ศาลจังหวัดปัตตานีไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องซักถาม ภรรยาผู้ตาย เหตุสงสัยการเสียชีวิตของนายอับดุลลายิบ ดอเลาะ สามี ในระหว่างถูกควบคุมตัวที่ค่ายทหาร

crcf & mac

เผยแพร่วันที่ 30 สิงหาคม  2559

ใบแจ้งข่าว

ศาลจังหวัดปัตตานีไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องซักถาม ภรรยาผู้ตาย

เหตุสงสัยการเสียชีวิตของนายอับดุลลายิบ  ดอเลาะ สามี

ในระหว่างถูกควบคุมตัวที่ค่ายทหาร

 

คดีหมายเลขดำที่ ช.6/2559 ศาลจังหวัดปัตตานี   ในคดีระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี ผู้ร้อง นายอับดุลลายิบ ดอเลาะ ผู้ตาย  และนางสาวกูรอสเมาะ ตูแวบือซา ผู้ร้องซักถาม

เมื่อในวันที่ 29 สิงหาคม 2559) เวลา 14.00 นาฬิกา ศาลจังหวัดปัตตานีได้ออกนั่งพิจารณาคดี (ไต่สวน)พยานฝ่ายผู้ร้องซักถาม  ณ ห้องพิจารณาที่ 2 ชั้นสอง คือ นางสาวกูรอสเมาะ ตูแวบือซา ภรรยาผู้ตาย

ซึ่ง นางสาวกูรอสเมาะ เบิกความต่อศาลในข้อสงสัยการเสียชีวิตของสามีว่า จากวันที่สามีถูกควบคุมตัวไปจากบ้าน เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน  2558 เวลา 01.00 น. ตนได้ไปเยี่ยมสามีทุกวัน แม้บ้างวันจะไม่ได้พบปะคุยกัน แต่ก็ยังได้เห็นหน้า จนกระทั่งวันที่ 3 ธันวาคม 2558 ตนได้ไปเยี่ยมสามี หนึ่งวันก่อนเสียชีวิต ซึ่งวันที่ 4 ธันวาคม 2559 เวลา 07.00 น. มีเจ้าหน้าที่ทหารมาที่บ้าน บอกว่าให้ไปรับสามีกลับบ้าน ตนเดินทางไปที่ค่ายเพื่อรับสามีกลับบ้าน เมื่อไปที่ค่ายทหาร ผู้ใหญ่บ้านได้แจ้งว่าสามีตนเสียชีวิตแล้ว  และให้ตนเข้าไปดูศพสามีได้ แต่ต้องดูห่างๆห้ามเข้าไปกอด จับ ตามร่างกาย เพราะต้องทำการชันสูตรพลิกศพ

ตนตั้งข้อสังเกตเหตุสงสัยการตายของสามีที่ผิดปกติ คือ ท่านอนที่ขณะที่เสียชีวิต ในท่าหงายตัวนอน  ตาปิดไม่สนิท มือแข็งตัว คัมภีร์ตกข้างล่างซึ่งปกติสามีจะไม่วางคัมภีร์ที่พื้นจะถือไว้เสมอ ระยะเวลาที่ตายน่าจะไม่เสียชีวิตหลังละหมาดซุบฮี  เพราะสังเกตจากการแข็งตัวของมือและเท้าของสามีที่ผิดปกติและสังเกตเวลาขณะที่แพทย์พลิกตัวสามีขณะชันสูตรฯสามี  ผ้าพรมปูละหมาดที่เรียบดึง  ไม่ยับหากมีการทำละหมาดผ้าต้องยับ การสวมเสื้อสองชั้นเวลานอนหรือละหมาด ปกติสามีจะสวมเสื้อเดียว สามีจะสวมสองชั้นเฉพาะเวลาที่หนาวมากหรือหน้าฝน ขณะชันสูตรตนสังเกตเห็นมีน้ำใสที่อวัยวะเพศสามี เมื่อเสร็จสิ้นการชันสูตรฯ  แพทย์ฯแจ้งว่า ไม่ทราบสาเหตุการตายของสามี  ซึ่งสามีตนมีสุขภาพแข็งแรง มาเคยเจ็บป่วยมาก่อน ตนจึงได้อนุญาตให้นำศพสามีไปชันสูตรศพต่อที่ มอ. แต่ไม่ยินยอมให้ผ่าศพสามี

นัดต่อไป ศาลได้นัดไต่สวนพยานเพิ่มเติม คือ เจ้าหน้าที่ฝ่ายซักถาม ค่ายอิงคยุทธบริหารฯอีก 2 ปาก คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ อีก 2 ปากและพยานฝ่ายผู้ร้องซักถามอีก 2 ปาก  ในวันที่ 11 ตุลาคม 2559 เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.

