สามนักสิทธิฯ ขอพบอัยการสูงสุดเพื่อนำส่ง บันทึกประจำวัน กอ.รมน.ถอนคำร้องทุกข์คดีหมิ่นประมาท กรณีเผยแพร่รายงานทรมานในจังหวัดชายแดนใต้

 

แสดงเจตนาถอนแจ้งความร้องทุกข์

 

 เผยแพร่วันที่ 16 มีนาคม  2560

                             สามนักสิทธิฯ ขอพบอัยการสูงสุดเพื่อนำส่ง

                           บันทึกประจำวัน กอ.รมน.ถอนคำร้องทุกข์คดีหมิ่นประมาท

                             กรณีเผยแพร่รายงานทรมานในจังหวัดชายแดนใต้

กรุงเทพมหานคร วันที่ 16 มีนาคม  2560 เวลาเช้า นส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ตัวแทนสามนักสิทธิมนุษยชนได้นำส่งสำเนาบันทึกประจำวันที่ได้คัดถ่ายจาก สภ.เมืองปัตตานี ตามที่ พ.ท.เศรษฐสิทธิ์ แก้วคูเมือง ผู้รับมอบอำนาจจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ( กอ.รมน 4) ซึ่งเป็นผู้เข้ารองทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดี กับนายสมชาย หอมลออ นางสาวพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ และนางสาวอัญชนา หีมมีหน๊ะในความผิดร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550  ได้เข้าแสดงเจตนาเพื่อถอนคำร้องทุกข์ในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาไปจากการสอบสวน ตามที่ พลโท ชินวัฒน์ แม้นเดช รองแม่ทัพภาค 4 ตัวแทน กอ.รมน. 4 ได้ประกาศยุติการดำเนินคดีนักสิทธิฯ ทั้งสามอย่างไม่มีเงื่อนไข เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2560 ณ โรงแรมสุโกศล กรุงเทพมหานคร โดยตัวแทนดังกล่าวได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว

อย่างไรก็ตาม แม้ทางตัวแทน กอ.รมน.4 จะได้ประกาศยุติคดีแล้ว แต่กระบวนการและขั้นตอนในการยุติคดียังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากในการถอนคำร้องทุกข์นั้น ยังต้องรอหนังสือมอบอำนาจจาก ผอ.รมน. จากส่วนกลาง โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของ กอ.รมน. ภาค 4 แจ้งว่าอยู่ในระหว่างการดำเนินการ

สำหรับข้อหาความผิด ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 นั้น แม้ กอ.รมน. ในฐานะผู้เสียหาย ไม่ประสงค์ที่จะให้มีการดำเนินคดีต่อสามนักสิทธิฯ อีกต่อไป แต่เนื่องจากเป็นความผิดต่อแผ่นดิน แม้ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ ก็ไม่มีผลทำให้คดีตามข้อหานี้สิ้นสุดแต่อย่างใด จึงย่อมขึ้นกับการใช้ดุลยพินิจของพนักงานอัยการ  ดังนั้น สามนักสิทธิฯ ซึ่งได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออัยการจังหวัดปัตตานีและอัยการสูงสุดไว้ก่อนหน้านี้แล้ว จึงได้นำสำเนาบันทึกการถอนคำร้องทุกข์นี้ ส่งให้พนักงานอัยการและอัยการสูงสุดเพื่อเป็นข้อมูลและพยานหลักฐานประกอบการพิจารณาสั่งคดีต่อไป

อนึ่งทีมทนายความของสามนักสิทธิ์ฯ จะได้ติดตามเรื่องการดำเนินการถอนคำร้องทุกข์โดย กอ.รมน.ให้เรียบร้อยเพื่อให้ข้อหาความผิดฐานหมิ่นประมาทสิ้นสุดลง ส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.คอมฯ นั้น เนื่องจากตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 ที่กำหนดให้ยกเลิกความผิดที่มีที่มาจากความผิดฐานหมิ่นประมาท ออกจาก พ.ร.บ.คอมฯ จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2560  ดังนั้นทางทีมทนายความ จะติดตามให้อัยการจังหวัดปัตตานีว่าจะมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องในข้อหาดังกล่าวก่อน หรือจะรอไปจนถึงวันที่ 24 พ.ค. 2560  หรือ จะยุติคดีโดยทำเป็นคำสั่งของอัยการสูงสุดตามมาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553

รายงาน  “สถานการณ์การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายไร้  มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรีใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี ๒๕๕๗-๒๕๕๘” จัดทำและเผยแพร่โดย มูลนิธิผสานวัฒนธรรมและกลุ่มด้วยใจ ซึ่งเป็นองค์กรสิทธิมนุษยชนที่บทบาทในการส่งเสริมการเข้าถึงความยุติธรรมของผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหยื่อของการทรมาน ในจังหวัดชายแดนใต้  การดำเนินคดีต่อสามนักสิทธิฯ ได้ก่อให้เกิดกระแสเรียกร้อง ทั้งจากในประเทศและระหว่างประเทศ ให้รัฐบาลไทยยุติคดี โดยให้เหตุผลว่าการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งที่ประชาชนและนักสิทธิมนุษยชนพึงกระทำได้ โดยรัฐมีหน้าที่ต้องรับฟัง ตรวจสอบ และแก้ไข โดยเฉพาะการตรวจสอบปัญหาการทรมานซึ่งประเทศไทยจะต้องป้องกันและแก้ไขตามพันธกรณีที่ประเทศไทยมีอยู่ภายใต้อนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ  ข้อมูลและกระแสเรียกร้องดังกล่าว ทำให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจและนำไปสู่การดำเนินการเพื่อยุติคดีดังกล่าว

