แถลงการณ์ ขอให้สตช.สอบสวนการใช้กำลังเกินกว่าเหตุโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ต่อผู้เข้าร่วมชุมนุมกิจกรรมรับเสด็จวันที่ 15 เมษายน 2565 และนำคนผิดมาลงโทษ พร้อมปรับแผนการควบคุมกิจกรรมการชุมนุมโดยสงบ

เผยแพร่วันที่ 16 เมษายน 2565

วันที่ 15 เมษายน 2565 จากกิจกรรมการชุมนุมเดินขบวนไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยผู้ชุมนุมมีการเดินเท้าจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อไปรับเสด็จแต่ถูกตำรวจตั้งด่านสกัดที่ถนนหลานหลวง ทำให้เกิดเหตุเผชิญหน้ากันระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุม โดยเบื้องต้นมีผู้ชุมนุมหนึ่งรายได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจซึ่งใช้กำลังเข้าทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ มีร่างกายบอบช้ำและฟันบิ่นเนื่องจากเจ้าหน้าที่กดหัวกระแทกกับพื้น และได้รับการตรวจรักษาร่างกายที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ขณะเดียวกันยังพบว่ามีการเข้าควบคุมตัวเยาวชนอายุ 13 ปี โดยใช้เจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นับสิบคนเข้าล้อมตัวและอุ้มขึ้นยานพาหนะไปยังสถานที่ควบคุมตัวโดยพลการ

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมเป็นองค์กรสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) ทำงานด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและการเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องยุติการทรมาน การปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรมย้ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และการบังคับให้สูญหาย เห็นว่าการกระทำดังกล่าวโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการใช้กำลังเกินกว่าเหตุ กล่าวคือ มีการนำกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนมากเข้าสกัดผู้ชุมนุมโดยสงบ และมีเจ้าหน้าที่บางคนโดยใช้กำลังฉุดกระชากผู้ชุมนุมที่ไม่มีอาวุธกดลงกับพื้นเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บต่อร่างกายและอาจรวมถึงทรัพย์สินเสียหายด้วย

มูลนิธิฯขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบการกระทำดังกล่าวในครั้งนี้ว่ามีการใช้กำลังเกินกว่าเหตุหรือไม่อย่างไร โดยเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิดต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทั้งทางวินัยและอาญา พร้อมเสนอให้มีการปรับแผนการควบคุมกิจกรรมการชุมนุมโดยสงบ

การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่มีลักษณะขัดขวางการแสดงออกทางความคิดเห็นและการชุมนุมโดยปราศจากอาวุธซึ่งเป็นการจับกุมโดยพลการและมีความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมที่เป็นเยาวชนบ่อยครั้งและทวีความรุนแรงขึ้น เช่นกรณีเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2565 นักกิจกรรมชายรายหนึ่งได้เดินทางไปที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อไปยืนร่วมในขบวนรับเสด็จพร้อมกระดาษ A4 ใส่อยู่ในกระเป๋า เขียนว่า “เราพร้อมอยู่ร่วมกับสถาบันกษัตริย์ ที่พูดถึงได้ ถามถึงได้ วิจารณ์ได้ ทรงพระเจริญ” แต่กลับถูกควบคุมตัวไปที่สโมสรตำรวจ  และในวันที่  26 กุมภาพันธ์ 2565 นักกิจกรรมหญิงรายหนึ่งจัดกิจกรรมรณรงค์ยกเลิกกฎหมายหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ หรือประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ด้วยการแจกริบบิ้น 2 สี หากสนับสนุนมาตรา 112 ให้รับริบบิ้นสีน้ำเงิน และหากต้องการให้ยกเลิกมาตรา 112 ให้รับริบบิ้นสีแดง โดยนัดหมายที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ต่อมาถูกควบคุมตัวที่สถานีตำรวจนครบาลสำราญราษฎร์ ทั้งสองกรณีถูกตั้งข้อหากลั่นแกล้งมีลักษณะเพื่อให้ยุติกิจกรรมทางสาธารณะทั้งที่การกระทำดังกล่าวไม่ได้เข้าข่ายเป็นความผิดอาญาแต่อย่างใด

“การกระทำดังกล่าวแสดงถึงความไม่เป็นมืออาชีพในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ เป็นการการใช้ความรุนแรงต่อประชาชนที่เพียงใช้สิทธิและเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ แม้จะเป็นการแสดงออกทางความคิดเห็นที่แตกต่างกับรัฐก็ตาม สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนที่พึงกระทำได้ มูลนิธิฯขอเน้นย้ำว่าไม่มีบุคคลใดสมควรถูกทำร้ายร่างกายเพียงเพราะต้องการแสดงออกทางความคิดเห็น”  พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม  0659793836

%d bloggers like this: