วันที่ 19 ตุลาคม 2559 14.00 น.ศาลปกครองสงขลากำหนดนัดอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ในคดีนายรายู ดอคอ เยาวชนซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ซ้อมทรมาน เมื่อปี 2552

IMG_0045-0

เผยแพร่วันที่ 17 ตุลาคม 2559

ใบแจ้งข่าว

ศาลปกครองสงขลากำหนดนัดอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด

ในคดีนายรายู  ดอคอ  เยาวชนซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ซ้อมทรมาน เมื่อปี 2552

 

ในวันที่ 19 ตุลาคม 2559 เวลา 14.00 นาฬิกา  ณ ห้องพิจารณาคดีที่ 1 ศาลปกครองสงขลากำหนดนัดอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขดำที่ 94/2553 และคดีหมายเลขแดงที่  48/2555  ระหว่างนายรายู ดอคอ ผู้ฟ้องคดี กับกระทรวงกลาโหม กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ถึง ที่ 4 ตามลำดับ เรื่องคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย

ในคดีนี้ศาลปกครองสงขลาได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2555 โดยพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องที่ 4 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการละเมิดให้แก่ผู้ฟ้อง เป็นเงิน 246,621.56 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินจำนวน 210,800 บาทนับแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2553 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น โดยให้ชำระภายใน 60 วันนับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด คำขอนอกจากนี้ให้ยกและยกฟ้องผู้ถูกฟ้องที่  1 2 และ3   ผู้ฟ้องคดีจึงใช้สิทธิได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2555

ต่อมาเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2558 ศาลปกครองสูงสุดออกนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก โดยตั้งประเด็นการวินิจฉัยคดีเป็นสองประเด็น คือผู้ถูกฟ้องทั้งสี่ ควรชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดีหรือไม่  และในประเด็นที่ผู้ถูกฟ้องที่ 4 อุทธรณ์ต่อศาลว่าค่าสินไหมทดแทนที่ผู้ฟ้องเรียกเป็นเงินสูงเกินไปหรือไม่

โดยนายรายู ดอคอ ผู้ฟ้องคดี ได้แถลงวาจา ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ นำกำลังเข้าปิดล้อม ตรวจค้น และควบคุมตัวจากบ้านพักอาศัยของตน ขณะที่ตน มารดา และน้องๆ นอนหลับพักผ่อนอยู่ นำตนไปรวมกับคนในครอบครัวอิหม่ามยะผา กาเซ็ง ผู้นำศาสนาในชุมชน แล้วนำไปแถลงข่าว ที่สถานีตำรวจ จากนั้นนำไปคุมขังในรถยนต์บรรทุกผู้ต้องหาของหน่วยงานตำรวจซึ่งจอดอยู่ในค่ายทหารฐานปฏิบัติการทหารพรานหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสที่ 39 ที่ตั้งอยู่ในวัดสวนธรรม ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ตนถูกเจ้าหน้าที่ทหารทรมานทำร้ายร่างกายจริงด้วยการกระทำที่โหดร้าย ทารุณ ทั้งตบ ต่อย เตะ มัดขาทั้งสองข้างแขวนห้อยหัว ติดต่อกันเป็นระยะเวลาหลายชั่วโมง ใช้เข็มแทงบริเวณใต้ตา เล็บ อวัยวะเพศ สับพริกสดทาหน้าอก นำเบียร์มาสาดรดหน้าอกและใบหน้า ทำให้เกิดความบาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจ คดีนี้ถือเป็นอีกคดีหนึ่งที่เป็นผู้เสียหายจากการทรมาน ออกมาเรียกร้องใช้สิทธิทางศาลตามกระบวนการยุติธรรม  เพื่อเป็นช่องทางในการแสวงหาความเป็นธรรมให้แก่ตนและครอบครัว

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอเชิญชวนสื่อมวลชนและผู้สนใจเข้ารับฟังการอ่านคำพิพากษาในคดีนี้ได้ที่ ศาลปกครองสงขลา ณ ห้องพิจารณาคดีที่ 1 ในวันที่ 19 ตุลาคม 2559 เวลา 14.00  นาฬิกา

และติดตามความคืบหน้าคดีได้ที่ facebook page: Cross Cultural Foundation (CrCF)

https://voicefromthais.wordpress.com/

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  นายปรีดา  นาคผิว  ทนายความ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม โทร 089-6222474

Advertisements