ศาลจังหวัดปัตตานีเลื่อนนัดสืบพยานโจทก์จำเลย คดีชาวบ้านผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 คน ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกองทัพบกและสำนักนายกรัฐมนตรี จากเหตุการณ์ทหารพรานยิงปืนใส่รถชาวบ้านที่กำลังจะไปละหมาดศพ เมื่อปี2555 กรณีปุโละปุโย

 

img_6324-1

เผยแพร่วันที่ 14 ธันวาคม 2559

 ใบแจ้งข่าว

ศาลจังหวัดปัตตานีเลื่อนนัดสืบพยานโจทก์จำเลย
คดีชาวบ้านผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 คน ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกองทัพบกและสำนักนายกรัฐมนตรี

จากเหตุการณ์ทหารพรานยิงปืนใส่รถชาวบ้านที่กำลังจะไปละหมาดศพ เมื่อปี2555

หรือกรณีปุโละปุโย จ.ปัตตานี

****************************

 

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2559 ผู้พิพากษาศาลจังหวัดปัตตานีออกนั่งพิจารณา นัดสืบพยานโจทก์ทั้งห้าและพยานจำเลยทั้งสอง คดีชาวบ้านผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 คน ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกองทัพบกและสำนักนายกรัฐมนตรีจากเหตุการณ์ทหารพรานยิงปืนใส่รถชาวบ้านที่กำลังจะไปละหมาดศพ เมื่อปี 2555

โดยในวันดังกล่าวทนายโจทก์ทั้งห้า แถลงต่อศาลว่า พยานโจทก์ซึ่งเป็นแพทย์ผู้รักษาอาการทางจิตใจแก่โจทก์ทั้งห้าไม่สามารถมาศาลเพื่อเบิกความเป็นพยานได้เนื่องด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ โดยมีหนังสือชี้แจงจากแพทย์ผู้รักษาอาการทางจิตใจแก่โจทก์ทั้งห้า หนังสือชี้แจงฉบับดังกล่าว มีเนื้อหาใจความว่าแพทย์ผู้รักษาอาการทางจิตใจโจทก์ทั้งห้า ไม่สามารถมาเบิกความตามวันนัดต่อศาลได้เนื่องจากมีอาการทางสุขภาพ นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงนายยา ดือราแม ซึ่งเป็นโจทก์ที่ 1 ในคดีนี้ ว่า นายยา ดือราแม เข้ารับการรักษาสุขภาพจิตกับตน โดยนายยา มีอาการหวาดกลัวเจ้าหน้าที่ทหารมาตลอดเวลา พร้อมทั้งยังคงนึกถึงเหตุการณ์ทหารพรานยิงปืนใส่รถชาวบ้านที่กำลังจะไปละหมาดศพ เมื่อปี 2555 ซึ่งในวันเกิดเหตุนายยาฯเป็นผู้ขับรถ จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้นายยา มีอาการนอนไม่หลับ เบื่อหน่าย ใจสั่น กลัวทหารและกลัวเสียงปืนเมื่อพบหรือได้ยินเสียงซึ่งคล้ายเสียงปืน จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้นายยาฯมีความทุกข์ในการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก ซึ่งได้ให้การวินิจฉัยว่านายยา เป็นภาวะประเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรงหลังเผชิญอันตราย

แต่อย่างไรก็ตามทนายโจทก์ทั้งห้าประสงค์จะสืบพยาน ปากแพทย์ผู้รักษาอาการทางจิตใจจึงขอให้ศาลเลื่อนนัดสืบพยานออกไปอีกสักหนึ่งนัดทนายจำเลยแถลงไม่คัดค้านประการใดพร้อมแถลงเพิ่มเติมว่าทนายจำเลยทั้งสองประสงค์จะนำพยานเข้าสืบพยานจำเลยทั้งสองประมาณ 6 ปาก ซึ่งใช้เวลาสืบพยานหนึ่งนัด

ผู้พิพากษาพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุสมควรจึงได้เลื่อนนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยออกไปอีก โดยนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 7 มีนาคม 2560 เริ่มเวลา 9.00น. และนัดสืบพยานจำเลยวันที่ 8 มีนาคม 2560 เริ่มเวลา 9.00น. พร้อมทั้งกำชับคู่ความทั้งสองให้เตรียมพยานมาให้พร้อมสืบตามวันนัดดังกล่าว

สามารถติดตามข้อมูลหรือเรื่องราวของคดีนี้ได้ที่facebookpage:CrossCulturalFoundation(CrCF)หรือhttps://voicefromthais.wordpress.com/?s=ปุโละปุโย

