แถลงการณ์เรื่อง รายการ ก(ล)างเมือง ตอน ห้องเรียนเพศวิถี:โดยกลุ่มด้วยใจ

duayjai logo

แถลงการณ์เรื่อง รายการ ก(ล)างเมือง ตอน “ห้องเรียนเพศวิถี”
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560
กลุ่มด้วยใจ
จากการเผยแพร่รายการ ก(ล)างเมือง ตอน “ห้องเรียนเพศวิถี” ออกอากาศที่ช่อง ไทยพีบีเอสเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 ต่อมาได้มีข้อถกเถียงถึงประเด็นการเล่นฟุตบอลของกลุ่มผู้หญิงทั้งที่เป็นมุสลิม และประเด็นเรื่องการเรียนรู้เรื่องสิทธิมนุษยชนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลักการศาสนาอิสลามจนนำไปสู่การแสดงความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆผ่านช่องทาง FACEBOOK และมีบางความคิดเห็นที่นำไปสู่การสร้างความเกลียดชัง ยุยงส่งเสริมให้เกิดการใช้ความรุนแรงตอบโต้ ซึ่งโดยแท้จริงแล้วปัญหาที่เกิดขึ้นสามารถสร้างความเข้าใจระหว่างกันได้ทั้งผู้ที่นำเสนอประเด็นและผู้ที่แสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยผ่านบทความต่างๆที่นำเสนอออกมา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นการแสดงออกผ่านทาง FACEBOOK ซึ่งอาจเป็นแก้ปัญหาที่ไม่ตรงกันจุดนัก
กลุ่มด้วยใจในฐานะองค์กรที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนและเป็นมุสลิม มีความห่วงกังวลต่อข้อความที่ปรากฏออกมาในทางสื่อสาธารณะทั้งทางไทยพีบีเอสและ FACEBOOK จึงขอเรียกร้องให้ทุกคนมีความอดทนอดกลั้นในการแสดงความคิดเห็นและแสดงออกในทางสันติวิธีและสร้างสรรค์เพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีต่อกัน และเพื่อป้องกันความขัดแย้งใหม่ในความขัดแย้งที่มีอยู่เดิมจนทำให้สันติภาพที่เป็นเป้าหมายสำคัญของคนทำงานในพื้นที่ยิ่งห่างไกลออกไป และขอเรียกร้องให้คณะกรรมการอิสลามจังหวัดปัตตานี ได้ดำเนินการพิจารณาปัญหานี้และชี้แนะแนวทางในการแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลาม เพื่อเป็นการแก้ปัญหามิให้ยืดเยื้อต่อไป

นางสาวอัญชนา หีมมิหน๊ะ  ประธานกลุ่มด้วยใจ
นางสาวละม้าย มานะการ
นางสาวอุบล ขวัญเมือง
สมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ
เครือข่ายผู้หญิงกับธรรมาภิบาล
นางสาวกันตพัฒน์ ทวีผลทรัพย์
สมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้
ศูนย์ฟ้าใส
ศูนย์อัลกุรอานเเละภาษาQLCC
อาจารย์อับดุลสุโกร์ ดินอะ
นาวจันทร์เพ็ญ วงษาคง

Advertisements

จดหมายถึง เพื่อนต่างศาสนิกในสนามฟุตบอล : ข้อเขียนอาจารย์ อสมา มังกรชัย

l01_19

ภาพจาก Internet

จดหมายถึง เพื่อนต่างศาสนิกในสนามฟุตบอล

การปะทะกันทางความคิดสองสามวันที่ผ่านมาดึงเวลา ความสนใจ และอารมณ์จากข้าพเจ้าเกินไปมากจนคิดว่าเราคงต้องส่งสารคุยกัน

