แถลงการณ์ คัดค้านร่างกฎหมายควบคุมเสรีภาพสื่อมวลชน

แถลงการณ์ร่วมองค์กรสิทธิมนุษยชน: คัดค้านร่างกฎหมายควบคุมเสรีภาพสื่อมวลชน ตามที่ร่างพระราชบัญญัติการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ..... ซึ่งกำลังพิจารณาอยู่ในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนอย่างกว้างขวางว่าร่างพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าวมิได้เป็นการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชนแต่กลับเป็นการแทรกแซงและควบคุมการปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชน โดยในร่างพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าวระบุให้ “ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน” ต้องได้รับใบอนุญาตโดยคณะกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ มาจากกลุ่มบุคคล ซึ่งมีตัวแทนภาครัฐเข้าร่วมด้วย ซึ่งคณะกรรมการมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตวิชาชีพสื่อมวลชนได้อันเถือได้ว่าเป็นการเปิดทางให้มีการแทรกแซงสื่อได้นั้น สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.)และองค์กรข้างท้ายขอแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อการจัดทำกฎหมายเพื่อส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ดังต่อไปนี้ ๑. “เสรีภาพของประชาชน” หมายความเชื่อมโยงถึง “เสรีภาพของสื่อมวลชน”ด้วย ถือเป็นหลักการสำคัญของสิทธิเสรีภาพที่สำคัญประการหนึ่งในสังคมประชาธิปไตย ในแง่ที่ว่าหากจะมีการจำกัดเสรีภาพสื่อมวลชนจำเป็นต้องคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน ดังนั้นการส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวล จักต้องคำนึงถึงหลักการเรื่องสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนด้วยอย่างเคร่งครัด ๒. แนวคิดในการจัดทำกฎหมายเพื่อคุ้มครองเสรีภาพในการเสนอข่าวสารของสื่อมวลชนนั้นจักต้องอยู่บนพื้นฐานร่วมกันว่า สื่อมวลชนมีเสรีภาพควบคู่ไปกับ หรือถูกกำกับภายใต้ความรับผิดชอบที่สื่อมวลชนพึงมีต่อประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ ซึ่งประชาชนหรือผู้บริโภคสื่อย่อมสามารถใช้วิจารณญาณในฐานะวิญญูชนที่จะวินิจฉัยได้ด้วยตนเอง อันเป็นประเด็นหนึ่งที่ต้องได้รับการพัฒนาเรียนรู้และสร้างมาตรฐานทางจริยธรรมร่วมกันในสังคมนั้นๆเอง ๓.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มีบทบัญญัติคุ้มครองเสรีภาพของสื่อมวลชนไว้ในการเสนอข่าวสาร หรือแสดงความเห็นตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ซึ่งสอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองเรื่องเสรีภาพในการรับ แสวงหาและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและความคิดเห็น โดยต้องอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบต่อการแสดงความคิดเห็น หรือการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารนั้นๆ โดยไม่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมของสังคม ซึ่งสื่อมวลชนยังต้องได้รับการกำกับภายใต้กฎหมายหลายฉบับ ทั้งประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยการหมิ่นประมาท กฎหมายเกี่ยวกับวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม กฎหมายเกี่ยวกับการโฆษณา กฎหมายเกี่ยวกับวัฒนธรรม กฎหมายเกี่ยวกับการศึกษา กฎหมายเกี่ยวกับสื่อลามกอนาจาร กฎหมายว่าด้วยคอมพิวเตอร์ กฎหมายด้านการจดแจ้งการพิมพ์ ฯลฯ โดยกฎหมายแต่ละฉบับก็มีเจ้าพนักงานของรัฐกำกับดูแลและควบคุมให้สื่อมวลชนมีความรับผิดชอบต่อบุคคลและต่อสังคมอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องมีกฎหมายเฉพาะในการคุ้มครองและส่งเสริมจริยธรรมสื่อมวลชนอีก ด้วยหลักการและเหตุผลดังกล่าวข้างต้น สสส.และองค์กรท้ายแถลงการณ์นี้ จึงมีข้อเสนอและข้อเรียกร้อง … Continue reading แถลงการณ์ คัดค้านร่างกฎหมายควบคุมเสรีภาพสื่อมวลชน

