กรณีบ้านน้ำดำ: ศาลจังหวัดปัตตานีเลื่อนนัดชี้สองสถาน เพื่อไต่สวน สำนักนายกรัฐมนตรี จำเลยที่3 ถึงเหตุแห่งการขาดนัดยื่นคำให้การ กรณี มารดานายอับดุลอาซิฯ ฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าสินไหมทดแทน

เผยแพร่วันที่ 20 กรกฎาคม 2560

cropped-cropped-552108_398432963537329_1563008283_n.jpeg

                          ใบแจ้งข่าว

ศาลจังหวัดปัตตานีเลื่อนนัดชี้สองสถาน เพื่อไต่สวน สำนักนายกรัฐมนตรี จำเลยที่3 ถึงเหตุแห่งการขาดนัดยื่นคำให้การ กรณี มารดานายอับดุลอาซิฯ ฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าสินไหมทดแทน

 

เหตุสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2560 ศาลจังหวัดปัตตานีได้เลื่อนวันนัดชี้สองสถานและกำหนดแนวทางการดำเนินคดีไปเป็นวันที่ 17 กรกฎาคม 2560 ด้วยเหตุทนายความของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองทัพบกจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับ ได้แถลงต่อศาลเพื่อขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การออกไปอีกเป็นครั้งที่สองตามที่ได้ยื่นคำร้อง พร้อมกับขอเลื่อนนัดชี้สองสถานออกไปอีกสักหนึ่งนัด ศาลอนุญาตให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขยายระยะเวลา
ยื่นคำให้การถึงวันที่ 13 กรกฎาคม 2560 พร้อมทั้งเลื่อนวันนัดชี้สองสถานและกำหนดแนวทางการดำเนินคดีออกไปอีกหนึ่งนัด

ต่อมาวันที่ 17 กรกฎาคม 2560 ผู้พิพากษาศาลจังหวัดปัตตานีออกนั่งพิจารณานัดชี้สองสถานและกำหนด
แนวทางการดำเนินคดี โดยในวันดังกล่าวพนักงานอัยการจังหวัดปัตตานีซึ่งเป็นทนายจำเลยที่1 ถึงที่ 3 ได้ยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การของจำเลยที่ 3 หลังจากขาดนัดยื่นคำให้การไปแล้ว(ไม่ยื่นคำให้การแก้คดีภายในเวลาตามกฎหมาย) โดยอ้างเหตุว่าจำเลยที่ 3 ไม่ได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง  ทนายความของมารดานายอับดุลอาซิฯ โจทก์ ได้แถลงคัดค้าน เนื่องจากเห็นว่าจำเลยที่ 3 เป็นหน่วยงานราชการมีเจ้าหน้าที่คอยดำเนินการไปตามระเบียบ หรือแนวทางปฏิบัติของราชการอยู่แล้ว ถ้าหากเกิดการผิดพลาดในการดำเนินงานก็เป็นเรื่องภายในของจำเลยที่ 3 เอง   การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยที่ 3 นั้น  เจ้าหน้าที่ของศาลได้นำส่งโดยชอบแล้วด้วยวิธีการปิดหมาย ณ ที่ทำการของสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนมีนาคม 2560  ดังนั้นการที่จำเลยที่ 3 ไม่ได้ยื่นคำให้การภายในกำหนดนั้น เป็นการจงใจขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลจึงแจ้งแก่คู่ความทั้งสองฝ่ายว่า ศาลต้องไต่สวนเรื่องขาดนัดยื่นคำให้การของจำเลยที่ 3 เสียก่อน จึงจะดำเนินกระบวนพิจารณาขั้นต่อไปได้  แต่เนื่องจากในวันดังกล่าวฝ่ายจำเลยที่ 3 ยังไม่พร้อมในการเตรียมพยานบุคคลมาเบิกความประกอบการไต่สวน จึงได้แถลงขอเลื่อนคดีไปก่อน เพื่อจะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยละเอียดอีกครั้ง และจะได้นำเจ้าหน้าที่ของสำนักนายกรัฐมนตรีมาเบิกความต่อศาล เพื่อศาลจะได้วินิจฉัยว่าจำเลยที่ 3 มีเหตุอันสมควรที่ศาลจะอนุญาตให้ยื่นคำให้การหรือไม่  ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีมีเหตุสมควรอนุญาตให้เลื่อนไปนัดไต่สวนคำร้อง และนัดไกล่เกลี่ย หรือชี้สองสถานและกำหนดวันนัดสืบพยาน ในวันที่ 30 สิงหาคม 2560 ตามที่คู่ความว่างตรงกัน

มารดาของนายอับดุลอาซิ สาและ โจทก์ และญาติที่มาศาล ได้กล่าวกับทนายความโจทก์ภายหลังออกจากศาลจังหวัดปัตตานี ว่า การเลื่อนพิจารณาคดีมาแล้วหลายนัด เมื่อนับรวมกับที่เคยดำเนินคดีที่ศาลปกครอง แล้วต้องโอนคดีมาเริ่มต้นใหม่ที่ศาลจังหวัดปัตตานี ทำให้รู้สึกว่าการเรียกร้องต่อสู้เพื่อความยุติธรรมนั้น ต้องรอคอยเป็นเวลายาวนานมาก  กว่าคดีนี้จะเสร็จสิ้น ก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องรอคอยไปนานอีกกี่ปี่  ซึ่งเป็นเสียงสะท้อนจากชาวบ้านผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนยังคงไม่ได้รับความเป็นธรรม

ผู้ที่สนใจคดีดังกล่าวสามารถติดตามเรื่องราวเหตุการณ์คดีนี้ได้ที่ https://voicefromthais.wordpress.com/?s=บ้านน้ำดำ หรือ Facebook page: Cross Cultural Foundation(CrCF)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

นายสากีมัน เบญจเดชา   ทนายความมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมประจำจังหวัดปัตตานี โทร 086-0374318

นายปรีดา นาคผิว         ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม โทร 098-6222474

Advertisements