ขอเชิญสื่อมวลชนหรือผู้สนใจเข้ารับฟังการพิจารณาคดีได้ตามวันเวลาและสถานที่ดังกล่าวข้างต้นและติดตามความคืบหน้าและใบแจ้งข่าวเกี่ยวกับคดี ได้ที่ https://voicefromthais.wordpress.com

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ

นายสากีมัน เบญจเดชา ทนายความ มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมจังหวัดปัตตานี     โทร.  086-0374318

นายปรีดา นาคผิว   ทนายความ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม   โทร.   089-6222474

Advertisements

กรณีนายฟุรกอน ถูกยิงเสียชีวิตที่จังหวัดยะลา: นัดฟังคำสั่งศาลปกครอง วันที่ 31 สิงหาคม 2559 ก่อนหน้านี้ตุลาการผู้แถลงคดีศาลปกครองสงขลา สั่งให้ชดเชยบิดามารดา 1.6 ล้าน

 

IMG_0045-1

เผยแพร่วันที่ 31 สิงหาคม 2559

ใบแจ้งข่าว

นัดฟังคำสั่งศาลปกครองสงขลา  วันที่ 31 สิงหาคม 2559

ก่อนหน้านี้ตุลาการผู้แถลงคดีศาลปกครองสงขลา สั่งให้ชดเชยบิดามารดา 1.6 ล้าน

กรณีนายฟรุกอน  มามะ เยาวชนถูกเจ้าหน้าที่ยิงเสียชีวิตที่ยะลา เมื่อปี 2555

********************************************

 

ในวันที่ 31 สิงหาคม 2559 เวลา 14.00 นาฬิกา ศาลปกครองสงขลานัดอ่านคำพิพากษาคดีในคดีหมายเลขดำที่ 54/2556 คดีระหว่าง นายมะวาเห็ง  มามะ ที่ 1 นางรูฆาย๊ะ มามะ ที่2  ผู้ฟ้องคดี  และ กองทัพบก ที่ 1 สำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 3  ผู้ถูกฟ้องคดี

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2559  ศาลปกครองสงขลาได้ออกนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก  กรณีผู้ฟ้องคดีทั้งสองฟ้องเรียกค่าเสียหายจากหน่วยงานของรัฐผู้ถูกฟ้องคดีดังกล่าว  อันเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ของรัฐในสังกัดของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามใช้อาวุธปืนสงครามยิงนายฟุรกอน มามะ เยาวชนที่กำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.5 บุตรของผู้ฟ้องคดีทั้งสอง จนถึงแก่ความตาย เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2555

ในการพิจารณาคดีครั้งแรกนี้ ผู้ฟ้องคดีทั้งสองและผู้รับมอบอำนาจของผู้ฟ้องคดีทั้งสองมาศาล ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามไม่มาศาล และไม่ได้แจ้งเหตุขัดข้องให้ศาลทราบ

ตุลาการผู้แถลงคดีซึ่งพิจารณาสำนวนคดีแล้วทำความเห็นโดยอิสระ ได้แถลงการณ์เป็นหนังสือ และแถลงด้วยวาจาต่อตุลาการซึ่งเป็นองค์คณะ

ในส่วนค่าสินไหมทดแทน ตุลาการผู้แถลงคดี มีความเห็นว่า ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามต้องร่วมกันหรือแทนกันรับผิดจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดีทั้งสอง เป็นค่าปลงศพ 105,500 บาท และค่าขาดไร้อุปการะเดือนละ 5,000 บาท เป็นระยะเวลา 25 ปี เป็นเงิน 1,500,000 บาท รวมเป็นค่าสินไหมทดแทนทั้งสิ้น 1,605,500 บาท (หนึ่งล้านหกแสนห้าพันห้าร้อยบาทถ้วน) และให้คืนค่าธรรมเนียมศาลแก่ผู้ฟ้องคดีตามส่วนของการชนะคดี   ตาม มาตรา 9 วรรค 1 (3) แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจาณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ประกอบกับนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433 และมาตรา 1563 มาใช้โดยอนุโลม  อย่างไรก็ตาม คำแถลงการณ์ของตุลาการผู้แถลงคดีดังกล่าว ไม่ผูกพันตุลาการทั้ง 3 คน ซึ่งเป็นองค์คณะผู้ทำการพิจารณาพิพากษาคดี