เด่น คำแหล้ “อยู่อย่างยิ่งใหญ่ ตายอย่างมีเกียรติ” กำหนดการงานครบรอบหนึ่งปี

...เด่น คำแหล้ "อยู่อย่างยิ่งใหญ่ ตายอย่างมีเกียรติ"...ขออนุญาตประชาสัมพันธุ์เพื่อเรียนเชิญ ร่วมงานเวทีรำลึกความทรงจำการหายตัว นายเด่น คำแหล้ ณ วัดทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ วันที่ 7 – 8 พ.ค.60 ด้วยความเป็นเกียรติยิ่ง. กล่าวได้ว่าชีวิตช่วงวัยหนุ่มของตู้เด่น หยัดยืนอยู่ท่ามกลางสถานการณ์การต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมทางสังคมมาตลอดช่วงชีวิต ทว่าในขณะเดียวกัน ชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งที่ยึดอาชีพเกษตรกร รับจ้างแบกข้าวโพด เลี้ยงวัว รวมทั้งหาเลี้ยงชีวิตตนเองและภรรยา ด้วยการทำงานรับจ้างที่สุจริตมาโดยตลอด ผืนดินเพียงน้อยนิดที่เป็นที่ทำกิน เป็นที่พักอาศัย ความอบอุ่นที่มากด้วยคุณค่า ความปกติสุขที่เคยดำรง ความสดใสในชีวิตที่เรียบง่ายของชาวบ้านธรรมดานั้น เริ่มลดน้อยถอยลง ภายหลังถูกประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนาม เมื่อปี พ.ศ.2516 กระทั่ง ช่วงปี 2528 เป็นต้นมา ความไม่เป็นธรรมเริ่มเข้ามาเบียดขับแบบเต็มรูปแบบ แผ่นดินที่เป็นชีวิตเลือดเนื้อของชาวบ้าน ถูกแย่งชิงไป จากการปลูกสร้างสวนป่ายูคาฯของหน่วยงานภาครัฐ โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ที่มีจำนวนมาก และพลังที่เหนือกว่า ทั้งอาวุธ และความไม่ชอบธรรม เข้ามาขับไล่ อพยพชาวบ้านออกจากที่ดินทำกิน การถูกรัฐแย่งชิงแผ่นดินที่เป็นชีวิตเลือดเนื้ไปออย่างไม่เป็นธรรม “เด่น คำแหล้” เริ่มเข้ามาต่อสู้เรียกร้องสิทธิที่ดินทำกิน เพื่อทวงคืนอธิปไตยที่ถูกแย่งไป มาอย่างต่อเนื่องจวบจนอายุเข้าวัย 65 … Continue reading เด่น คำแหล้ “อยู่อย่างยิ่งใหญ่ ตายอย่างมีเกียรติ” กำหนดการงานครบรอบหนึ่งปี

ใบแจ้งข่าว: ศาลจังหวัดปัตตานีเลื่อนนัดชี้สองสถานคดีนายอับดุลอาซิ สาและ เสียชีวิตระหว่างการควบคุมตัว กรณีนางสาวแยนะ สะอะ มารดานายอับดุลอาซิฯ ฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าสินไหมทดแทนจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก และสำนักนายกรัฐมนตรี

