Press Release

ใบแจ้งข่าว: ศาลจังหวัดยะลามีคำสั่งให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมให้แก่โจทก์และรับฟ้องไว้พิจารณา กรณีมารดานายมะกอเซ็ง ลาแซ (ผู้ตาย)ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกองทัพบกและสำนักนายกรัฐมนตรี จากเหตุผู้ตายถูกทหารยิงเสียชีวิตเมื่อปี 2555

เผยแพร่วันที่  11  เมษายน  2560

 

ใบแจ้งข่าว

 

                   ศาลจังหวัดยะลามีคำสั่งให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมให้แก่โจทก์และรับฟ้องไว้พิจารณา

      กรณีมารดานายมะกอเซ็ง ลาแซ (ผู้ตาย)ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกองทัพบกและสำนักนายกรัฐมนตรี จากเหตุผู้ตายถูกทหารยิงเสียชีวิตเมื่อปี 2555

 

คดีนี้ เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2560 นางสาวคอรีเยาะ มะมิง   โจทก์ยื่นฟ้องเป็นคดีแพ่งต่อศาลจังหวัดยะลา คดีหมายเลขดำที่ พ.52/2560 เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมและเรียกค่าสินไหมทดแทนจำนวน 12,792,417.50 บาท จากกองทัพบก จำเลยที่ 1 และสำนักนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่กระทำละเมิดต่อชีวิตนายมะกอเซ็ง ลาแซ บุตรชายของนางสาวคอรีเยาะ มะมิง โจทก์ จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2555 เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้ยิงนายมะกอเซ็ง ลาแซ จนเสียชีวิต คดีชันสูตรพลิกศพ(ไต่สวนการตาย) คดีหมายเลขแดงที่ ช. 3/2557 ศาลจังหวัดยะลาได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2557 สรุปได้ความว่า เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีกลุ่มผู้ก่อเหตุความรุนแรงหลบซ่อนอยู่ที่บ้านอูยงซูแง หมู่ที่ 6 ตำบลบาโร๊ะ อำเภอยะหา จังหวัดยะลา จึงได้จัดแบ่งกำลังปิดล้อม โดยขณะนั้นนายมะกอเซ็ง ลาแซ กับเพื่อนได้ออกไปเก็บขี้ยางพาราในสวนยางพาราที่มีเจ้าหน้าที่ทหารพรานปิดล้อมไว้และได้ถูกเจ้าหน้าที่ทหารพรานยิงเสียชีวิต จากหลักฐานตามรายงานชันสูตรพลิกศพพบว่า นายมะกอเซ็ง ลาแซ เสียชีวิตเหตุจากถูกกระสุนปืนหลายชนิดที่ใช้ยิงในที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่ทหารพราน โดยผู้ตายถึงแก่ความตายด้วยบาดแผลที่สมอง และศาลยังได้ระบุถึงข้อเท็จจริงที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหารกล่าวอ้างว่านายมะกอเซ็งใช้อาวุธปืนลูกซองยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่โดยพิจารณาจากพยานหลักฐานในสำนวนคดีแล้วยังฟังไม่ได้ว่านายมะกอเซ็งยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่

ในวันที่ 10 เมษายน 2560 ศาลจังหวัดยะลานัดไต่สวนคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียม โดยทนายความโจทก์นำสืบ                     นางสาวคอรีเยาะ มะมิง ซึ่งเป็นโจทก์ในคดี ฝ่ายจำเลยมีพนักงานอัยการจังหวัดยะลาเป็นทนายความให้แก่กองทัพบกซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 ถามค้าน ส่วนสำนักนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ ๒ ได้รับหมายเรียกจากศาลแล้วแต่ไม่มาศาลและไม่มีทนายความมาถามค้าน ศาลพิเคราะห์จากคำฟ้องและการไต่สวนพยานโจทก์แล้วรับฟังได้ว่าปัจจุบันโจทก์ไม่ได้ประกอบอาชีพ ไม่มีรายได้   ของตัวเอง ต้องอาศัยการอุปการะของบุตรเท่านั้น  มีทรัพย์สินเพียงรายการเดียวคือ ที่ดินเป็นสวนยางพารา 5 ไร่  ยังไม่สามารถกรีดยางได้ พิจารณาแล้วเห็นว่าคดีของโจทก์มีเหตุผลที่จะฟ้องจำเลยทั้งสองได้ แต่ค่าเสียหายจากการถูกบังคับชำระหนี้รถยนต์ที่โจทก์เป็นผู้เช่าซื้อ แม้อ้างว่านำเงินจากผู้ตายประกอบอาชีพมาผ่อนชำระแต่เป็นการกล่าวอ้างที่ไกลเกินกว่าเหตุ พิจารณาฐานะของโจทก์ปัจจุบันแล้ว หากต้องชำระค่าขึ้นศาล ซึ่งเป็นจำนวน 200,000 บาท จะทำให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อนเกินสมควร จึงมีคำสั่งอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมศาลให้แก่โจทก์ในส่วนค่าปลงศพ ค่าขาดไร้อุปการะ และค่าความเสียหายต่อสิทธิเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย เป็นเงิน 12,250,417.50 บาท ส่วนค่าเสียหายจากการถูกบังคับชำระหนี้รถยนต์จำนวน 587,000 บาท นั้น หากโจทก์ประสงค์ที่จะเรียกร้องส่วนนี้ให้เสียค่าขึ้นศาลเต็มจำนวน

 

 

 

โจทก์แถลงต่อศาลว่าไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายส่วนที่ถูกบังคับชำระหนี้รถยนต์อีกต่อไป ศาลจึงมีคำสั่งประทับรับฟ้องในส่วนที่ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลตามที่โจทก์ติดใจเรียกร้องจากจำเลยทั้งสองเป็นทุนทรัพย์ 12,250,417.50 บาท ดังกล่าว โดยศาลมีคำสั่งนัดไกล่เกลี่ย ชี้สองสถาน หรือกำหนดวันนัดสืบพยานในวันที่ 5 มิถุนายน 2560 เวลา 13:30 น. และได้แจ้งให้ทนายความจำเลยที่ 1 ยื่นคำให้การต่อศาลภายใน 15 วัน ส่วนจำเลยที่ 2 ที่ไม่มาศาลให้โจทก์วางค่าธรรมเนียมเพื่อส่งคำสั่งศาลแจ้งจำเลยที่ 2 ให้ทำคำให้การยื่นต่อศาลภายใน 15 วัน

 

ขอเชิญสื่อมวลชนและผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังการพิจารณาคดีตามวันและเวลาดังกล่าวข้างต้นติดตามเรื่องราวที่ผ่านมาของคดีได้ที่  https://voicefromthais.wordpress.com/?s=มะกอเซ็ง+ลาแซ

Advertisements