โดยในกรณีนี้ ศาลจังหวัดยะลามีคำสั่งในคดีชันสูตรพลิกศพ เมื่อวันที่ 26 ธ.ค 2555  ว่าผู้ตายคือนายฟรุกอน มามะ ตายที่บ้านปอเยาะ  ม.4 ต.ลำใหม่ อ.เมืองยะลา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2555 เหตุและพฤติการณ์ที่ตายคือ ถูกเจ้าหน้าที่ทหารราบที่  ร้อย  ร.5031 ซึ่งได้รับคำสั่งให้มาปฏิบัติหน้าที่ปิดล้อมเพื่อจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดยะลา ยิงด้วยอาวุธปืนทำลายอวัยวะช่องอก คอ และศีรษะ เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย   ต่อมาบิดามารดาของนายฟรุกอน ยื่นฟ้องกองทัพบก สำนักนายกรัฐมนตรี  และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่อศาลปกครองสงขลา เมื่อปี พ.ศ. 2556

ติดต่อสอบถามข้อมูลคดีเพิ่มเติมได้ที่

นายปรีดา   นาคผิว    มูลนิธิผสานวัฒนธรรม   โทร.089-6222474

ตอนที่ 2 : อยุติธรรมกลบกลืนผืนป่า…วันที่แม่จากลา ไม่หวนคืน

md1

 ตอนที่ 2 : อยุติธรรมกลบกลืนผืนป่า…วันที่แม่จากลา ไม่หวนคืน

โดย : ศูนย์ข้อมูล มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

ไม่มีใครบนโลกใบนี้จะสามารถหยั่งวัดได้ถึงความอาดูรสุดแสน ในวินาทีที่เขาเห็นด้วยตาของตนเองว่า… พระองค์น้อยที่เคยให้แม่สวมใส่ติดตัวไว้ ตกหล่นอยู่ ณ ที่แห่งนั้น ที่ซึ่งอยู่ท่ามกลางซากไหม้ของเศษเนื้อมนุษย์ ที่ซึ่งมีเพียงบางส่วนเหลือรอดจากการถูกเผาไหม้ ท่ามกลางขดลวด ซากยางรถยนตร์และหัวกะโหลกของแม่…ในครานั้น ชายหนุ่มยังไม่อาจล่วงรู้ ว่าซากร่างไร้วิญญาณของมารดาที่ตกเป็นเหยื่อความอำมหิต ย่อมมิใช่ทั้งปฐมบทและปัจฉิมบทที่ดำรงอยู่บนผืนป่าแห่งนี้มายาวนาน เพราะตราบใดที่แสงฉานของกระบวนการยุติธรรมยังไม่สามารถสาดส่องมาถึงหรือขับไล่ความโหดร้ายนี้ให้พ้นไป ตราบนั้น การตายของ ‘บังอร ทองอ่อน’ จึงย่อมมิใช่ทั้งเหยื่อรายแรกและรายสุดท้ายที่ถูกบังคับให้สูญหายและถูกนำร่างมาเผานั่งยางเพื่อหวังทำลายหลักฐานมิให้มีสิ่งใดเหลือรอดโยงใยมาถึงตัวผู้กระทำการ

หมายเหตุ : เนื่องในวันผู้สูญหายสากล (International Day of Enforced Disappearance) มูลนิธิผสานวัฒนธรรม นำเสนอรายงานการลงพื้นที่บันทึกข้อเท็จจริงกรณีมีบุคคลถูกบังคับให้สูญหาย อุ้มฆ่า เผานั่งยาง สังหารผู้คนในบริเวณป่าสงวนกุดจับ อ.บ้านผือและบริเวณใกล้เคียงของ จ.อุดรธานีอันสะท้อนภาพความอำมหิตที่เกิดกับประชาชน โดยในหลายกรณีกฎหมายยังเอื้อมไม่ถึงผู้กระทำผิด   

อ่านต่อที่ ตอน 2 รายงานคนหาย วันที่แม่จากลาไม่หวนคืน

ตอนที่ 1: อยุติธรรมกลบกลืนผืนป่า…‘ทุ่งสังหาร’ ที่ซึ่งวิญญาณนิรนามสูญหายเงียบงัน – เนื่องในวันผู้สูญหายสากล (International Day of the Victims of enforced disappearance- 30 Aug)