ที่ผ่านมาข้าพเจ้ามีความระมัดระวังไหวในการที่จะพูดประเด็นเกี่ยวข้องทางศาสนาเนื่องจากข้าพเจ้าไม่มีความรู้ทางศาสนาและไม่ใช่ผู้รู้ ข้าพเจ้าเป็นแค่ผู้ศรัทธาที่มีความรู้น้อยคนหนึ่ง เสี่ยงที่จะให้ข้อมูลความรู้ที่ผิดพลาด และสร้างความเสียหายแก่อิสลามที่ข้าพเจ้ารัก Astaqfurullah

ในฐานะผู้ศรัทธา ข้าพเจ้ารักและอยากปกป้องในสิ่งที่รัก และทำความเข้าใจดังต่อไปนี้

ประการที่หนึ่ง  ผู้หญิงเตะฟุตบอลได้หรือไม่

ในศาสนาไม่มีข้อห้ามการออกกำลังกายของสตรี และเราส่งเสริมการรักษาสุขภาพที่ดีผ่านอาหารและการออกกำลังกาย  ทั้งนี้มีธรรมเนียมปฏิบัติในพื้นที่สามจังหวัดที่วัยรุ่นหญิงชายแยกกันเล่นกีฬาและเชียร์กีฬา แต่ในชีวิตจริงพื้นที่สาธารณะกำกวม การถ่ายทอดสดกีฬาต่างๆมีให้ดูในทีวีและอินเตอร์เนต เราไม่สามารถไปกำกับชีวิตส่วนตัวของใครได้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของมุสลิมเอง เช่น มุสลีมะฮบางคนใส่ชุดว่ายน้ำแบบ Burkini คือคลุมหมดทั้งตัวเพื่อจะได้ว่ายน้ำในสระสาธารณะ ขณะที่บางคนยอมสละสิทธิ์ในการใช้สระแบบปะปน

อนึ่ง อิสลามไม่ได้ห้ามการปรากฏกายของสตรีในพื้นที่สาธารณะแต่อย่างใด แต่ระบุการแต่งกายปกปิดก็เพื่อปกป้องสตรีและสังคมในแนวคิดของเรา

ประการที่สอง  สิทธิสตรีในอิสลาม

อิสลามเป็นศาสนาที่ศรัทธาถูกกำกับด้วยวิถีปฏิบัติหลายอย่างซึ่งไม่ได้แข็งทื่อตายตัว ผู้รู้ศาสนาแต่ละท่านก็อาจจะมีแนวทางการให้ความเห็นไม่เหมือนกัน

บางคนอาจจะบอกว่า ผู้หญิงไปไหนมาไหนต้องมีผู้คุ้มครองเพศชายที่ระบุไว้ เช่น พี่ชาย น้องชาย สามี แต่ผู้รู้ยุคใหม่บางคนก็ผ่อนปรนว่าให้เธอไปไหนเป็นกลุ่มสตรีด้วยกันเองได้เพราะเป็นญามาอะห์

ตัวอย่างข้างต้นของข้อปฏิบัตินี้มีเป้าหมายเพื่อจะปกป้องคุ้มครองสตรี มิใช่กดขี่สตรีแต่อย่างใด

คนต่างศาสนิกบางคนอาจจะมอง หิญาบ หรือผ้าคลุมศีรษะของสตรีมุสลิม

สำหรับมุสลิมผู้ชาย เรามีคำสอนเรื่องหิญาบสายตา คือการลดสายตาให้ต่ำลงสำรวมสายตาต่อเพศตรงข้าม เราถูกกำกับจริยธรรมทั้งหญิงและชาย สตรีไม่ได้เป็นผู้แบกรับภาระและมลทินทางศาสนาไว้แต่ผู้เดียว

อิสลามเป็นศาสนาที่รักษาเกียรติของสตรี  ถือกำเนิดขึ้นในแผ่นดินที่ครั้งหนึ่งผู้หญิงไม่มีค่าอะไร โอบอุ้มชีวิตทารกหญิงจากการถูกฝังทั้งเป็น สู่คุณค่าแห่งการเป็นประตูสวรรค์สำหรับบิดาและสามี  บทบาทของพ่อที่ดีต่อลูกสาวและสามีที่ดีถูกระบุไว้ชัดเจนไม่ต่างจากบทบาทแม่และภรรยา