อนึ่ง การยุติการดำเนินคดีต่อสามนักสิทธิฯ จะเป็นการเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐและภาคประชาสังคม ในการส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนใต้ ให้ได้ผลมากยิ่งขึ้น

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ: สมชาย  หอมลออ  ที่ปรึกษามูลนิธิผสานวัฒนธรรม โทร: 02 1015481

พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม โทร: 063-9751757

 

ข้อความในบันทึกประจำวันสถานีตำรวจ เมือง ปัตตานี คดีสามนักสิทธิ SPA ทหารถอนคำร้องทุกข์

“ มีกองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 ส่วนหน้า โดยพลโทเศรษฐสิทธิ์ แก้วคูเมือง ผู้รับมอบอำนาจ ได้มาพบแจ้งว่า ตาม ปจว.22 ลงวันที่ 3 พ.ค. 2559  เวลา 17.00 น. ได้มาร้องทุกข์ต่อ พงส. ให้ดำเนินคดีกับนายสมชาย หอมลออ น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ และน.ส.อัญชนา หีมมีหน๊ะในความผิด ร่วมกันหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 นั้น บัดนี้ผู้แจ้งได้มาแสดงเจตนาเพื่อขอถอนคำร้องทุกข์ ในความผิด ร่วมกันหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ไป (…)

พ.ต.ท.วิญญู เทียมราช สว.สส. พงส.รับแจ้งไว้ได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป จึงให้ลงชื่อไว้เป็นหลักฐาน”

 

 

Advertisements

16 Mar 2017:Narissarawan Keawnopparat (Relative of Private Wichien Pueksom died during military training) will submit a letter of petition to the Attorney General for second time For being charged of defamation and violation of Computer Crime Act

13654330_1097610706996319_1560160361418180443_n

For immediate release on 15 March 2017

Press Release
Narissarawan Keawnopparat will submit a letter of petition to the Attorney General for second time
For being charged of defamation and violation of Computer Crime Act
*********************************

On 16 March 2017 at 10.00am, Ms. Narissarawan Keawnopparat aka “May” and her attorneys would go to the Office of Attorney General at the Chaeng Wattana Government Complex (A Building) to submit to the Attorney General a letter of petition. It has stemmed from her being charged for defamation and violation of the Computer Crime Act in the criminal case no. 773/2558, The case was reported to the police at the Muang Narathiwat Police Station and it has led to her being arrested per the warrant issued by the Provincial Court of Narathiwat on 26 July 2016. The arrest took place at her office at the Ministry of Social Development and Human Security (MSDHS) in Bangkok. She was later released on bail.

On 14 March 2017, Ms. Narissarawan has heard from the Deputy Commander of the Southern Border Provinces Police Operation Center that he had submitted an argument contrary to that of the public prosecutor. The police authority deems it fit to have the case prosecuted for “committing a libelous offence by disseminating or sharing the information in computer network, knowing full well that it was forged computer data which might cause damage to other persons or the public and further investigation should be made on five issues after which the investigation report should be submitted to the Attorney General for the final decision”

The case has stemmed from an incidence in which Private Wichean Phuaksom, her uncle, had died from physical abuse in 2011 at the Krom Luang Naradhiwas Rajanagarindra Military Camp, Jao Ai Rong District, Narathiwat province. Ms. Narissarawan on behalf of her family has been struggling to demand justice in this case. Eventually, after five years of investigation by the inquiry official and the Office of Public Sector Anti-Corruption Commission (PACC), Capt Phuri Perksophon has been identified as a suspect.

On 18 December 2015, Capt Phuri Perksophon has, however, reported the case with the Technology Crime Suppression Division (TCSD) alleging that Ms. Narissarawan had posted a message and a photo that had impaired his reputation. The inquiry official of the Muang Narathiwat Police Station has later pressed her with two charges concerning “committing a libelous offence by importing to a computer system forged computer data, either in whole or in part, or false computer data, in a manner that is likely to cause damage to a third party or the public and disseminating or sharing computer data, knowing full well that it was forged computer data” and the inquiry official has later proposed to the public prosecutor to have her case indicted with the Court on both charges.

Later on 5 October 2016, the public prosecutor of Narathiwat has decided to not prosecute Ms. Narissarawan on all charges, but the case has to be sent for a review of the Commander of the Southern Border Provinces Police Operation Center per the NCPO Order no. 115/2557.

Ms. Narissarawan is scheduled to submit a letter of petition to the Attorney General on 16 March 2017 at 10.00 am at the Office of Attorney General, the Government Complex, Rajaburi Direkriddhi Building (A Building), 2nd floor, Chaengwattana Rd. Lak Si, Bangkok. She would bring with her all relevant evidence to be submitted to the Attorney General to ensure that the decision on the prosecution is made fairly.

Please note that Section 8 of the Computer Crime Act (no. 2) BE 2560 (2017) which shall become effective in 24 May 2017, will have made it impossible to hold a person liable for defamation as a result of importing to computer system any computer data.

All reporters and interested persons are invited to observe the meeting.

Thai version ฉบับเผยแพร่ ใบแจ้งข่าว เมย์ยืนหนังสือถึงอัยการสูงสุด 15 March 16 .นาตาลี