crcf & mac

เผยแพร่วันที่ 12 ตุลาคม 2559

ใบแจ้งข่าว

ตัวแทนคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและเจ้าหน้าที่หน่วยซักถาม ค่ายอิงคยุทธบริหาร

ให้การต่อศาลปัตตานีคดีไต่สวนการตายนายอับดุลลายิบ  ดอเลาะ

****************************

 

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2559  เวลา 09.00 -16.00 นาฬิกา ณ ห้องพิจารณาคดีที่ 2 ชั้นสอง ศาลจังหวัดปัตตานีกำหนดเป็นวันนัดไต่สวนการตายคดีหมายเลขดำที่ ช.6/2559  ระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี ผู้ร้อง นายอับดุลลายิบ ดอเลาะ ผู้ตาย  และนางสาวกูรอสเมาะ ตูแวบือซา ผู้ร้องซักถาม ซึ่งเป็นภรรยาของผู้ตาย

ในช่วงเช้า ศาลได้ไต่สวนพยาน ปากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการเสียชีวิตของนายอับดุลลายิบ คือ นายสัณฐาน  รัตนะ ได้เบิกความต่อศาล สรุปได้ความว่า ตนเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดปัตตานี ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการของคณะกรรมการฯ ตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี  โดยคณะกรรมการฯ ได้ทำการสอบสวนพยานบุคคลหลายปาก ทั้งเจ้าหน้าที่ศูนย์ซักถาม เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์ชันสูตรพลิกศพ และผู้ถูกควบคุมตัวที่อยู่ห้องข้างเคียงกับห้องที่นายอับดุลลายิบถูกกควบคุม   ผู้ถูกควบคุมตัวห้องข้างเคียงให้ถ้อยคำว่าก่อนเข้านอนในคืนวันที่ 3 ธันวาคม 2558 เห็นผู้ตายปกติ และช่วงตอนใกล้รุ่งของวันที่ 4 ธันวาคม 2558 ตื่นทำละหมาด ก็ได้ยินเสียงก็อก ๆ แก็ก ๆ จากห้องผู้ตาย คาดว่าผู้ตายน่าจะทำการละหมาดเช่นเดียวกัน ไม่มีอะไรผิดปกติ จนกระทั่งเวลาประมาณ 06.00 น. มีเจ้าหน้าที่มาสอบถามจึงได้ทราบว่า นายอับดุลลายิบเสียชีวิต รายงานการสอบสวนของคณะกรรมการฯ สรุปว่า ไม่ทราบสาเหตุการตาย และเชื่อว่าการเสียชีวิตของนายอับดุลลายิบ ไมได้เกิดจากกระทำของบุคคลอื่นแต่อย่างใด

ในช่วงบ่าย ศาลได้ไต่สวนเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยซักถาม จำนวน 3 นาย ซึ่งเป็นผู้ทำการซักถามนายอับดุลลายิบขณะถูกควบคุมอยู่ที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร ได้แก่ ร้อยโทธีรวัฒน์ แก้วบุญ  สิบเอกสรศักดิ์  สนั่นทุ่ง  และจ่าสิบเอกสงคราม  นวลศรี  โดยพยานทั้งสามได้เบิกความต่อศาลทำนองเดียวกันว่า มีเจ้าหน้าที่ซักถามจำนวน 3 ชุด  ซึ่งพยานทั้งสามปากดังกล่าว เป็นผู้ซักถามคนละชุดกัน ร้อยโทธีรวัฒน์เป็นผู้ซักถามชุดแรกรับผิดชอบช่วง 14 วันคือตั้งแต่วันแรกที่ควบคุมนายอับดุลลายิบตามกฎอัยการศึก 7 วันและตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 7วัน  สิบเอกสรศักดิ์เป็นผู้ซักถามชุดที่  2  ในช่วงวันที่ 24 – 30 พฤศจิกายน 2558 และจ่าสิบเอกสงครามเป็นชุดที่ 3 ช่วงเจ็ดวันสุดท้ายที่ขยายการควบคุมตัวตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

เจ้าหน้าที่ซักถามทั้งสามปากเบิกความต่อศาล สรุปได้ความว่า นายอับดุลลายิบถูกส่งตัวมาควบคุมที่หน่วยซักถามในวันที่ 11พฤศจิกายน 2558 ได้ตรวจร่างกายโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร นายอับดุลลายิบ สุขภาพแข็งแรงดี  ได้เริ่มทำการเบิกตัวนายอับดุลลายิบไปซักถามในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2558 ต่อเนื่องไปทุกวัน เมื่อครบช่วงเวลาซักถามของแต่ละชุด ผู้ซักถามจึงจะทำบันทึกสรุปผลการซักถามทั้งหมดในส่วนของตนเป็นเอกสารให้นายอับดุลลายิบลงลายมือชื่อ ซึ่งเป็นการรับสารภาพว่านายอับดุลลายิบมีส่วนในการเป็นผู้ร่วมก่อการร้ายที่ไหนเมื่อไหร่อย่างไรกับใครบ้าง  พยานทั้งสามปากระบุว่านายอับดุลลายิบให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี พยานคนหนึ่งเบิกความว่านายอับดุลลายิบเป็นคนพูดน้อย การซักถามใช้เวลานานกว่าจะได้คำตอบเพราะนายอับดุลลายิบใช้เวลาคิดนาน บางวันจำเป็นต้องซักถามในเวลากลางคืนโดยพยานอ้างว่าช่วงเวลากลางคืนเงียบสงบเหมาะแก่การซักถาม

เจ้าหน้าที่ทหารทั้งสามปากเบิกความตรงกันว่า ห้องซักถามเป็นห้องที่จัดไว้เฉพาะที่อาคารหนึ่งในค่ายอิงคยุทธบริหาร อยู่ห่างจากส่วนที่เป็นห้องควบคุมประมาณ 500 เมตร  เมื่อเจ้าหน้าที่ซักถามขอรเบิกตัวนายอับดุลลายิบไปซักถาม จะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยซึ่งดูแลในส่วนห้องควบคุมนำตัวนายอับดุลลายิบไปส่งยังอาคารซักถาม ห้องซักถามอยู่บริเวณชั้นสองของอาคารซักถาม มีทั้งหมด 7 ห้อง แต่ละห้อง ผนังบุด้วยวัสดุหนาในลักษณะเก็บเสียงได้  ติดเครื่องปรับอากาศ บานประตูทำด้วยไม้อัดติดลูกบิดสำหรับปิดเปิดประตู ไม่มีหน้าต่าง  ซึ่งห้องซักถามดังกล่าวมีความแตกต่างจากห้องควบคุมตัว(ห้องพักผู้ถูกควบคุม) โดยห้องควบคุมตัวไม่มีการบุผนัง มีหน้าต่างซึ่งติดลูกกรงเหล็กดัด  ไม่มีเครื่องปรับอากาศ  ประตูทำด้วยเหล็กหนาไม่มีลูกบิดไม่สามารถปิดประตูจากภายในห้องได้ แต่มีห่วงเหล็กสำหรับอุปกรณ์คล้องปิดล็อกประตูจากภายนอก

จ่าสิบเอกสงครามระบุว่าได้เบิกตัวนายอับดุลลายิบไปซักถามในช่วงวันที่ 1-3 ธันวาคม 2558 เป็นช่วงท้ายของการซักถาม เนื่องจากเห็นว่าได้ข้อมูลคำรับสารภาพของนายอับดุลลายิบครบถ้วนแล้ว ในช่วงการซักถามของตนเป็นการปรับทัศนะคติก่อนจะปล่อยตัวกลับบ้าน  ได้ทำการสรุปผลการซักถามทั้งหมด แล้วนำไปให้นายอับดุลลายิบลงลายมือชื่อในช่วงค่ำของวันที่ 3 ธันวาคม 2558 ก่อน และกำหนดจะปล่อยตัวกลับบ้านในวันต่อมา เนื่องจากต้องทำการตรวจร่างกายนายอับดุลลายิบก่อนออกจากหน่วยซักถาม แต่ในเช้าวันที่ 4ธันวาคม 2558 กลับพบว่านายอับดุลลายิบเสียชีวิตแล้ว

ศาลนัดไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องซักถามครั้งต่อไปในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 เวลา 13.00-16.00 นาฬิกา ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายของการไต่สวนพยานคดีนี้

ขอเชิญสื่อมวลชนและผู้สนใจเข้ารับฟังการพิจารณาคดีของศาลตามวันและเวลาดังกล่าวข้างต้นติดตามคดีได้ที่
facebook page: Cross Cultural Foundation (CrCF)และ https://voicefromthais.wordpress.com/

 

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ

นายสากีมัน เบญจเดชา ทนายความ มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมจังหวัดปัตตานี   โทร 086-0374318

นายปรีดา นาคผิว   ทนายความ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม   โทร 089-6222474

Advertisements