วันที่ 9 มีนาคม 2560 มารดาสิบโทกิตติกร ยื่นฟ้องแพ่งต่อกองทัพบก เพื่อเรียกค่าเสียหายจากเหตุการณ์เสียชีวิตของบุตรชายระหว่างถูกควบคุมตัวในเรือนจำ

no torture 2

เผยแพร่วันที่ 8 มีนาคม 2560

ใบแจ้งข่าว

มารดาสิบโทกิตติกร  ยื่นฟ้องแพ่งต่อกองทัพบก
เพื่อเรียกค่าเสียหาย
จากเหตุการณ์เสียชีวิตของบุตรชายระหว่างถูกควบคุมตัวในเรือนจำ

 

ในวันที่ 9 มีนาคม 2560 ณ ศาลแพ่งรัชดา มารดาสิบโทกิตติกร และทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรมจะไปเดินทางไปยื่นฟ้องคดีละเมิด โดยคดีนี้นางบุญเรือง สุธีรพันธ์ มารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของสิบโทกิตติกร สุธีรพันธ์ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องแพ่งกองทัพบก เป็นจำเลยในข้อหาละเมิด เพื่อเรียกค่าเสียหาย ตามพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 จากเหตุการณ์บุตรชายของตนเสียชีวิตระหว่างถูกควบคุมตัวภายในเรือนจำ

โดยเหตุที่มารดาของสิบโทกิตติกรยื่นฟ้องเนื่องจาก สิบโทกิตติกร สุธีรพันธ์  ข้าราชการทหารสังกัด กรมทหารที่ 23 กองพันทหารราบที่ 3 ค่ายวีรวัฒน์โยธิน มณฑลทหารบกที่ 25 ผู้ต้องหาระหว่างสอบสวนคดีช่วยนักโทษอื่นให้พ้นจากการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้เสียชีวิตลงโดยถูกผู้คุมเรือนจำซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหารในสังกัดของกองทัพบกร่วมกันทำร้ายร่างกาย ในระหว่างถูกควบคุมตัวอยู่ที่ จนเสียชีวิต ณ เรือนจำมณฑลทหารบก 25 ค่ายวีรวัฒน์โยธินเหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559

กรณีนี้ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ซึ่งเป็นองค์กรสิทธิมนุษยชนที่ดำเนินกิจกรรมเพื่อป้องกันและต่อต้านการทรมานและช่วยเหลือประชาชนให้สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ได้ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย แก่ครอบครัวโดย มูลนิธิฯได้แต่งตั้งทนายความดำเนินคดีชันสูตรพลิกศพ (ไต่สวนการตาย) ที่ศาลจังหวัดสุรินทร์ และช่วยเหลือดำเนินการคดีในทางแพ่ง

ส่วนการดำเนินการฟ้องคดีเแพ่งในครั้งนี้มารดาของสิบโทกิตติกร เป็นโจทก์ ฟ้องกองทัพบก เป็นจำเลย ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ทหารที่กระทำละเมิดต่อร่างกายและชีวิตสิบโทกิตติกรในระหว่างการควบคุมตัว ทั้งนี้โจทก์เห็นว่าเจ้าหน้าที่ทหารผู้เกี่ยวข้องดังกล่าวได้จงใจร่วมกันทำร้ายร่างกายสิบโทกิตติกรจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งยังละเลยไม่นำตัวสิบโทกิตติกรเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ มารดาของสิบโทกิตติกร จึงกำหนดเข้ายื่นฟ้องคดีต่อศาลแพ่งรัชดา ในวันที่ 9 มีนาคม 2560 เวลา 10.00 น. เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมและค่าชดเชยตามกฎหมายต่อไป

เรื่องราวของคดีดังกล่าวสามารถสืบค้นข้อมูลได้ที่ https://voicefromthais.wordpress.com/?s=กิตติกร

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

นางณัฐาศิริ เบิร์กแมน 089-1208077 ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม

Advertisements

8 มีนาคม 2560 สามเยาวชนและญาติยื่นหลักฐานแสดงต่อกระทรวงยุติธรรม ภาพกล้องวงจรปิดพร้อมพยานบุคคล หลักฐานแสดงการจับกุมไม่ชอบ บังคับให้สารภาพ ยืนยันความบริสุทธ์ ขอให้ติดตามผู้ร้ายตัวจริงนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

