วันที่ 16 มีค. 60: นางสาวนริศราวัลถ์ แก้วนพรัตน์ จะเข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด ครั้งที่สอง กรณีถูกดำเนินคดีในความผิดฐานหมิ่นประมาทฯ และความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ ฯ

ภาพยืนหนังสืออัยการ 16 มีค2

ใบแจ้งข่าว

นางสาวนริศราวัลถ์  แก้วนพรัตน์ จะเข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด ครั้งที่สอง

กรณีถูกดำเนินคดีในความผิดฐานหมิ่นประมาทฯ และความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ ฯ

*********************************

ในวันที่ 16 มีนาคม 2560  เวลา 10.00 นาฬิกา น้องเมย์ นางสาวนริศราวัลถ์ แก้วนพรัตน์ พร้อมทีมทนายความ จะเดินทางไปยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด ณ สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ (อาคาร A) ในกรณีที่น้องเมย์ ถูกแจ้งความดำเนินคดีในความผิดข้อหาหมิ่นประมาท และความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ ตกเป็นผู้ต้องหาในคดี อาญาที่ 773/2558 สภ.เมืองนราธิวาส จนถูกจับกุมตามหมายจับศาลจังหวัดนราธิวาสเมื่อวันที่ 26กรกฎาคม 2559 ที่ผ่านมา  จากสถานที่ทำงานที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กรุงเทพมหานคร และได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในเวลาต่อมา

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2560 นางสาวนริศราวัลถ์ฯ ได้รับทราบจากรองผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศตช.) ว่าได้มีความเห็นแย้งกับพนักงานอัยการ  โดยทาง ศตช.เห็นควรส่งฟ้องศาลฐาน “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ควรให้สอบสวนเพิ่มเติม 5 ประเด็น และส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดชี้ขาด”

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากการที่พลทหารวิเชียร เผือกสม น้าชายของนางสาวนิรศราวัลภ์ถูกซ้อมจนเสียชีวิตเมื่อปี 2554 ที่หน่วยฝึกค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส โดยน้องเมย์ได้เป็นตัวแทนของครอบครัวเรียกร้องความเป็นธรรม จนกระทั่งจากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่และ ปปท. ซึ่งใช้เวลานานถึง 5 ปี จึงพบว่าร้อยเอกภูริ เพิกโสภณ เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดดังกล่าว

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2558  ร้อยเอก ภูริ โสภณ ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) กล่าวหาว่านางสาวนริศราวัลถ์ แก้วนพรัตน์ ใช้เฟสบุ๊คโพสต์และแชร์รูปพร้อมข้อความหมิ่นประมาทร้อยโทภูริฯ เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย เสียชื่อเสียง โดยพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนราธิวาส ได้ตั้งข้อหา“หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ” และพนักงานสอบสวนได้มีความเห็นเสนออัยการว่าควรสั่งฟ้องทั้งสองข้อหา

ต่อมาเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2559  อัยการจังหวัดนราธิวาสได้มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องน้องเมย์ทุกข้อกล่าวหา จึงต้องส่งไปให้ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้พิจารณาตามคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 115/2557

นางสาวนริศราวัลถ์ฯ  จะเดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด ในวันที่ 16 มีนาคม 2560 เวลาประมาณ 10.00 นาฬิกา ณ สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคารA) ชั้น 2 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร พร้อมนำพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องมอบให้อัยการสูงสุดใช้ประกอบการพิจารณาและสั่งคดีเพื่อความเป็นธรรมต่อไป

อนึ่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2)   พ.ศ. 2560  มาตรา8 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2560 นั้น จะมีผลยกเลิกความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลที่เข้าข่ายเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา

 

จึงขอเชิญนักข่าวและผู้สนใจเข้าร่วมสังเกตการณ์

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม โทร: 02-1015481 โทรสาร: 02-1015482

นางณัฐาศิริ เบิร์กแมน  ทนายความ โทร 085-1208077

ฉบับเผยแพร่ ใบแจ้งข่าว เมย์ยืนหนังสือถึงอัยการสูงสุด 15 March 16 .นาตาลี

Advertisements

BANGKOK (AP) — Rights groups are urging Thailand’s government to enact legislation banning torture and forced disappearances as its human rights record comes under United Nations review.

2000px-Associated_Press_logo.svg

 

http://bigstory.ap.org/article/aa2300a796f94813b926320f072a9248/groups-urge-thai-action-against-torture-disappearances

 

BANGKOK (AP) — Rights groups are urging Thailand’s government to enact legislation banning torture and forced disappearances as its human rights record comes under United Nations review.

Tuesday’s review in Geneva by the U.N. Human Rights Committee comes shortly after Thailand’s legislature unanimously ratified a U.N. treaty against forced disappearances. But groups such as Human Rights Watch say Thailand needs domestic laws explicitly prohibiting torture and forced disappearances to effectively comply with the treaty.

Last month, Thailand’s legislature failed to pass a bill against torture and enforced disappearances, saying it needed more study. The U.N. expressed concern over the matter, which is to be discussed at Tuesday’s review of Thailand’s compliance with a civil and political rights treaty ratified in 1996.

“I don’t think they’re trying enough. Ratification of international law is not enough,” said Pornpen Khongkachonkiet, director of the Cross Cultural Foundation, a Thai anti-torture organization. “They need to do things domestically.”

Other issues up for U.N. review include the transparency of Thailand’s legal system and its free speech record. The U.N. will issue recommendations to Thailand at the end of March.

“We have repeatedly expressed concern that due to lack of legislative framework, any crime of enforced disappearances might continue with no accountability or legal redress,” said Laurent Meillan, acting regional representative of the Office of the United Nations High Commissioner for Human Rights in Southeast Asia. “We are hopeful that after the review, efforts will be made to reintroduce the bill in its current form.”

The proposed legislation would have set mandatory sentences for those found guilty of torture or abduction. It would force officials to let family members know where a suspect is being held, and create an independent committee to locate and aid abducted persons.

The bill also included measures against torture. Rights groups accuse Thailand’s military government of throwing political prisoners in military prisons and torturing them. Thailand has ratified U.N. treaties against torture and the government vigorously denies it tortures prisoners.

Since 1980, the U.N. has recorded 82 cases of enforced disappearances in Thailand. In one case, Somchai Neelapaijit, a Thai Muslim lawyer and human rights activist, was dragged from his car at night by five policemen in 2004; his body was never found. Though government officials were linked to his abduction, no one was ever prosecuted and last year police declared the case closed.

“The government needs to take swift and concrete action to enact a law that severely penalizes torture and enforced disappearance,” said Brad Adams, Asia director at Human Rights Watch. “After years of waiting, more promises are simply not enough.”