Uncategorized

แถลงการณ์ เสรีภาพทางวิชาการของสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล ต้องได้รับการปกป้องคุ้มครอง

cropped-img_6324-1

เผยแพร่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560

แถลงการณ์

เสรีภาพทางวิชาการของสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล

ต้องได้รับการปกป้องคุ้มครอง

ตามที่เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560  สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดลได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง การใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พุทธศักราช 2560 โดยในแถลงการณ์ดังกล่าวได้ระบุว่าในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เพียงหนึ่งเดือน หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติหรือ คสช. ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44  ออกประกาศหรือคำสั่งที่มีฐานะเหนือกว่า พ.ร.บ.ที่ออกโดยรัฐสภาถึง 10 ฉบับ อันเป็นการพร่ำเพรื่อ เป็นการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ ขัดต่อหลักนิติธรรม และได้เรียกร้องให้หัวหน้า คสช. ยุติการใช้อำนาจดังกล่าว

ต่อมาในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 ได้มีการเผยแพร่แถลงการณ์ของมหาวิทยาลัยมหิดลว่า แถลงการณ์ของสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา เป็นการกระทำของกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างมหาวิทยาลัยมหิดล ไม่ใช่เป็นการใช้เสรีภาพทางวิชาการ และจะดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงและวินัยผู้ออกแถลงการณ์ต่อไปนั้น

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมมีความเห็นว่า สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นสถาบันทางวิชาการที่มีบทบาทหน้าที่ในการเสริมสร้าง พัฒนาความรู้เรื่องกับสิทธิมนุษยชนและสันติภาพในสังคมไทย โดยในการเสริมสร้างและพัฒนาองค์ความรู้สำหรับสังคมไทยดังกล่าว ไม่อาจดำเนินการได้โดยปราศจากการเชื่อมโยง หรือเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปกครองด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จของ คสช. และประกาศหรือคำสั่งของ คสช. ซึ่งส่งผลกระทบต่อหลักการพื้นฐานของสิทธิมนุษยชนและนิติธรรมทั้งในระยะปัจจุบัน และระยะยาว

ดังนั้นการที่สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ได้ติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และเผยแพร่แถลงการณ์ดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นการกระทำในทางวิชาการตามภาระหน้าที่ของสถาบันฯที่มีเสรีภาพทางวิชาการที่พึงกระทำได้  และไม่จำเป็นที่จะต้องสอดคล้องกับความเชื่อและความคิดเห็นของผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล ผู้มีอำนาจ หรือนักวิชาการอื่นใด ขณะเดียวกันผู้บริหารของมหาวิทยาลัยมหิดลก็สามารถแสดงความเห็นที่แตกต่างจากแถลงการณ์ของสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษาได้เช่นกัน หรือแสดงความเห็นในเชิงสนับสนุนการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของ คสช.ได้โดยไม่จำเป็นต้องตรวจสอบการกระทำทางวินัยของผู้ใดผู้หนึ่ง

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมเห็นว่าทุกฝ่ายควรยอมรับความเห็นต่างทางภูมิปัญญาและความคิด การที่บุคคลหรือสถาบันการศึกษามีข้อมูล องค์ความรู้ ในแง่มุมที่ต่างๆ ล้วนเป็นคุณูปการต่อสังคมไทย อันจะทำให้เกิดการขบคิดอย่างรอบด้าน โดยไม่มีอคติ และมิควรกังวลว่าความคิดเห็นต่างๆ จะไปสนับสนุนให้ฝ่ายกระทำผิดนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง   เนื่องจากแถลงการณ์ดังกล่าวมิได้มีเจตนาสนับสนุนผู้ฝ่าฝืนกฎหมายในขณะนี้แต่อย่างใด

 มูลนิธิผสานวัฒนธรรม จึงขอให้ผู้บริหารของมหาวิทยาลัยมหิดลทบทวนการกระทำที่เป็นการปิดกั้นเสรีภาพในทางวิชาการทุกกรณี และขอเรียกร้องให้ยุติการดำเนินการทางวินัยกับบุคคลของสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษาที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวด้วย

 

แถลงการณ์มา ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2560

ด้วยจิตคารวะ

Advertisements