Uncategorized

ศาลจังหวัดปราจีนบุรีรับฟ้อง ชี้มูลความผิดตำรวจ 4 นาย ทำการซ้อมทรมาน คดีนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร ฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจปราจีนบุรี – Summary in English- 4 polices charged of torturing a high school student in Prachinburi after 7 years of incident

img_6324-1

 

Summary in English

On 15 Dec 2016, Prachinburi court accepted the criminal lawsuit on the case that a victim of torture, Ritthirong Chuenchit suing Prachinburi police after more than six years of justice seeking. The hearing started since November 2015 – Dec 2016 (12 months in total). Prachinburi Provincial Court is now conducting pretrial discovery in the Black Case no. 2 5 58/925 in which Mr. Ritthirong Chuenchitfiled against seven police officers including two from the Muang Prachinburi Police Station and five from the Prachinburi Provincial Police. They are accused of being complicit in the abuse of official power, abuse of office, offences against body, and infringement on freedom as per Articles 157 , 200, 295, 305, 310, 391coupled with Articles 83 and 91of the Penal Code with the maximum sentence of death. Rittirong Chuenjit was allegedly beaten by police officers while in detention in January 2009. Rittirong had also filed a case with the Office of the Public Sector Anti-Corruption Commission which dismissed the case citing that there was no concrete evidence against the police. OHCHR continues to raise concern with the government on the lack of accountability on torture cases in Thailand. The Court decided to accept the case based on the psychological and medical reports of the victim.

เผยแพร่วันที่ 17 ธันวาคม 2559

ใบแจ้งข่าว

ศาลจังหวัดปราจีนบุรีรับฟ้อง ชี้มูลความผิดตำรวจ 4 นาย ทำการซ้อมทรมาน คดีนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร ฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจปราจีนบุรี หลังจากเรียกร้องความเป็นธรรมมาตลอดเกือบ7ปี

 เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2559 เวลา 09.30 นาฬิกา ผู้พิพากษาศาลจังหวัดปราจีนบุรีออกนั่งพิจารณา นัดฟังคำสั่งชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.925/2558 คดีนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร ฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจ 7 คน ได้แก่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองปราจีนบุรี 2 คน และตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดปราจีนบุรี 5 คน ในข้อหาความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม  ความผิดต่อร่างกาย และความผิดต่อเสรีภาพ  ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งนายฤทธิรงค์กล่าวหาว่าเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2552 เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม สอบสวนโดยมิชอบ และนำตนไปทำร้ายร่างกายบังคับให้รับสารภาพ (ซ้อมทรมาน)

ศาลได้มีคำสั่งว่าคดีมีมูลและประทับฟ้อง/รับฟ้องเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 คน (จากทั้งหมด 7คน) โดยศาลเห็นว่าจำเลยทั้ง 4 คน มีพฤติการณ์กระทำผิดกฎหมายตามคำฟ้องโจทก์  สรุปได้ความว่า ศาลพิจารณาพยานหลักฐานที่ได้นำสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า ทั้งรายงานความเห็นแพทย์ที่ตรวจสภาพร่างกายและผลกระทบทางจิตใจโจทก์ ภาพถ่ายบาดแผลตามร่างกาย ประกอบกับคำยืนยันหนักแน่นของนายฤทธิรงค์ฯว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 4 คนซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี ได้สมรู้และร่วมกันนำตัวนายฤทธิรงค์ฯเข้าไปในห้องภายในอาคารกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรปราจีนบุรี

แล้วร่วมกันทำร้ายโดยทรมานและกระทำทารุณโหดร้ายภายในห้องดังกล่าวเพื่อให้ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้กระทำความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์โดยนายฤทธิรงค์ฯ ได้ปฏิเสธว่ามิได้กระทำความผิดดังกล่าว  การกระทำของจำเลยทั้ง 4คน ดังกล่าวจึงมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157, 200, 295, 296, 309, 310 ประกอบมาตรา 83แล้วศาลได้กำหนดให้วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นวันนัดพร้อม เพื่อสอบคำให้การจำเลยทั้ง 4 คนและกำหนดนัดสืบพยานต่อไป

