Uncategorized

พยานบุคคลผู้สัมภาษณ์เหยื่อทรมานให้ปากคำเป็นพยานต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปัตตานี

gang of three

 

เผยแพร่วันที่ 13 มกราคม 2560

ใบแจ้งข่าว

พยานบุคคลผู้สัมภาษณ์เหยื่อทรมานให้ปากคำเป็นพยานต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปัตตานี

ในคดี กอรมน.ร้องทุกข์ดำเนินคดี 3 นักสิทธิฯ  ข้อหาหมิ่นประมาทและพรบ.คอมพิวเตอร์ฯ

กรณีรายงานสถานการณ์การทรมานในจังหวัดชายแดนภาคใต้

 

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2560  เวลา 14.00 น. ทนายความสามนักสิทธิฯ(นายสมชาย หอมลออ  น.ส.พรเพ็ญ  คงขจรเกียรติ และน.ส.อัญชนา หีมมิหน๊ะ) พร้อมพยานบุคคลและพยานเอกสาร เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปัตตานี คดีที่ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งความร้องทุกข์ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 เนื่องจากการเปิดเผยรายงานการทรมานในจังหวัดชายแดนใต้

ในวันดังกล่าวทนายความมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมและทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้นำพยานบุคคลจำนวน 3 คน ซึ่งเป็นทีมงานจากองค์กรเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปัตตานีและ เป็นผู้สัมภาษณ์บุคคลที่ให้ข้อมูลว่าถูกกระทำทรมานระหว่างการถูกควบคุมตัว เข้าให้ปากคำเป็นพยานในคดี โดยสรุปความได้ว่า ทั้งสามเป็นผู้สัมภาษณ์และบันทึกตามคำบอกเล่าของบุคคลที่ให้ข้อมูลว่าถูกกระทำทรมานจำนวน 3 คน ที่ปรากฏอยู่ในรายงานสถานการณ์การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้าย  ไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2557-2558  โดยก่อนเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้สัมภาษณ์ได้ผ่านการอบรมการจัดเก็บข้อมูลและการบันทึกข้อมูลเรื่องการร้องเรียนการทรมาน โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดเก็บข้อมูลและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการผ่านเหตุการณ์เลวร้ายเป็นวิทยากรอบรมให้ และผู้สัมภาษณ์ทั้งสามเชื่อว่าผู้ให้ข้อมูลเรื่องถูกทรมานพูดความจริง

ในการอบรมฯ วิทยากรได้ให้แบบฟอร์มเอกสารในการเก็บบันทึกข้อมูลเพื่อใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล  แบบประเมินผลกระทบฯ (Proxy)  เป็นแบบฟอร์มที่จัดทำโดย American Bar Association Rule of Law Initiative (ABAROLI)  ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการส่งเสริมการเข้าถึงความยุติธรรมและหลักนิติธรรม   และองค์กร Physician for Human rights ที่ทำงานเรื่องการรักษาเยียวยาผู้มีอาการซึมเศร้ารุนแรงและอาการผิดปกติจากความเครียดหลังได้รับการบาดเจ็บหรือได้รับผลกระทบจากการถูกทรมาน (PTSD)  ทั้งสององค์กร เป็นผู้ออกแบบจัดทำจากมาตรฐานสากลขององค์กรสหประชาชาติที่ชื่อว่า Istanbul Protocol ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับองค์กรทางกฎหมายและแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการเยียวยาผู้ถูกทรมานอีกหลายองค์กร

ผู้สัมภาษณ์ทั้งสามทำงานกับองค์กรเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานีมีหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนการละเมิดสิทธิมนุษยชนและลงพื้นที่เก็บข้อมูลข้อเท็จจริงจากผู้ร้องเรียนว่าตนถูกซ้อมทรมาน ตลอดจนการประสานงานให้เกิดการเยียวยาสภาพจิตใจของผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกทรมาน โดยองค์กรจะส่งแบบประเมินผลกระทบฯ นั้นให้กับผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์ ดำเนินการช่วยเหลือรักษาเยียวยาทางร่างกายและจิตใจ ตลอดจนประสานงานกับองค์กรต่าง ๆ ในการให้ความช่วยเหลือตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

พยานผู้สัมภาษณ์คนหนึ่งได้ให้ถ้อยคำในกรณีที่ตนและเพื่อนกว่ 7 คน เคยควบคุมตัวไป และตนกับเพื่อนอีกหนึ่งคนที่ถูกซ้อมทรมานได้ฟ้องร้องดำเนินคดีต่อศาลปกครอง คดีถึงที่สุดในชั้นศาลปกครองสูงสุดแล้ว โดยศาลเชื่อว่าตนกับเพื่อนถูกเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมตัวซ้อมทรมานจริง จึงพิพากษาให้ตนกับเพื่อนชนะคดี พิพากษาให้หน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวเป็นผู้จ่ายค่าเสียหายหลายแสนบาท

นอกจากนี้ ทนายความผู้ต้องหาทั้งสามได้ยื่นพยานเอกสารกว่า 10 รายการ และขอเพิ่มเติมรายชื่อพยานบุคคลจำนวน 2 คน ซึ่งเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์การทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยบุคคลทั้งสองมีความสำคัญที่จะสามารถยืนยันข้อเท็จจริงและปัญหาการซ้อมทรมานในระหว่างการควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นอนุกรรมการด้านสิทธิมนุษยชนในคณะกรรมการสิทธิมนุษชนแห่งชาติด้วย

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

นายอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะ  ทนายความมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมประจำจังหวัดปัตตานี 081-8987408

นายปรีดา นาคผิว ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม โทร 098-6222474

 

 

Advertisements