มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ใบแจ้งข่าว: ศาลจังหวัดปัตตานีนัดฟังคำพิพากษา 20 กรกฎาคม 2561 คดีมารดานายอับดุลซิฯ (ผู้ตาย) ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก และสำนักนายกรัฐมนตรี กรณีถูกเจ้าหน้าที่ยิงเสียชีวิตเมื่อปี 2556

เผยแพร่วันที่ 27 เมษายน 2561

     ใบแจ้งข่าว

ศาลจังหวัดปัตตานีนัดฟังคำพิพากษา 20 กรกฎาคม 2561

 คดีมารดานายอับดุลซิฯ (ผู้ตาย) ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก 

และสำนักนายกรัฐมนตรี กรณีถูกเจ้าหน้าที่ยิงเสียชีวิตเมื่อปี 2556

 สืบเนื่องจากศาลจังหวัดปัตตานีได้กำหนดนัดสืบพยานจำเลยในวันที่ 26 – 27 เมษายน 2561 ของคดีหมายเลขดำที่ พ.122/2560 กรณีมารดาของนายอับดุลอาซิ สาและ เป็นโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำเลยที่ 1  กองทัพบก จำเลยที่ 2 และสำนักนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 3  ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารที่เข้าปฏิบัติการปิดล้อมและตรวจค้นบ้านเรือนของชาวบ้านที่หมู่บ้านกำปงบือราแง หมู่ที่ 2 ต.น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี และขณะปฏิบัติหน้าที่ได้ใช้อาวุธปืนยิงนายอับดุลอาซิฯ ถึงแก่ความตาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2556

ในวันที่ 26 เมษายน 2561 พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี ทนายความจำเลยทั้งสาม ได้นำพยานมาสืบจำนวน 2 ปาก คือ นายทหารยศพันเอก ซึ่งเป็นรองหัวหน้าฝ่ายกฎหมายของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ในฐานะผู้ประสานงานคดีของจำเลยที่ 3 และเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดศูนย์พิสูจน์หลักฐานจังหวัดปัตตานี ในฐานะผู้ตรวจเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ

เมื่อสืบพยานจำเลยทั้งสองปากดังกล่าวแล้ว พนักงานอัยการฯ ทนายจำเลยทั้งสาม แถลงต่อศาลว่าฝ่ายจำเลยหมดพยานที่จะนำสืบแล้ว  ศาลจึงได้มีคำสั่งนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 20 กรกฎาคม 2561 เวลา 09.00น.

มารดาของนายอับดุลอาซิ ซึ่งเป็นโจทก์คดีนี้กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบันเป็นเวลาเกือบ 5 ปี แล้ว ตนคิดถึงนายอับดุลอาซิ ลูกชายอยู่ตลอดเวลา และจำภาพเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุอยู่เสมอ ที่มีเจ้าหน้าที่หลายคนพาลูกชายตรวจค้นบ้านตัวเองและไม่มีสิ่งผิดกฎหมายใด ๆ แล้ว ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็บังคับพาลูกชายออกจากบ้านไปต่อหน้าต่อตาทั้งที่ตนได้ห้ามและพยายามดึงลูกชายไว้ไม่ให้เจ้าหน้าที่เอาตัวลูกไป เพราะเขาไม่เกี่ยวข้องใด ๆ กับเหตุการณ์ความรุนแรง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังดึงดันบังคับพาเขาไปเพื่อตรวจค้นบ้านของคนอื่น ๆ อีกหลายหลัง เหมือนเอาเขาไปเป็นโล่กำบังให้กับเจ้าหน้าที่ และที่สุดก็ยิงเขาตาย โดยกล่าวหาว่าลูกของตนไปเอาปืนจากที่บ้านของคนอื่นมายิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ เป็นเรื่องผิดปกติมากเพราะเจ้าหน้าที่ควบคุมเขาอยู่ตลอดเวลา ตนจึงยืนยันที่จะต่อสู้เพื่อทวงความเป็นธรรมให้กับลูกของตนที่เสียชีวิตไปแล้ว แม้จะใช้เวลาในการดำเนินคดีนานกี่ปีก็ตาม

Advertisements