนี้สืบเนื่องมาจากนายฤทธิรงค์ฯ และนายสมศักดิ์ ชื่นจิตร (บิดา) ภูมิลำเนาอยู่อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อองค์กรภาครัฐและองค์กรอิสระจำนวนมาก ตลอดระยะเวลาหลายปี ในการเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและดำเนินคดีเอาผิดเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในเมืองปราจีนบุรี ที่จับกุมและร่วมทำร้ายร่างกายด้วยการทรมานนายฤทธิรงค์ฯ ขณะเป็นเยาวชนอายุ 18 ปี และเป็นนักเรียนอยู่ เพื่อบังคับให้รับสารภาพว่ากระทำความผิดวิ่งราวทรัพย์ ทั้งที่นายฤทธิรงค์ฯไม่ได้กระทำความผิด จนเป็นเหตุให้นายฤทธิรงค์ฯฟ้องคดีดังกล่าวด้วยตนเองต่อศาลจังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2558 โดยคดีนี้ มีการสืบพยานโจทก์แล้วเมื่อวันที่ 3, 4 กรกฎาคม 2561 จำนวน 4 ปาก และเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2561 ฝ่ายโจทก์นำพยานเข้าเบิกความต่อศาลอีก 3 ปาก ได้แก่ แพทย์ผู้ทำการตรวจร่างกายนายฤทธิรงค์ฯ บุคคลอื่นๆที่เกี่ยวข้องในวันเกิดเหตุ และนักข่าวจากสำนักข่าวแห่งหนึ่งซึ่งได้สัมภาษณ์ตำรวจนายหนึ่งที่ยอมรับว่ามีการซ้อมทรมานนายฤทธิรงค์ฯจริง รวมพยานที่โจทก์นำสืบทั้งหมด 7 ปาก ส่วนด้านจำเลยในคดีดังกล่าว ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยศพันตำรวจโท 2 นาย นำสืบพยานเข้าเบิกความต่อศาลทั้งหมดจำนวน 9ปาก ได้แก่  ตัวจำเลยทั้งสองซึ่งอ้างตนเองเป็นพยาน  เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 4ปาก  เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 1 ปาก และบุคคลซึ่งอ้างว่าตนเป็นผู้ที่ถูกนายฤทธิรงค์ฯ วิ่งราวทรัพย์ของตนเมื่อปี 2552 จำนวน 1 ปาก … Continue reading มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ใบแจ้งข่าว:นัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น 28 กันยายน 2561 กรณีนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร เป็นโจทก์ฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งร่วมกันซ้อมทรมาน เพื่อให้ตนรับสารภาพในข้อหาวิ่งราวทรัพย์

วันที่ 29 สิงหาคม 61 สองจำเลยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนจะขึ้นให้การคดีอาญาที่นายฤทธิรงค์ฯ เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญากล่าวหาจนท.ตำรวจซ้อมทรมาน ศาลจังหวัดปราจีนบุรี

  เผยแพรวันที่ 26 สิงหาคม 2561 ใบแจ้งข่าว ศาลจังหวัดปราจีนบุรีนัดสืบพยานโจทก์ และจำเลย คดีนายฤทธิรงค์ฯ เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญา กล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนซ้อมทรมานตน   สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 และวันที่ 4 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา นายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร ซึ่งเป็นโจทก์ฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี ว่าเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2552 ได้ร่วมกันซ้อมทรมานเพื่อให้ตนรับสารภาพในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ ซึ่งตนไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด นั้น ได้นำพยานเข้าเบิกความต่อศาลจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งตอนนี้สืบพยานโจทก์ไปแล้วจำนวน 4 ปาก ได้แก่ 1.นายฤทธิรงค์ฯ ตัวโจทก์ 2.บิดานายฤทธิรงค์ 3.เพื่อนของนายฤทธิรงค์ฯ ซึ่งเป็นประจักษ์พยานในวันเกิดเหตุ และ 4.เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นหนึ่งในชุดสืบสวนเช่นเดียวกับจำเลยในคดีนี้ ประจักษ์พยานในวันเกิดเหตุเช่นกัน แต่ทางนายฤทธิรงค์ โจทก์ในคดีดังกล่าวยังคงมีประเด็นข้อเท็จจริงที่จะสืบพยานอีกหลายปากเพื่อพิสูจน์ถึงเรื่องที่โจทก์ได้ถูกจำเลยซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายร่างกายโดยวิธีทรมาน ทั้งนี้นายฤทธิรงค์ โจทก์ในคดีดังกล่าวจะนำพยานเข้าเบิกความต่อศาลอีก 5 ปาก ในวันที่ 28 สิงหาคม 2561 ที่จะถึงนี้ ซึ่งประกอบไปด้วยแพทย์ผู้ทำการตรวจร่างกายนายฤทธิรงค์ และบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในวันเกิดเหตุ ส่วนด้านจำเลยที่ 3 และที่ 4 ในคดีดังกล่าว ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยศพันตำรวจโท ที่นายฤทธิรงค์ได้กล่าวหาว่าร่วมกันซ้อมทรมาน เพื่อให้ตนรับสารภาพในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ ซึ่งตนไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด นั้น จะนำสืบพยานเข้าเบิกความต่อศาลจำนวน 12 ปาก โดยในวันที่ 29 สิงหาคม 2561 ที่จะถึงนี้ จำเลยที่ 3 และที่ 4 จะขึ้นเบิกความต่อศาล ในคดีดังกล่าว ทั้งนี้ ศาลจังหวัดปราจีนบุรีได้กำหนดนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ วันที่ 28 สิงหาคม และนัดนัดสืบจำเลยในวันที่29-31สิงหาคม 2561 เวลา 09.00น. เป็นต้นไป … Continue reading วันที่ 29 สิงหาคม 61 สองจำเลยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนจะขึ้นให้การคดีอาญาที่นายฤทธิรงค์ฯ เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญากล่าวหาจนท.ตำรวจซ้อมทรมาน ศาลจังหวัดปราจีนบุรี

