no torture 2

ข้อมูลเพิ่มเติม (as of  Nov 2016) คดีนี้พนักงานอัยการไม่สามารถทำความเห็นได้ทันภายในกำหนดฝากขัง 84 วัน โดยผู้ต้องหาที่หนึ่งซึ่งถูกจับและประกันตัวในชั้นศาลนั้น ศาลได้สั่งให้คืนหลักประกันไป ส่วนผู้ต้องหาที่ ๒ และ ๓ ซึ่งได้รับกรประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนนั้น เนื่องจากยังคงอยู่ในระยะเวลาที่พนักงานสอบสวนต้องสอบสวนเพิ่มเติมตามคำสั่งพนักงานอัยการ พนักงานสอบสวนจึงยังไม่ให้ถอนหลักประกันโดยหากพนักงานอัยการทำสำนวนเรียบร้อยและมีความเห็นสั้งฟ้อง พนักงานอัยการจะนัดผู้ต้องหาทั้งสามมาพบพนักงานอัยการเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลต่อไป

เผยแพร่วันที่ 25 ตุลาคม 2559

ใบแจ้งข่าว

เยาวชนผู้ต้องหาคดีปล้นทรัพย์ชาวต่างชาติ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ เข้าพบอัยการจังหวัดหัวหินและอัยการเจ้าของสำนวนเพื่อนำผู้ต้องหาเข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมและชี้แจงเกี่ยวกับคดี

 

สืบเนื่องจากเมื่อเดือนกันยายน 2559 มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ได้รับหนังสือร้องเรียนจากผู้ต้องหาสามราย  กรณีถูกจับกุมตัวดำเนินคดีปล้นทรัพย์  โดยระบุว่าตนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายคนทำร้ายร่างกายระหว่างการสืบสวนสอบสวนและบังคับให้สารภาพ  โดยหนึ่งในผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าอก สีข้าง เป็นระยะเวลาหนึ่งเดือน โดยผู้ต้องหาทั้งสามคนยืนยันว่า ตนเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่ได้กระทำความผิดตามที่พนักงานสอบสวนกล่าวหาแต่อย่างใด  สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2559 ช่วงเวลาประมาณ 03.00 นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 2 คน ถูกกลุ่มคนร่วมกันทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บและปล้นทรัพย์ไป โดยผู้เสียหายทั้งสองคน ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ไว้ที่สถานีตำรวจภูธรสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจภูธรสามร้อยยอด  กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  และกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธร ภาค 7 ได้ร่วมจับกุมผู้ต้องสงสัย คือนายณัฐวัตร ธนัฏฐิกาญจนา อายุ 19 ปี ต่อมาเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดังกล่าวข้างต้นได้จับกุมและควบคุมตัว นายอดิศักดิ์ สีละมุด อายุ21 ปี และนายศรัณญู หรือแมน  สายน้ำเขียว อายุ 20 ปี ตามลำดับ โดยนายณัฐวัตร หรือเจมส์ ธนัฏฐิกาญจนา และนายอดิศักดิ์ หรือเจมส์ สีละมุด กล่าวว่าระหว่างที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมและควบคุมตัว ทำร้ายร่างกายเพื่อให้สารภาพว่าตนกับพวกเป็นผู้ก่อเหตุปล้นทรัพย์เมื่อวันที่ 26กรกฎาคม 2559 โดยวันที่ 19  ตุลาคม  2559 พนักงานสรุปสำนวนและมีความเห็นสั่งฟ้อง ผู้ต้องหาที่ 1 ข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ผู้อื่นโดยใช้ยานพาหนะในการนำพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 วรรคสอง มาตรา 340 ตรี ประกอบมาตรา 83 ส่วนผู้ต้องหาที่ 2 และ 3 มีความเห็นไม่สั่งฟ้อง และได้ส่งสำนวนมายังอัยการจังหวัดหัวหินและอัยการเจ้าของสำนวนแล้ว

ทั้งนี้ในวันที่ 26 ตุลาคม 2559 เวลา 14.00 น. ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรมพร้อมผู้ต้องหา จะขอเข้าพบอัยการจังหวัดหัวหินและอัยการเจ้าของสำนวน  เพื่อยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมพร้อมพยานหลักฐานและชี้แจงเกี่ยวกับคดี เพื่อประกอบดุลพินิจในการกลั่นกรองและสั่งคดีของอัยการ

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม โทร 02-1015481

Advertisements