IMG_4269

เผยแพร่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559                          ใบแจ้งข่าว

ทนายความสามนักสิทธิฯ ยื่นหนังสือขอให้พนักงานสอบสวนเรียกเอกสารเป็นพยานหลักฐานในคดีเพิ่มเติม

เพื่อประโยชน์ในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ของผู้ต้องหาคดีหมิ่นประมาท กอรมน.

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2559  ทนายความ นายอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะ มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมประจำจังหวัดปัตตานีทนายความผู้รับมอบอำนาจของ นายสมชาย หอมลออ นางสาวพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ และนางสาวอัญชนา หีมมิหน๊ะ ได้ยื่นหนังสือเรื่อง ขอให้เรียกเอกสารเป็นพยานหลักฐานในคดี โดยระบุเป็นเอกสารจากหน่วยงานราชการและเอกชนจำนวนทั้งสิ้น 23 รายการ เพื่อประโยชน์ในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ของผู้ต้องหา ตามหลักการที่กำหนดไว้ในกฎหมายระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีพันธกรณีต้องปฏิบัติ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่พนักงานสอบสวนซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะอำนวยความยุติธรรมให้กับทุกฝ่ายในคดี ต้องรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดเท่าที่จะทำได้เพื่อพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา โดยในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 มีกำหนดเวลาเข้าพบพนักงานสอบสวนและยื่นคำให้การเพิ่มเติมเวลา11.00 น.

สืบเนื่องจากที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองปัตตานี ได้กำหนดให้ผู้ต้องหามาพบภายในเดือนพฤศจิกายน 2559 โดยทั้งนักสิทธิมนุษยชนทั้งสามคนได้รับทราบข้อกล่าวหาคดีที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โดย พันโทเศรษฐสิทธิ์ แก้วคูณเมือง ร้องทุกข์ ให้ดำเนินคดีกับ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ในข้อหาความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

เนื่องจากเหตุแห่งคดีนี้เกี่ยวข้องกับ “รายงานสถานการณ์การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรี ในจังหวัดชายแดนใต้ ปี 2557 – 2558”  ซึ่งได้จัดทำขึ้นโดยวัตถุประสงค์เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลและให้ความช่วยเหลือเหยื่อจากการทรมาน หรือการปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดเสียหายทั้งทางกายและจิตใจ  ฟื้นฟูและสนับสนุนให้ผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำดังกล่าวสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายเพื่อให้บุคคลเหล่านั้นสามารถเข้าถึงความยุติธรรมและการเยียวยาจากรัฐ และเพื่อเสนอแนะต่อเจ้าหน้าที่และหน่วยงานของรัฐให้ดำเนินการทั้งทางนโยบาย กฎหมาย และการปฏิบัติเพื่อป้องกันและขจัดการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการใช้บังคับกฎหมายพิเศษ ได้แก่ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก และ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน  สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้บางรายกล้าที่จะดำเนินคดีเพื่อให้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานของรัฐรับผิดชอบ แต่ยังมีประชาชนอีกจำนวนไม่น้อยที่ถูกทรมานฯแต่ไม่กล้าร้องเรียนหรือดำเนินคดี  ปัญหาการทรมานฯเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ต้องหาซึ่งเป็นนักสิทธิมนุษยชนต้องทำงานขับเคลื่อนให้เกิดการตรวจสอบ ให้หน่วยงานรัฐปกป้อง คุ้มครองประชาชน รวมทั้งผลักดันเชิงนโยบายต่อภาครัฐ หากไม่ได้รับการแก้ไขเยียวยา ก็ยากที่จะสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนใต้ได้

ดังนั้นทนายความของผู้ต้องหาทั้งสามจึงขอให้พนักงานสอบสวนได้อำนวยความยุติธรรมแก่ผู้ต้องหาทั้งสาม โดยมีหนังสือเรียกพยานเอกสารต่าง ๆ ที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาเป็นพยานหลักฐานในคดี เพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจของท่านและพนักงานอัยการในการสั่งคดีให้เป็นไปโดยรอบคอบรอบและเป็นธรรมทั้งสิ้น 23 รายการ  โดยเป็นเอกสารที่อยู่ในการครอบครองของศาลยุติธรรม ศาลปกครอง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  กระทรวงยุติธรรม  สำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ เป็นต้น

ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติม นายอับดุลกอฮาร์  อาแวปูเตะ ทนายความ  โทร 081-8987408

Advertisements