ส่วนตำรวจอีก 3 นาย ที่ศาลมีคำสั่งว่าคดีไม่มีมูลและยกฟ้อง ได้แก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปราจีนบุรี 2 คน เป็นผู้ควบคุมนายฤทธิรงค์ไป สภ.เมืองปราจีนบุรีและส่งตัวให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนแล้วพนักงานสวนสวนคนดังกล่าวได้ให้ผู้เสียหายมาชี้ตัวนายฤทธิรงค์ฯว่าเป็นผู้วิ่งราวทรัพย์โดยการชี้ตัวไม่ถูกต้องตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่ฯทั้ง 2 คน ไม่ถึงขั้นเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและอีกคนหนึ่งคือเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดปราจีนบุรีศาลเห็นว่ามีส่วนเกี่ยวข้องเฉพาะตอนที่นายฤทธิรงค์ฯ ถูกนำตัวออกจากห้องสืบสวนแล้ว เพื่อไปค้นหาสร้อยทองที่บ้านบุคคลอื่นตามที่นายฤทธิรงค์ออกอุบายเพื่อให้รอดชีวิตจากการถูกทรมาน การที่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวได้ตบบริเวณศรีษะนายฤทธิรงค์ เป็นการใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ความผิดฐานดังกล่าวมีอายุความเพียงหนึ่งปี เมื่อนายฤทธิรงค์นำคดีมาฟ้องภายหลังจากหมดอายุความจึงเป็นเหตุให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ ศาลจึงมีคำสั่งยกฟ้อง เนื่องจากคดีหมดอายุความ

คดีนี้ถือเป็นคดีที่ประชาชนถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ถูกทำร้ายโดยทรมานและกระทำทารุณโหดร้ายเข้าข่ายความผิดต่ออนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (CAT) ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีของอนุสัญญานี้ด้วย อันมีผลผูกพันให้ประเทศไทยต้องดำเนินการเพื่อป้องกันและต่อต้านการทรมาน แต่ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายภายในประเทศให้สอดคล้องและรองรับกับอนุสัญญาดังกล่าวในความผิดอาญาว่าด้วยการกระทำทรมานโดยเฉพาะคดีนี้จึงฟ้องโดยอาศัยข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา

หลังทราบคำสั่งศาลดังกล่าวแล้ว นายสมศักดิ์ ชื่นจิตร บิดานายฤทธิรงค์ฯ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่พาลูกร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับหน่วยงานภาครัฐหลายสิบหน่วยงานแต่ไม่เป็นผล อีกทั้ง ป.ป.ท. ก็มีมติว่าคดีไม่มีมูลนั้น ตนกับลูกชายแทบสิ้นหวังในกระบวนการยุติธรรม  จนกระทั่งได้ร้องขอความช่วยเหลือต่อมูลนิธิผสานวัฒนธรรมและมูลนิธิฯได้มีการมอบหมายให้ทีมทนายความช่วยเหลือโดยลูกชายนำคดีมาฟ้องเอง แล้วศาลได้มีคำสั่งชี้มูลรับฟ้องดำเนินคดีกับตำรวจ 4 คนดังกล่าวตนกับลูกชายรู้สึกมีความหวังในกระบวนการยุติธรรมบ้างแล้ว แม้จะเป็นก้าวแรกคือศาลรับฟ้องก็ตามซึ่งตนกับลูกชายก็จะต่อสู้คดีนี้ให้ถึงที่สุดเพื่อไม่ให้คนผิดโดยเฉพาะผู้ที่เป็นเจ้าหน้าที่ซึ่งรู้และใช้กฎหมายเองเป็นผู้กระทำผิดต้องลอยนวล  ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 3 คน ตนกับลูกชายจะยังคาใจในการปฏิบัติหน้าที่ว่าได้กระทำผิดกฎหมาย แม้ว่าจะไม่ร้ายแรงเท่ากับอีก 4 คนที่ซ้อมทรมานลูกก็ตาม แต่ก็ไม่อยากให้เป็นบรรทัดฐานในการกระทำที่ขัดต่อหลักความเป็นธรรมกับประชาชนเช่นกรณีลูกชาย จึงจะได้พิจารณาและตัดสินใจอีกทีว่าจะอุทธรณ์คำสั่งศาลที่ยกฟ้องหรือไม่

ติดตามเรื่องราวที่ผ่านมาได้ที่ https://voicefromthais.wordpress.com/2016/12/14/ศาลจังหวัดปราจีนบุรีนั-2/

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่       

นายปรีดา นาคผิว          ทนายความ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม โทร 098-6222474

นายสัญญา เอียดจงดี      ทนายความ                             โทร 087-5894884

นางสาวนันทนา แก้วนวล ทนายความ                             โทร 086-3917049

Advertisements