17198472_10212837052425006_1473135989_n

17199862_10212829527276882_1634393254_o.jpg

เผยแพร่วันที่ 8 มีนาคม 2560

ใบแจ้งข่าว

สามเยาวชนและญาติยื่นหลักฐานแสดงต่อกระทรวงยุติธรรม

ภาพกล้องวงจรปิดพร้อมพยานบุคคล  หลักฐานแสดงการจับกุมไม่ชอบ บังคับให้สารภาพ

ยืนยันความบริสุทธ์ ขอให้ติดตามผู้ร้ายตัวจริงนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ในวันนี้ วันที่ 8 มีนาคม 2560  เวลาประมาณ 11.00 น. ณ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ชั้น 7 ศูนย์ราชการ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคารเอ) ชั้น 2 ถนนแจ้งวัฒนะ  เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร         นายณัฐวัตรายณัฐวัตร ธนัฎธิกาญจนา (เจมส์หลอ) อายุ 19 ปี  นายอภิศักดิ์   สีละมุด หรือเจมส์หนองแขม อายุ 20 ปี และนายศรัญญู สายน้ำเขียวหรือแมน  อายุ 20 ปี เยาวชนทั้งสามคนพร้อมครอบครัวจะเดินทางไปพบกับรองปลัดกระทรวงยุติธรรม พตท.ดุษฎี  อารยวุฒิ เพื่อยื่นพยานหลักฐานที่เป็นภาพกล้องวงจรปิด รายชื่อพยานบุคคลที่สามารถยืนยันว่าตนได้อยู่ร่วมกันในสถานที่แห่งหนึ่งขณะที่เกิดเหตุปล้นทรัพย์ผู้อื่นนักท่องเที่ยวต่างชาติสองราย    การจับกุมคดีปล้นทรัพย์นักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นคดีสำคัญเร่งด่วนที่มีการสนธิกำลังกันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายหน่วยงานติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยอย่างรีบเร่ง จากการให้ความช่วยเหลือคดีและสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่หลังได้รับเรื่องร้องเรียนมูลนิธิผสานวัฒนธรรมพบว่ามีบุคคลชื่อเจมส์ที่เป็นเยาวชนในพื้นที่ถูกติดตามจับกุมหลายคน

ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีกับ นายณัฐวัตร ธนัฎธิกาญจนา (เจมส์หลอ) อายุ 19 ปี  ผู้ต้องหาที่ 1 นายอภิศักดิ์   สีละมุด (เจมส์หนองแขม) อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาที่ 2และนายศรัญญู สายน้ำเขียวหรือแมน  ผู้ต้องหาที่ 3  อายุ 20 ปีในในข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ผู้อื่นโดยใช้ยานพาหนะในการนำพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม กรณีนายโยเซฟ เบนฮายูน อายุ 26 ปี สัญชาติอิตาลี และนายออสมาน ทิคซีลีน อายุ29 ปี สัญชาติโมรอคโค ได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.สามร้อยยอด ว่า ตนได้ถูกคนร้ายซึ่งใช้จักรยานยนต์เป็นพาหนะ ร่วมกันทำร้ายร่างกายแล้วร่วมกันชิงทรัพย์ที่ ริมถนนปราณบุรีสามร้อยยอด หมู่ที่ 1 ตำบลสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยในชั้นพนักงานสอบสวนนายณัฐวัตรฯได้ให้การรับสารภาพไว้ เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ทรมานให้รับสารภาพจนทนการบาดเจ็บไม่ไหว และกลัวจะเกิดอันตรายต่อชีวิตตน   โดยในชั้นพนักงานสอบสวนนายณัฐวัตรฯได้ให้การรับสารภาพไว้ เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ทรมานให้รับสารภาพจนทนการบาดเจ็บไม่ไหว และกลัวจะเกิดอันตรายต่อชีวิตตน ต่อมาเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2559 พนักงานสอบสวน สภ.สามร้อยยอดมีความเห็นควรสั่งฟ้องนายณัฐวัตร โดยที่ยังไม่สอบสวนพยานทุกปากที่นายณัฐวัตรฯ ขอให้สอบสวนสอบเพิ่ม  โดยนายณัฐวัตรได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับพนักงานอัยการจังหวัดหัวหินไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

“การเร่งรัดดำเนินคดีสำคัญของทางราชการ บางครั้งอาจทำให้เกิดความผิดพลาดหรือผิดหลง หากพบว่ามีพยานหลักฐานเชื่อว่าเยาวชนทั้งสามเป็นผู้บริสุทธิ์ในชั้นนี้ การสั่งคดีที่ให้ความเป็นธรรมกับผู้บริสุทธิ์กลุ่มนี้ย่อมจะทำให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบติดตามจับกุมผู้ร้ายตัวจริงและทำให้ผู้เสียหายโดยเฉพาะที่เป็นชาวต่างชาติได้รับความเป็นธรรมและเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมไทย     เป็นที่เข้าใจได้ว่าการปล้นทรัพย์เกิดขึ้นได้ในทุกประเทศ แต่เมื่อเกิดเหตุแล้วการจับกุมแพะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องประหลาดสำหรับชาวต่างชาติ ” พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิฯ กล่าว

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2560 เยาวชนทั้งสามและครอบครัวของเยาวชนทั้งสามได้ร่วมกันเดินทางมาเพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมอัยการสูงสุดไปแล้ว  โดยคดีนี้มีการนำคำสารภาพในชั้นจับกุมมาเป็นพยานหลักฐาน    หากยังมีข้อโต้แย้งว่าได้สารสารภาพในชั้นจับกุมเพราะตนถูกซ้อมทรมานและมีพยานหลักฐานอื่นยืนยันในความบริสุทธิ์อัยการก็มีอำนาจสั่งไม่ฟ้อง     อย่างไรก็ดีทางญาติมีความร้อนใจจึงตัดสินใจเดินทางมาขอความช่วยเหลือจากกระทรวงยุติธรรมในวันที่ 8 มีนาคมนี้ อีกชั้นหนึ่งเกรงว่าอาจจะต้องเข้าสู่การพิจารณาคดีในชั้นศาลหากอัยการฯมีความเห็นสั่งฟ้องซึ่งทำให้เยาวชนทั้งสามเสียโอกาสเสียอนาคตและต้องใช้เวลานานในการต่อสู้คดี และเจ้าหน้าที่ต้องพยายามตามตัวคนร้ายตัวจริงมาลงโทษ

ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติม พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม โทร: 063-975-1757   

   ณัฐาศิริ เบิร์กแมน ทนายความ โทร 085-1208077