นอกจากนั้น  ผู้หญิงในอิสลามก็ยังมีคุณค่าแห่งปัจเจกบุคคลคนหนึ่ง เธอมีสิทธิจะได้รับการศึกษา ทำหน้าที่ต่างๆอันมีประโยชน์บนหน้าแผ่นดินได้ บทบาทต่อสังคมก็ไม่ได้ถูกจำกัดไว้แต่อย่างใด ผู้หญิงมีบทบาทสอนศาสนาตั้งแต่ในอดีต มหาวิทยาลัยแห่งแรกๆของโลกถูกตั้งขึ้นโดยสตรีมุสลิม ในสมัยนบี เรามีผู้หญิงที่ออกรบและนำทัพ เราไม่ใช่ศาสนาแห่งการกดขี่สตรี เมื่อจำเป็น หรือ ผู้หญิงมีคุณสมบัติเหมาะสม เธอทำหน้าที่ทางสังคมได้

ผู้หญิงมีสิทธิมากมายในอิสลาม อาทิ เรามีสิทธิเลือกคู่ครองกล่าวคือหากเธอไม่ยินยอมก็ไม่สามารถจับเธอแต่งงานได้  มีสิทธิในทรัพย์สมบัติของตนเองโดยที่สามีไม่อาจจะแตะต้องทรัพย์สินของเธอ และสามีมีหน้าที่เลี้ยงดูภรรยาและครอบครัวในมาตรฐานเดียวกับที่เขาเลี้ยงดูตัวเอง

 

ประเด็นสิทธิสตรีในอิสลามบางเรื่องลึกซึ้งและในหมู่มุสลิมเองก็ยังเถียงไม่จบ เช่น การมีภรรยาหลายคน แต่กระนั้น สิ่งที่ชัดเจนอย่างหนึ่งก็คือ มีการรับรองและปกป้องสิทธิผู้หญิงในแทบทุกเรื่องแม้แต่เรื่องที่ยากจะเข้าใจอย่างเรื่องนี้ก็ตาม

ประการที่สาม การรักเพศเดียวกันในอิสลาม

อิสลามไม่อนุญาตให้มีความสัมพันธ์ทางเพศกับเพศเดียวกัน และมีความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างต่างเพศก่อนแต่งงาน  มีตัวบทที่แข็งแรงรองรับเรื่องนี้

เราถูกสอนให้ระงับอารมณ์และขัดเกลาตนเอง และเราต่างพยายามต่อสู้ดิ้นรนเพื่อสิ่งนี้ ไม่ต่างจากการปฏิบัติธรรมหรือถือศีลเพื่อขจัดกิเลสเพียงแต่เรารองรับด้วยความเชื่อและรูปแบบที่ต่างออกไป

 

ประการที่สี่  ท่าทีและขันติธรรมต่อความแตกต่างและการเบี่ยงเบนออกไปจากครรลองศาสนา

ในหลายวันที่ผ่านมา ข้าพเจ้ามีความเจ็บปวดกับท่าทีของพี่น้องมุสลิมบางท่านที่ตอบโต้พวกท่านอย่างรุนแรงคุกคามข่มขู่  ในฐานะมุสลิม ข้าพเจ้าขอโทษในสิ่งที่พวกท่านได้รับ  ข้าพเจ้าไม่สามารถอ้างความเป็นเจ้าของอิสลามว่าต้องเป็นแบบที่ข้าพเจ้าเรียนรู้ศึกษาและเชื่อถือ กระนั้น ข้าพเจ้าขอแลกเปลี่ยนทัศนะดังนี้

ครั้งหนึ่งมีเพื่อนมุสลีมีนบอกกับข้าพเจ้าเมื่อเขาเห็นว่าผู้หญิงกลุ่มฟีเมนเปลือยอกประท้วงในเวทีของมุสลิมแล้วถูกผู้ชายเตะ เขาบอกข้าพเจ้าว่า “ถ้าเป็นผม ผมจะเอาผ้าไปห่มให้เธอ”