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ใบแจ้งข่าว:ศาลจังหวัดปราจีนบุรี นัดสืบพยาน 18 – 21 ธ.ค. 2561 นายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร และบิดา ฟ้องผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคนหนึ่ง กรณีเป็นพยานเท็จเพื่อช่วยกลุ่มตำรวจที่ซ้อมทรมานนายฤทธิรงค์ฯ เมื่อปี 2552

  ใบแจ้งข่าว ศาลจังหวัดปราจีนบุรี นัดสืบพยาน 18 – 21 ธ.ค. 2561 นายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร และบิดา ฟ้องผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคนหนึ่ง กรณีเป็นพยานเท็จเพื่อช่วยกลุ่ มตำรวจที่ซ้อมทรมานนายฤทธิรงค์ฯ เมื่อปี 2552         สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2560 นายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร ในฐานะโจทก์ที่ 1 และ นายสมศักดิ์ชื่นจิตร (บิดา) โจทก์ที่ 2 ได้ยื่นฟ้องผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคนหนึ่งซึ่งได้เป็นพยานให้การเท็จต่อ ป.ป.ท. เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซ้อมทรมานนายฤทธิรงค์ในเรื่องที่นายฤทธิรงค์ร้องเรียนกล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน 5 คนว่าซ้อมทรมานตน  โดยยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดปราจีนบุรี เป็นคดีหมายเลขดำที่ 1009/2560 ในข้อหา ความผิดต่อเจ้าพนักงาน ความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม และความผิดเกี่ยวกับเอกสาร กล่าวคือเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย เป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย และเป็นการแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137, 172 และ 267        เหตุที่นายฤทธิรงค์และบิดายื่นฟ้องคดีนี้เนื่องจาก เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2556 ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคนดังกล่าวได้เข้าให้ถ้อยคำต่อคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะพยาน ด้วยข้อความอันเป็นเท็จเพื่อช่วยเหลือตำรวจทั้ง 5 ราย ให้พ้นข้อกล่าวหาเรื่องซ้อมทรมานนายฤทธิรงค์ และยังได้กล่าวให้ร้ายแก่นายฤทธิรงค์และนายสมศักดิ์  ทำให้นายฤทธิรงค์และนายสมศักดิ์ได้รับความเสียหายจากการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จดังกล่าว         เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2561 ศาลจังหวัดปราจีนบุรีออกนั่งพิจารณานัดสอบคำให้การจำเลยและนัดพร้อม โดยคู่ความทั้งสองฝ่ายมาศาล จำเลยยื่นคำให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาตามคำฟ้องของโจทก์ ศาลมีคำสั่งให้ใช้คำเบิกความของโจทก์ทั้งสองที่ได้เบิกความไว้แล้วในชั้นไต่สวนมูลฟ้องเป็นคำเบิกความในชั้นพิจารณาด้วย โดยโจทก์ทั้งสองสามารถเบิกความเพิ่มเติมได้ และกำหนดนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 18, 19 ธันวาคม และสืบพยานจำเลยในวันที่ 20, 21 ธันวาคม 2561เวลา 09.00 – 16.00 น. … Continue reading มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ใบแจ้งข่าว:ศาลจังหวัดปราจีนบุรี นัดสืบพยาน 18 – 21 ธ.ค. 2561 นายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร และบิดา ฟ้องผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคนหนึ่ง กรณีเป็นพยานเท็จเพื่อช่วยกลุ่มตำรวจที่ซ้อมทรมานนายฤทธิรงค์ฯ เมื่อปี 2552

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ใบแจ้งข่าว: ศาลจังหวัดปราจีนบุรีเริ่มสืบพยาน คดีนายฤทธิรงค์ฯ เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญา กล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนซ้อมทรมานตน