เผยแพร่วันที่ 25 เมษายน 2560                               ใบแจ้งข่าว ศาลจังหวัดปัตตานีเลื่อนนัดชี้สองสถานคดีนายอับดุลอาซิ สาและ เสียชีวิตระหว่างการควบคุมตัว กรณีนางสาวแยนะ สะอะ  มารดานายอับดุลอาซิฯ ฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าสินไหมทดแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก และสำนักนายกรัฐมนตรี   ภายหลังจากเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2560 ศาลจังหวัดปัตตานีมีคำสั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ทั้งหมดโดยเริ่มตั้งแต่การยื่นคำฟ้องคดีเข้ามาใหม่ ในคดีที่นางสาวแยนะ สะอะ มารดานายอับดุลอาซิ สาและ (ผู้ตาย) ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสงขลาไว้แล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2557 เพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก และสำนักนายกรัฐมนตรี ต่อมาเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 นางสาวแยนะ สะอะ มารดานายอับดุลอาซิ สาและ ได้ดำเนินการยื่นคำฟ้องคดีเข้ามาใหม่ ต่อศาลจังหวัดปัตตานี เป็นคดีหมายเลขดำที่ พ.122/2560 โดยมี สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นจำเลยที่ 1 กองทัพบกจำเลยที่ 2 และสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นจำเลยที่ 3 ในวันดังกล่าวศาลได้นัดชี้สองสถานและกำหนดแนวทางการดำเนินคดี ในวันที่ 24 เมษายน 2560 จนกระทั่งต่อมาเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2560 ที่ศาลจังหวัดปัตตานีนัดชี้สองสถานและกำหนดแนวทางการดำเนินคดี โจทก์ ทนายความโจทก์ และพนักงานอัยการจังหวัดปัตตานีในฐานะทนายความจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 มาศาล แต่ปรากฎว่าทนายความจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำร้องขอขยายยื่นคำให้การ และศาลอนุญาตตามคำร้องให้จำเลยที่ 1 ขยายระยะเวลายื่นคำให้การถึงวันที่ 11 พฤษภาคม 2560 และอนุญาตให้จำเลยที่ 2 ขยายระยะเวลายื่นคำให้การถึงวันที่ 19 พฤษภาคม 2560    ส่วนจำเลยที่ 3 ได้รับสำเนาคำฟ้องและหมายเรียกของศาลโดยวิธีการแล้วตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2560 แต่ไม่มาศาล ไม่ได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การ และไม่ได้ยื่นคำให้การตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ด้วยเหตุจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยังไม่ได้ยื่นคำให้การ โดยศาลได้อนุญาตขยายระยะเวลายื่นคำให้การให้แก่จำเลยที่ 1  และที่ 2 ดังกล่าวข้างต้น ศาลจังหวัดปัตตานีจึงได้เลื่อนนัดชี้สองสถานและกำหนดแนวทางการดำเนินคดีออกไปอีกเป็นวันที่ 12 มิถุนายน 2560เวลา 09.00 น.  ส่วนในกรณีจำเลยที่ 3 โจทก์จะดำเนินการยื่นคำขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้ตนเป็นฝ่ายชนะคดีโดยจำเลยที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การ ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 ต่อไป ขอเชิญสื่อมวลชนและผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังการพิจารณีคดีตามวันและเวลาดังกล่าวข้างต้น และติดตามเรื่องราวที่ผ่านมาของคดีได้ที่ Facebook page: Cross Cultural Foundation(CrCF)หรือ https://voicefromthais.wordpress.com/2017/01/27/ศาลจังหวัดปัตตานีมีคำส/ … Continue reading ใบแจ้งข่าว: ศาลจังหวัดปัตตานีเลื่อนนัดชี้สองสถานคดีนายอับดุลอาซิ สาและ เสียชีวิตระหว่างการควบคุมตัว กรณีนางสาวแยนะ สะอะ มารดานายอับดุลอาซิฯ ฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าสินไหมทดแทนจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก และสำนักนายกรัฐมนตรี

ใบแจ้งข่าว: ศาลแพ่งเลื่อนนัดชี้สองสถานคดีนางบุญเรือง สุธีรพันธุ์ มารดาสิบโทกิตติกร สุธีรพันธุ์ ฟ้องคดีแพ่งต่อกองทัพบก จากเหตุการณ์สิบเวรหรือผู้คุมเรือนจำ มณฑลทหารบกที่ 25 กับพวกร่วมกันทำร้ายร่างกาย สิบโทกิตติกร จนเสียชีวิต

