Uncategorized

นายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร ยืนยันถูกทำร้ายจริงเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีอาญาตำรวจ สภ.เมืองปราจีนบุรี 7 คน

no torture 2

เผยแพร่วันที่ 13 กันยายน 2559

ใบแจ้งข่าว

      นายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร ยืนยันถูกทำร้ายจริงเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีอาญา

    ตำรวจ สภ.เมืองปราจีนบุรี 7 คน

 

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2559 เวลา 13.30 น. ศาลจังหวัดปราจีนบุรี ได้ไต่สวนมูลฟ้องนัดที่ห้า คดีอาญาหมายเลขดำที่ 925/2558  คดีที่นายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร เป็นโจทก์ยื่นฟ้องตำรวจ 7 คน ได้แก่เจ้าพนักงานตำรวจ สภ.เมืองปราจีนบุรี 2 คน และเจ้าพนักงานตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี 2 คน เป็นจำเลย ฐานร่วมกันกระทำความผิด ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ความผิดต่อร่างกาย และความผิดต่อเสรีภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 200, 295, 305, 310, 391 ประกอบมาตรา   83, 91 สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่นายฤทธิรงค์ระบุว่าเจ้าพนักงานตำรวจควบคุมไปทำร้ายร่างกายบังคับให้รับสารภาพ

ในการไต่สวนมูลฟ้องนัดนี้ พนักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรีซึ่งเป็นทนายความจำเลยทั้งเจ็ดได้ถามค้านนายฤทธิรงค์ โจทก์ ต่อเนื่องจากนัดที่ผ่านมา(27 มิถุนายน 2559) โดยนายฤทธิรงค์ตอบคำถามค้านทนายความจำเลย ยังคงยืนยันเช่นเดิมว่าบาดแผลที่ตนได้รับเกิดจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2552 ตนถูกเจ้าพนักงานตำรวจควบคุมตัวไปที่ สภ.เมืองปราจีนบุรีและถูกนำไปร่วมกันทำร้ายร่างกาย ใช้ถุงพลาสติกครอบศีรษะแล้วรวบปากถุงให้ขาดอากาศหายใจ บังคับให้รับสารภาพ  บาดแผลตามภาพที่แสดงต่อศาลเกิดขึ้นจากการถูกทำร้ายจริงและไม่ใช่บาดแผลที่ตนได้สร้างขึ้นภายหลังเพื่อปรักปรำเจ้าพนักงานตำรวจ โดยบริเวณบาดแผลนั้นได้รับความเจ็บปวด กดเจ็บบริเวณคอและบริเวณข้อมือ แต่บริเวณดังกล่าวไม่มีร่องรอยของบาดแผล และปรากฎบาดแผลถลอกบริเวณร่างกายของตน ตามใบรับรองแพทย์ของโรงพยาบาลบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี  นอกจากนั้นนายฤทธิรงค์ยอมรับว่าในวันเกิดเหตุหลังจากถูกทำร้ายร่างกายดังกล่าวแล้วถูกนำตัวกลับมายัง สภ.เมืองปราจีนบุรี ตนไม่ได้แจ้งให้ใครทราบว่าตนถูกทำร้ายร่างกายบังคับให้รับสารภาพ  สาเหตุที่ตนไม่ยอมแจ้งให้ใครทราบหรือแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าพนักงานตำรวจที่ทำร้ายตนตั้งแต่วันเกิดเหตุนั้น เนื่องจากตนหวาดกลัวมาก ทั้งขณะถูกทำร้ายร่างกายเพื่อบังคับให้รับสารภาพว่าตนเป็นผู้วิ่งราวทรัพย์ของนางเพ็ญศิริ ผู้เสียหายในคดีวิ่งราวทรัพย์ทั้งๆที่ตนไม่ได้เป็นผู้กระทำนั้น ตนได้ถูกเจ้าพนักงานตำรวจที่ทำร้ายข่มขู่ว่าจะฆ่าหากตนได้นำเรื่องที่ถูกทำร้ายไปแจ้งให้คนอื่นทราบ  วันต่อมาตนกับบิดาได้เดินทางเพื่อเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองปราจีนบุรีเพื่อดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำร้ายตนแล้ว แต่เจ้าพนักงานตำรวจไม่รับแจ้งความร้องทุกข์  ตนจึงได้ไปแจ้งความเป็นหลักฐานไว้ที่ สภ.บ้านสร้าง และเจ้าพนักงานตำรวจ สภ.บ้านสร้าง ได้บอกว่าไม่สามารถรับแจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้ดำเนินคดีอาญากับเจ้าพนักงานตำรวจดังกล่าวได้ เพราะไม่ใช่ท้องที่เกิดเหตุ และยังแนะนำว่าให้ไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี ท้องที่เกิดเหตุ จึงจะดำเนินคดีได้  หลายวันต่อมาตนจึงสามารถแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองปราจีนบุรีได้โดยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจต่างคนกันกับที่ไปครั้งแรก

นายฤทธิรงค์ขณะเกิดเหตุเรียนมัธยมปลายถูกจับกุมและถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจ ถูกถุงพลาสติกคลุมศีรษะให้ขาดอากาศหายใจหลายครั้ง ถูกขู่ฆ่า  ถูกทำร้ายซ้ำๆ จนทนไม่ไหวจนสารภาพตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหา  ปัจจุบันผู้ก่อเหตุการณ์วิ่งราวทรัพย์ได้ถูกจับกุมและดำเนินคดีแล้ว อัยการสั่งไม่ฟ้องนายฤทธิรงค์ แต่พบว่าได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจ นอนไม่หลับ กลัวการออกจากบ้านคนเดียว ไม่ไว้ใจใคร  พยายามเรียกร้องขอความเป็นธรรมหลายหน่วยงาน ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบถึงครอบครัว จึงได้นำคดีมาฟ้องต่อศาลให้ดำเนินคดีเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม

การถามค้านนายฤทธิรงค์ของทนายความจำเลยทั้งเจ็ดเสร็จสิ้นแล้ว นัดต่อไปทนายความโจทก์จึงจะได้ถามติง โดยศาลได้กำหนดนัดไต่สวนมูลฟ้องครั้งต่อไปในวันที่ 26 กันยายน 2559 เวลา 13.30 น. ถึง 16.00 น.

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

นายปรีดา นาคผิว 098-6222474 ทนายความ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

นายสัญญา เอียดจงดี  ทนายความ   โทร 087-5894884

 

 

 

Advertisements