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ

นายสากีมัน เบญจเดชา   ทนายความ มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมจังหวัดปัตตานี  โทร.086-0374318

นายปรีดา นาคผิว          ทนายความ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม   โทร 089-6222474

Advertisements

วันที่ 15 ธค. 59 ศาลจังหวัดปราจีนบุรีนัดฟังคำสั่งชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร ฟ้องตำรวจปราจีนบุรี 7นาย ฐานทำร้ายร่างกาย

no torture 2

เผยแพร่วันที่ 14 ธันวาคม 2559

ใบแจ้งข่าว

ศาลจังหวัดปราจีนบุรีนัดฟังคำสั่งชั้นไต่สวนมูลฟ้อง

คดีนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร ฟ้องตำรวจปราจีนบุรี 7นาย ฐานทำร้ายร่างกาย

                                                                      

ในวันที่ 15 ธันวาคม 2559 เวลา 09.00 นาฬิกา ศาลจังหวัดปราจีนบุรีนัดฟังคำสั่งชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.925/2558 คดีระหว่าง นายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร โจทก์  ดาบตำรวจตรีฉลาด ทองละมุล  ที่ 1  กับพวกรวม 7 คน จำเลย  ซึ่งจำเลยทั้งเจ็ดได้แก่ เจ้าพนักงานตำรวจ สภ.เมืองปราจีนบุรี 2 นาย และเจ้าพนักงานตำรวจกองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี 5 นาย โดยโจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งเจ็ดซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจควบคุมตัวโจทก์โดยมิชอบด้วยกฎหมายและนำตัวโจทก์ไปทำร้ายร่างกายเพื่อบังคับให้รับสารภาพในคดีซึ่งโจทก์ไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด คดีนี้สืบเนื่องมาจากนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร ได้กล่าวหาว่าเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2552
ซึ่งในขณะนั้นตนมีอายุเพียง 18 ปี และยังเป็นนักเรียนอยู่ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปราจีนบุรีจับกุม ในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ และในระหว่างที่ถูกควบคุมตัว ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนซ้อมทรมาน เพื่อบังคับให้รับสารภาพในคดีซึ่งตนไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิดจนได้รับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส ทั้งทางร่างกายและจิตใจ แม้ต่อมานายฤทธิรงค์จะได้รับการปล่อยตัวและพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องคดี เนื่องจากได้มีการจับกุมและดำเนินคดีคนร้ายตัวจริงได้ก็ตาม แต่นายฤทธิรงค์ ก็ไม่อยู่ในภาวะที่จะดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข การทรมานโดยเจ้าหน้าที่ระหว่างที่ถูกควบคุมตัว มีร่างกายที่อ่อนแอแล้ว ยังมีอาการหวาดผวา จนเป็นเหตุให้ต้องยุติการเรียนกลางคันไปในที่สุด

ตลอดระยะเวลาหลายปี หลังเกิดเหตุการดังกล่าวข้างต้น นายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร และนายสมศักดิ์ ชื่นจิตร (บิดา) ได้ร้องขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานรัฐและองค์กรอิสระจำนวนมาก ในการเรียกร้องเพื่อให้มีการตรวจสอบและดำเนินคดีเอาผิดเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จับกุมและทำร้ายร่างกายด้วยการทรมานนายฤทธิรงค์แต่ไม่เป็นผลนายฤทธิรงค์ฯจึงจำเป็นต้องขอความเป็นธรรมจากศาลด้วยการฟ้องร้องดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ผู้กระทำผิดเอง

คดีดังกล่าวโจทก์ยื่นคำฟ้องต่อศาลเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน2558 ศาลได้สืบพยานชั้นไต่สวนเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 และนัดฟังคำสั่งในวันที่15 ธันวาคม 2559 เวลา 09.00 นาฬิกา ซึ่งหากศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าคดีมีมูล ศาลก็จะประทับรับฟ้องคดีนี้เพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาคดีต่อไป

ขอเชิญสื่อมวลชนและผู้ที่สนใจเข้าร่วมรับฟังคำสั่งศาลชั้นไต่สวนมูลฟ้องคดีนี้ ตามวันและเวลาดังกล่าวข้างต้น

ติดตามเรื่องราวที่ผ่านมาได้ที่https://voicefromthais.wordpress.com/2016/11/04/ศาลจังหวัดปราจีนบุรีนั/

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่       

นายปรีดา นาคผิว          ทนายความ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม โทร 098-6222474

นายสัญญา เอียดจงดี      ทนายความ                           โทร 087-5894884