เผยแพร่วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 ใบแจ้งข่าว       ศาลจังหวัดปราจีนบุรีเริ่มสืบพยาน คดีนายฤทธิรงค์ฯ เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญา กล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนซ้อมทรมานตน สืบเนื่องจากคดีหมายเลขดำที่ อ.925/2558 กรณีนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร เป็นโจทก์ฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี ว่าเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2552 ได้ร่วมกันซ้อมทรมานเพื่อให้ตนรับสารภาพในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ ซึ่งตนไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด ศาลจังหวัดปราจีนบุรีได้กำหนดนัดสืบพยานโจทก์จำเลยในวันที่ 3-4 กรกฎาคม และวันที่ 28-31 สิงหาคม 2561 เมื่อวันที่ 3 และวันที่ 4 กรกฎาคม 2561 ศาลจังหวัดปราจีนบุรีได้ออกนั่งพิจารณาสืบพยานโจทก์จำนวน 4 ปาก ได้แก่ 1.นายฤทธิรงค์ฯ ตัวโจทก์ 2.บิดานายฤทธิรงค์ 3. เพื่อนของนายฤทธิรงค์ฯ ซึ่งเป็นประจักษ์พยานในวันเกิดเหตุ และ 4. เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นหนึ่งในชุดสืบสวนเช่นเดียวกับจำเลยในคดีนี้ ประจักษ์พยานในวันเกิดเหตุเช่นกัน ฝ่ายโจทก์ยังคงมีประเด็นข้อเท็จจริงที่จะสืบพยานอีกหลายปากเพื่อพิสูจน์ถึงเรื่องที่โจทก์ได้ถูกจำเลยซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายร่างกายโดยวิธีทรมาน ทั้งนี้ฝ่ายโจทก์จะนำพยานเข้าเบิกความต่อศาลอีก 5 ปาก ประกอบไปด้วยแพทย์ผู้ทำการตรวจร่างกายนายฤทธิรงค์ … Continue reading มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ใบแจ้งข่าว: ศาลจังหวัดปราจีนบุรีเริ่มสืบพยาน คดีนายฤทธิรงค์ฯ เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญา กล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนซ้อมทรมานตน

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ใบแจ้งข่าว: ศาลจังหวัดปราจีนบุรี ออกหมายจับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เหตุไม่มาศาลตามนัด ในคดีที่ตกเป็นจำเลยกรณีเป็นพยานเท็จเพื่อช่วยกลุ่มตำรวจที่ซ้อมทรมานนายฤทธิรงค์ฯ เมื่อปี 2552

ใบแจ้งข่าว           ศาลจังหวัดปราจีนบุรี ออกหมายจับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เหตุไม่มาศาลตามนัด ในคดีที่ตกเป็นจำเลยกรณีเป็นพยานเท็จเพื่อช่วยกลุ่มตำรวจที่ซ้อมทรมานนายฤทธิรงค์ฯ เมื่อปี 2552 สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2560 นายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร ในฐานะโจทก์ที่ 1 และ นายสมศักดิ์ชื่นจิตร (บิดา) โจทก์ที่ 2 ได้ยื่นฟ้องผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคนหนึ่งซึ่งได้เข้าเป็นพยานให้การเท็จต่อ ป.ป.ท. เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซ้อมทรมานนายฤทธิรงค์  ในคดีที่นายฤทธิรงค์ร้องเรียนกล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน 5 คน ที่ซ้อมทรมานตน  โดยยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดปราจีนบุรี เป็นคดีหมายเลขดำที่ 1009/2560 ในข้อหา ความผิดต่อเจ้าพนักงาน ความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม และความผิดเกี่ยวกับเอกสาร กล่าวคือเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย  เป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย และเป็นการแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137,172 และ 267 โดยกล่าวหาว่าเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2556 ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคนดังกล่าวได้เข้าให้ถ้อยคำต่อคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงของ ป.ป.ท. ในฐานะพยาน ด้วยข้อความอันเป็นเท็จเพื่อช่วยเหลือตำรวจทั้ง 5 ราย ให้พ้นข้อกล่าวหาเรื่องซ้อมทรมาน และยังได้กล่าวให้ร้ายแก่นายฤทธิรงค์และนายสมศักดิ์ ชื่นจิตร ซึ่งต่อมา ได้ ป.ป.ท. มีคำสั่ง ที่ 40/2556 ชี้มูลว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีความผิดตามข้อกล่าวหาของนายฤทธิรงค์ ทำให้นายฤทธิรงค์และนายสมศักดิ์ โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายจากการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จดังกล่าว เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดปราจีนบุรีออกนั่งพิจารณานัดสอบคำให้การผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคนดังกล่าวซึ่งตกเป็นจำเลยในคดีนี้  แต่จำเลยไม่มาศาล ทั้งที่ได้ทราบวันนัดของศาลโดยชอบแล้ว  ด้วยเหตุนี้ศาลจังหวัดปราจีนบุรีพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยมีพฤติการณ์จงใจหลบหนี  จึงได้ออกหมายจับจำเลยเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป และศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีไว้ชั่วคราวจนกว่าจะจับจำเลยมาดำเนินคดีได้