สำหรับข้าพเจ้าผู้ซึ่งมีความรู้น้อยและเป็นผู้หญิงเชื่อว่า ผู้ชายในโลกทัศน์เราเข้มแข็งและมีหน้าที่ปกป้องสตรี แม้แต่ในสถานการณ์สงคราม อิสลามยังห้ามทำร้ายสตรีและเด็ก ไม่ว่าเธอจะเป็นศาสนาใดก็ตาม เชื้อชาติใดก็ตาม จริงๆเรามีตัวบทที่สนับสนุนคุณค่าเชิงมนุษยธรรมอยู่มากแต่ไม่ค่อยถูกนำมาใช้กล่าวอ้างมากเท่าไรนัก

ส่วนหนึ่งของซูเราะห์อัลกาฟิรูน หรือ ผู้ปฏิเสธ คือ ศาสนาของท่านคือศาสนาของพวกท่าน ศาสนาของเราคือของเรา เนื้อความของซูเราะห์ดังกล่าวนี้ยืนยันศรัทธาแห่งศาสนาอิสลาม และระบุการมีอยู่ของผู้ปฏิเสธ  ในบางสถานการณ์การเมือง ผู้ปฏิเสธถูกตีความว่าเป็นศัตรูแห่งอิสลามซึ่งหมายความว่าสมควรถูกกำจัดออกไป

ในกิจกรรมของบูคู ข้าพเจ้าไม่ทราบอย่างชัดแจ้งว่าท่านให้การสนับสนุนส่งเสริมเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกันอย่างไร คลิปสัมภาษณ์ และ การชี้แจงของพวกท่านยังไม่ทำให้คลายข้อสงสัย แต่กระนั้นหากท่านต้องการคงความเชื่อและวิถีของท่านไว้ ข้าพเจ้าจะเคารพในวิถีของท่าน

ข้าพเจ้า คิดว่า และหวังว่า กลุ่มภาคประชาสังคมมุสลิมและคณะทำงานด้านศาสนาน่าจะได้มีโอกาสเข้ามาพูดคุยหารือหรือแม้แต่เข้าร่วมกิจกรรมกับท่านด้วยเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

ถึงท่านจะเป็นผู้ปฏิเสธและมีวิถีชีวิตที่แตกต่างไปจากอิสลาม และบรรดาแม่ๆแห่งประชาชาติเรากำลังกลัดกลุ้มกังวลว่าบุตรหลานของพวกเธอกำลังจะถูกชักนำออกไปจากเส้นทาง

แต่ท่านไม่ใช่ศัตรูของเรา

หลายปีที่ผ่านมาร้านบูคูทำงานกับภาคประชาสังคมสามจังหวัดเรียกร้องสิทธิให้คนในพื้นที่เรื่องเขตปกครองพิเศษ เรื่องการซ้อมทรมาน เรื่องการขอพื้นที่ปลอดภัย เรื่องสิทธิของผู้เห็นต่าง

มาในวันนี้เมื่อบูคูเป็นผู้เห็นต่างเสียเอง ข้าพเจ้าจะมีท่าทีแบบเดียวกันกับที่เจ้าหน้าที่รัฐทำได้อย่างไร ต่อไปข้าพเจ้าจะพูดและยืนยันสิทธิของคนสามจังหวัดในการปกครองตนเอง ในการมีวิถีชีวิตตามหลักศาสนาและวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างไร ข้าพเจ้าไม่แน่ใจ

 

ขอสันติจงมีแก่เราทั้งปวง

อสมา มังกรชัย

 

ผมรู้สึกไม่สบายใจ: ข้อเขียนซากีย์ พิทักษ์คุมพล สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

aj_zakee

 

