IMG_0045-1

มูลนิธิผสานวัฒนธรรรม

เผยแพร่วันที่ 24 สิงหาคม2559

แถลงการณ์

แสดงความเสียใจต่อต่อการเสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์ระเบิดที่ปัตตานี

ขอเสนอแนะให้ทุกฝ่ายอดทนอดกั้น ยึดมั่นแนวทางสันติ

 

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2559 เวลาประมาณ 23.00 น. มีเหตุระเบิดเกิดขึ้นติดต่อกันอย่างน้อย 3 จุด  ครั้งที่หนึ่ง เกิดขึ้นบริเวณห้องน้ำข้างลานจอดรถของเซาท์เทริน์ผับ ในบริเวณโรงแรมเซาท์เทิร์นวิว  ครั้งที่สอง เป็นการระเบิดโดยคาร์บอมบ์เกิดขึ้นบริเวณหน้าร้านนวดแผนโบราณหน้าโรงแรมแห่งเดียวกัน เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตเป็นผู้หญิงจำนวน 1 ราย ได้รับบาดเจ็บจำนวนสูงถึง 40 รายและส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง มีเด็กได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 คนอายุ 8 และ 9 ปี และเหตุครั้งที่สาม เป็นเหตุเกิดขึ้นที่ต.บ่อทอง อ.หนองจิก ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสียในเหตุการณ์ความรุนแรงและขอประนามผู้ก่อเหตุระเบิดดังกล่าวซึ่งเกิดขึ้นในยามค่ำคืนและมีเป้าประสงค์ในการสร้างความเสียหายในวงกว้างต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินต่อประชาชนในพื้นที่สาธารณะ ร้านค้าต่างๆ ได้รับความเสียหาย เกิดเพลิงไหม้ เสียงระเบิดทำให้เกิดความหวาดกลัวต่อประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุเป็นเวลากลางคืนทำให้ประชาชนตื่นตระหนก การให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนและการรักษาพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพนั้นต้องดำเนินการอย่างยากลำบากโดยเหตุเกิดในอำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี

แม้ว่าจะมีความพยายามของหน่วยฝ่ายความมั่นคงด้วยความร่วมมือของหลายฝ่ายในการป้องกันเหตุการณ์ความรุนแรงตลอดมา  โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการหลังการเกิดระเบิดและวางเพลิง 17 จุดในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบนในวันที่ 11-12 สิงหาคมที่ผ่านมา  โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงได้แถลงต่อสาธารณะในส่วนของการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ที่พุ่งเป้าว่าเป็นการกระทำของกลุ่มบุคคลในจังหวัดชายแดนภาคใต้   ในขณะเดียวกันรัฐบาลก็ได้มีการประกาศต่อสาธารณะผ่านสื่อสารมวลชนเผยแพร่เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม  2559 ว่ารัฐบาลจะจัดให้มีการเจรจาร่วมกับกลุ่มผู้เห็นต่างหลังจากที่เคยมีการเลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนดอีกครั้งในเดือนกันยายน 2559 และต่อมามีการกล่าวปฏิเสธทางสื่อมวลชนโดยหัวหน้าคณะรัฐบาลว่าจะยังไม่กำหนดวันเวลาในการเจรจาสันติภาพ

การติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยอย่างต่อเนื่องหลังกรณีระเบิดและวางเพลิงใน 7 จังหวัดภาคใต้ รวมทั้งการนำปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้งหนึ่ง อาจทำให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบบางกลุ่มใช่เป็นข้ออ้างเพื่อปฏิบัติการส่งสัญญาณต่อรัฐบาลหรือสังคม ว่ากลุ่มก่อความไม่สงบยังมีศักยภาพในการก่อเหตุร้ายแรงได้  แต่การวางระเบิดต่อเป้าหมายพลเรือน มุ่งประสงค์ต่อความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ ไม่ว่าจะโดยข้ออ้างหรือเหตุผลใดๆ เป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ เป็นอาชญากรรมร้ายแรงและควรถูกประนาม ทั้งผู้กระทำจะต้องถูกนำตัวมาดำเนินคดีและรับโทษตามกฎหมาย

ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่จะทำให้เกิดความสูญเสียทั้งร่างกายและทรัพย์สิน แต่ยังส่งผลระยะยาวถึงศักยภาพของประชาชนในการดำรงชีวิต ความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ทั้งจากความพิการ หรือผลกระทบทางด้านจิตใจที่กว่าจะฟื้นคืนได้ต้องใช้เวลายาวนาน ดังที่ปรากฏในรายงานเหตุระเบิดเมืองปัตตานีเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2557  นอกจากนี้ เหตุระเบิดยังเป็นการส่งเสริมให้วงจรของความรุนแรงยังคงอยู่ นอกจากนี้ยังส่งผลลบต่อบรรยากาศการเจรจาสันติภาพซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอเรียกร้องให้กลุ่มติดอาวุธไม่ว่าฝ่ายใดหลีกเลี่ยงการใช้อาวุธประหัตประหารและก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ อาจส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิต ทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ และรัฐจะต้องนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ช่วยเหลือต่อผู้เสียหายทั้งทรัพย์สินและผู้ได้รับบาดเจ็บ  รวมทั้งการฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิดในระยะยาว ความอดทนอดกลั้นของทุกฝ่ายจะช่วยปกป้องคุ้มครองผู้บริสุทธิ์ ระหว่างทางที่หลายฝ่ายกำลังหาทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งนี้ด้วยแนวทางสันติวิธี

วันที่  24 สิงหาคม 2559

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

Advertisements