เผยแพร่วันที่ 26 เมษายน 2560 ใบแจ้งข่าว ศาลแพ่งเลื่อนนัดชี้สองสถานคดีนางบุญเรือง สุธีรพันธุ์ มารดาสิบโทกิตติกร สุธีรพันธุ์ ฟ้องคดีแพ่งต่อกองทัพบก จากเหตุการณ์สิบเวรหรือผู้คุมเรือนจำ มณฑลทหารบกที่ 25 กับพวกร่วมกันทำร้ายร่างกาย สิบโทกิตติกร จนเสียชีวิต   ภายหลังจากเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2560 นางบุญเรือง สุธีรพันธุ์ มารดาสิบโทกิตติกร สุธีรพันธุ์  เป็นโจทก์ยื่นฟ้องกองทัพบกเพื่อเรียกค่าเสียหายจำนวน 18,072,067 บาท ตามพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 ณ เรือนจำมณฑลทหารบกที่ 25 ค่ายวีรวัฒน์โยธิน จังหวัดสุรินทร์ บุตรชายของตนถูกสิบเวรหรือผู้คุมเรือนจำในวันเกิดเหตุ กับพวก ร่วมกันทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ในขณะที่ตกเป็นผู้ต้องหาและถูกควบคุมตัวระหว่างสอบสวน และศาลได้รับฟ้องคดีดังกล่าวเป็นคดีหมายเลขดำที่ พ. 1131/2560 พร้อมทั้งศาลได้นัดชี้สองสถานและกำหนดแนวทางการดำเนินคดี ในวันที่ 26เมษายน 2560 ต่อมาในวันนี้ (วันที่ 26 เมษายน 2560) ณ ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก นัดชี้สองสถานและกำหนดแนวทางการดำเนินคดี คดีหมายเลขดำที่ พ. 1131/2560 ทนายความโจทก์ และพนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุดในฐานะทนายความจำเลยมาศาล โดยในวันดังกล่าวศาลได้ตรวจสำนวนแล้วปรากฎว่ากองทัพบก จำเลย ได้รับหมายเรียก และสำเนาคำฟ้องโดยวิธีปิดหมายแล้วเมื่อวันที่ 28มีนาคม 2560 ซึ่งนับถึงวันนัดชี้สองสถานฯ ยังอยู่ในระยะเวลาที่จำเลยยื่นคำให้การได้ ประกอบกับทนายความจำเลยได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2560 เนื่องจากพนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุดได้รับแต่งตั้งให้เป็นทนายความเพื่อแก้ต่างคดีให้กับกองทัพบก จำเลย ในช่วงเวลากระชั้นชิดจึงไม่อาจรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อทำคำให้การได้ทันตามระยะเวลายื่นคำให้การตามกฎหมายหรือคำสั่งศาลได้ ประกอบกับศาลได้สอบถามทนายความโจทก์แล้วไม่ได้คัดค้านประการใด ด้วยเหตุดังกล่าว ศาลจึงอนุญาตตามคำร้องให้ จำเลยขยายระยะเวลายื่นคำให้การถึงวันที่ 26 พฤษภาคม 2560 นอกจากนี้ทนายความโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ซึ่งมีพยานที่ระบุเพิ่มเติมมาอีกจำนวน 6 ปาก เป็นพยานบุคคลและพยานเอกสารที่มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของสิบโทกิตติกรฯ ทั้งนี้ ด้วยเหตุจำเลย ยังไม่ได้ยื่นคำให้การ โดยศาลได้อนุญาตขยายระยะเวลายื่นคำให้การให้แก่จำเลยดังกล่าวข้างต้น ในวันนี้จึงไม่อาจดำเนินกระบวนการพิจารณาต่อไปได้ ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก จึงได้เลื่อนนัดชี้สองสถานและกำหนดแนวทางการดำเนินคดีออกไปอีกเป็น วันที่ 12 มิถุนายน 2560 เวลา 09.00 น. ตามที่โจทก์และจำเลยมีวันว่างตรงกัน ขอเชิญสื่อมวลชนและผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังการพิจารณีคดีตามวันและเวลาดังกล่าวข้างต้น และติดตามเรื่องราวที่ผ่านมาของคดีได้ที่ Facebook page: … Continue reading ใบแจ้งข่าว: ศาลแพ่งเลื่อนนัดชี้สองสถานคดีนางบุญเรือง สุธีรพันธุ์ มารดาสิบโทกิตติกร สุธีรพันธุ์ ฟ้องคดีแพ่งต่อกองทัพบก จากเหตุการณ์สิบเวรหรือผู้คุมเรือนจำ มณฑลทหารบกที่ 25 กับพวกร่วมกันทำร้ายร่างกาย สิบโทกิตติกร จนเสียชีวิต

คน… ป่า… กับการมีส่วนร่วม…ภาพและเรื่องโดย รังสี ลิมปิโชติกุล

คน... ป่า... กับการมีส่วนร่วม... ภาพและเรื่องโดย รังสี ลิมปิโชติกุล ระยะทางจากตัวอำเภอท่าสองยาง ถึงบ้านขุนแม่เหว่ย ( แม่ปอคี ) แค่ไม่เกิน ๖๐ กิโลเมตร แต่กลับต้องใช้เวลาเดินทาง ไม่ต่ำกว่า ๓ ชั่วโมง โดยเฉพาะระยะทาง เข้า หมู่บ้าน ช่วง ๑๖ กิโลเมตร สุดท้าย ใช้เวลาเดินทางมากว่า ๒ ขั่วโมง ผ่านหมู่บ้านถึง ๔ หมู่บ้าน ลัดเลาะตามแนวเขากว่า ๕ ลูก จึงจะถึงที่หมาย บ้านขุนแม่เหว่ย ( แม่ปอคี ) ชาวบ้านจากหมู่บ้านขุนแม่เหว่ย ( บ้านแม่ปอคี ) ตำบลท่าสองยาง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลท่่าสองยาง ผู้ใหญ่บ้าน จาก หมู่ที่ ๔ ๕ ๗ และพระภิกษุสงฆ์ … Continue reading คน… ป่า… กับการมีส่วนร่วม…ภาพและเรื่องโดย รังสี ลิมปิโชติกุล