ผมรู้สึกไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน 2-3 วันที่ผ่านมา และผลของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนนำไปสู่การล่าแม่มด แต่ผมไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น ในฐานะมุสลิม ประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่เป็นเรื่องที่ไม่ง่าย ด้วยสถานะบางอย่างของครอบครัว ผมต้องระมัดระวังในท่าทีในการแสดงความคิดเห็นสูงมากยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันไปไกลเกินกว่าที่จะทำให้ผมนิ่งเฉย เศร้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างบอกไม่ถูก ความเห็นส่วนตัวและการสัมผัสกับปรากฎการณ์ในสามจังหวัด กิจกรรมที่ริเริ่มด้วยกลุ่มของอาจารย์อันธิชาและเพื่อนไม่ได้มีนัยยะของการส่งเสริมให้เกิดการรักร่วมเพศแต่อย่างใด เพียงแต่มันอาจจะขัดกับความรู้สึกของมุสลิมบางท่าน ผมใช้คำว่า “ความรู้สึก” ไม่ใช่ “หลักการศาสนา” เพราะปัจจุบันเราเห็นนักกีฬามุสลิมเข้าแข่งขันกีฬาระดับโลกอยู่มากมาย นักกีฬาผู้หญิงเหล่านั้นก็คงไม่มีแนวโน้มที่จะเป็นคนรักร่วมเพศ เพราะไปเล่นกีฬาที่ส่วนใหญ่ผู้ชายเขาเล่นกัน สิ่งที่กิจกรรมของอาจารย์อันธิชาพยายามจะบอก คือ “การให้ที่ทาง” กับคนที่เขาไม่ค่อยได้รับการยอมรับจากคนอื่น ผมคิดว่า “การให้ที่ทาง” คงต่างจาก “การส่งเสริม และโน้มน้าว” นะครับ คนกลุ่มนี้อยู่ในสภาพที่ค่อนข้างอิหลักอิเหลื่อในครอบครัว ชุมชนของจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่พอสมควร ผมไม่แน่ใจว่าคนที่ออกมาปกป้องอิสลาม ปกป้องท้องถิ่นจังหวัดชายแดนใต้ เคยนั่งฟังน้องที่เป็น “กระเทย” บ้างหรือเปล่า ผมเคยทำงานวิจัยชิ้นเล็กอยู่ครั้งหนึ่ง เพื่อ “เข้าใจ” เด็กชายขอบเหล่านี้ที่ถ้ามองตามกรอบของศาสนาอิสลาม การนั่งคุยกับน้องคนนี้ทำให้ผมเข้าใจความซับซ้อนของประเด็นนี้มากขึ้น แน่นอนว่าถ้ามองอย่างผิวเผิน เขาคือคนที่ทำผิดหลักการ เพราะร่างกายเป็นผู้ชาย แต่ความรู้สึกเป็นผู้หญิง เขาบอกว่าตั้งแต่จำความได้ ไม่เคยมีความรู้สึกว่าตนเองเป็นผู้ชายเลยในชีวิต ความทรงจำตอนเด็กที่นึกได้ไกลที่สุด คือภาพที่ตนเองคลุมฮิญาบ น้องถูกฝากเลี้ยงไว้กับยาย ท่ามกลางพี่ชาย 3 คน เพราะพ่อแม่ต้องไปทำงานในมาเลเซีย ตั้งแต่เด็กไปชอบเล่นกับพี่ชาย แต่คลุกคลีอยู่กับลูกสาวของป้า ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้กัน น้องสารภาพกับผมว่าทุกวันก็รู้ว่าตัวเองทำผิด แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร แต่สิ่งที่พยายามทำอยู่ตลอดเวลาคือ การละหมาด อ่านอัลกรุอ่าน เพื่อ”ชดเชย” กับความผิดที่ตนเองกำลังทำอยู่ ท่านนักวิชาการและผู้ห่วงใยอิสลามทั้งหลายครับ อิสลามตามความเข้าใจของท่านจะเอาเด็กประเภทนี้ไว้ตรงไหนครับ? หรือที่ทางของพวกเขาคือ ต้องไป “นรก” เพียงเท่านั้น นรกเพราะเขาเกิดมาแล้วมีสภาพเป็นนี้เท่านั้นหรือ? ผมขอไม่พูดถึงเรื่อง “สิทธิ” อะไรนะครับ เพราะผมรู้ในใจท่านอาจจะแย้งผมว่ามันเป็น “ของใหม่” ที่มาจากโลกฝรั่ง เสียเวลาที่จะไปพูดเรื่องนี้ แต่ประเด็นที่ผมอยากสนทนากับท่านในฐานะมุสลิม คือ ความอดทนอดกลั้น (tolerance) ที่ศาสนาทุกศาสนาสอน และคุณค่าความเป็นมนุษย์ในศาสนาอิสลาม เพราะเวลาท่านพูดถึงหลักการของศาสนาอิสลาม ท่านพูดได้ถูกต้องชัดเจน และผมคิดว่าผมไม่มีความรู้มากพอไปเถียงท่าน แต่ที่ผมเห็นในทางปฏิบัติ ผมไม่เห็นสิ่งเหล่านั้นเลย ผมไม่เห็นนักเผยแพร่ (ดาอีย์) ผมเห็นแต่ผู้พิพากษา (กอฎี) เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด นอกจากนี้เวลาท่านพูดในที่สาธารณะ ท่านพูดถึงความเมตตาของอิสลามที่มีต่อสรรพสิ่งต่างๆ บนบนโลกใบนี้ บางท่านหยิบยกฮาดิษที่ว่าด้วยเรื่องโสเภณีกับการให้น้ำสุนัขมาเป็นตัวอย่างให้เห็นถึงความเมตตาของพระเจ้า คำถามคือ ทำไมท่านไมเอากรณีดังกล่าวมาทำให้เห็นในทางปฏิบัติ ให้เห็นถึงความเมตตาของพระเจ้า ที่มีต่อคนที่มีอาชีพที่ขัดกับหลักการศาสนา เพียงแค่เธอตักน้ำให้สุนัขที่กระหายน้ำกิน เขาก็ได้รับการตอบแทนด้วยสวรรค์ของพระองค์แล้ว สำหรับผมแล้ว ในความเป็นมนุษย์เราจะคาดคะเนความเมตตาของพระเจ้าได้อย่างไร กรณีโสเภณีผมเชื่อว่าถ้าให้มุสลิมตัดสิน เธอคนนี้คงสถิตย์อยู่ในนรกตลอดกาลเป็นแน่แท้
หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ผมขอร้องให้ท่านทั้งหลายที่คิดจะทำการใดๆ ต่ออาจารย์อันธิชา และเด็กๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม หยุดคิด และทบทวนการกระทำการใดๆ เพราะสิ่งที่ท่านกำลังทำคงไม่ใช่การปกป้อง หากเป็นการทำให้หน้าตาของอิสลามที่ผมรักและศรัธทาเช่นเดียวกับพวกท่านเปลี่ยนไป อิสลามที่ผมรู้จักและถูกสอนมาให้รู้จักทุกวันนี้ก็เปลี่ยนไปด้วยความน้ำมือของใครต่อใครจนผมเองแทบจะหลงลืมหน้าตาที่แท้จริงมันไปเสียแล้ว จุดยืนผมต่อหลักศาสนาเหมือนเดิม ผมไม่ส่งเสริมให้ใครเป็น เกย์ เลสเบี้ยน หรือเพศสภาพอื่น แต่การให้ “ทีทาง” และการยอมรับในการดำรงอยู่ของคนกลุ่มนี้ ให้พวกเขาได้รู้สึกว่า เขาเป็นมนุษย์ที่มีความรู้สึกเช่นเดียวกับพวกท่าน เป็นมุสลิมที่อาจจะไม่ดีเท่ากับท่านแต่ก็ยังคงปฎิบัติศาสนกิจไม่ต่างจากท่าน อย่างน้อยการรวมตัวของพวกเขาอาจช่วยให้ท่านได้เห็นว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความอดทนอดกลั้นเพียงพอต่อความท้าทายของความเป็นสมัยใหม่ที่ถาโถมไปทั่วภูมิภาค หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านรับมือมันด้วยปัญญา

ซากีย์ พิทักษ์คุมพล
สถาบันสันติศึกษา
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์