 

 

 

อยุติธรรมกลบกลืนผืนป่า…‘ทุ่งสังหาร’ ที่ซึ่งวิญญาณนิรนามสูญหายเงียบงัน

โดย : ศูนย์ข้อมูล มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

จากจุดเริ่มต้นที่ปากทางริมถนน ลึกเข้าไปในผืนป่าไม่น้อยกว่า 300 เมตร …ชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ที่เหลือรอดจากการเผาไหม้โผล่พ้นขึ้นเหนือผืนดินใต้ขดลวดที่ถูกเผาจนเกรียม ซากกระดูกเหล่านั้นที่รอดพ้นจากเปลวเพลิงและดำรงอยู่มาจนถึงบัดนี้ ราวกับต้องการส่งเสียงวิงวอน ทวงถามถึง “ความยุติธรรม” ว่าเมื่อใด วันใด ข้อเท็จจริงของผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกระทำการ รู้เห็นและอยู่เบื้องหลังการสังหารโหด เผานั่งยางผู้คนจำนวนมากในป่าแห่งนี้ศพแล้ว ศพเล่า จักถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและต้องรอคอยอีกยาวนานเท่าใด เจ้าหน้าที่รัฐจึงจักสามารถสืบสวน ขยายผลทางคดี รวมทั้งพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลที่ทำให้ทราบข้อเท็จจริงว่าบางกระดูก บางเศษซากที่ยังปรากฏ ณ ป่าอำมหิตนั้นเป็นใคร? พ่อ แม่ บุตรหลาน คนรัก ญาติพี่น้องของใคร ครอบครัวใดบ้างที่สูญหายและถูกสังหาร ณ ผืนป่าอำมหิตนี้

*หมายเหตุ : เนื่องในวันผู้สูญหายสากล (International Day of the  Victims of Enforced Disappearance) มูลนิธิผสานวัฒนธรรม นำเสนอรายงานการลงพื้นที่บันทึกข้อเท็จจริงกรณีมีบุคคลถูกบังคับให้สูญหาย อุ้มฆ่า เผานั่งยาง สังหารผู้คนในบริเวณป่าสงวนกุดจับ     อ.บ้านผือและบริเวณใกล้เคียงของ จ.อุดรธานีอันสะท้อนภาพความโหดร้ายอำมหิตที่เกิดกับประชาชน โดยในหลายกรณีกฏหมายยังเอื้อมไม่ถึงผู้กระทำผิด   

อ่านต่อที่   ตอนที่ 1 ผืนป่าทุ่งสังหาร

 

รายการผู้ติดตามคนหายจำนวน 40 ราย ข้อมูลจากสภ.บ้านผือ

  1. พี่ชายวัย 54 ปี ตามหาน้องสาววัย 39 ปี หายตั้งแต่ปี 2545
  2. ลูกชายวัย 47 ปี ตามหาพ่อวัย 61 ปี หายตั้งแต่ปี 2552
  3. แม่วัย 46 ปี ตามหาลูกชายวัย 20 ปี หายตั้งแต่ปี 2552
  4. พี่สาววัย 49 ปี ตามหาน้องชายวัย 40 ปี หายตั้งแต่ปี 2556
  5. น้องชายวัย 53 ปี ตามหาพี่สาว หายตั้งแต่ปี 2552
  6. ลูกสาววัน 35 ปี ตามหาพ่อที่หายไปตั้งแต่ปี 2552
  7. พ่อวัย 51 ปี ตามหาลูกชายวัย 25 ปีหายตั้งแต่ปี 2557
  8. แม่วัย 69 ปีตามหาลูกชายหายตั้งแต่ปี 2543
  9. ลูกสาววัย 39 ปี ตามหาพ่อแม่หายตั้งแต่ปี 2542
  10. ลูกสาววัย 30 ปี ตามหาพ่อหายตั้งแต่ปี 2549
  11. พี่ชายวัย 48 ปี ตามหาพระน้องชายวัย 40 ปี หายตั้งแต่ปี 2552
  12. พี่สาววัย 50 ปี ตามหาน้องชายวัย 47 ปี หายไปตั้งแต่ปี 2558
  13. ลูกสาววัย 43 ปี ตามหาพ่อวัย 62 ปี หายไปตั้งแต่ปี 2556
  14. น้องสาววัย 36 ปี ตามหาพี่ชายวัย 38 ปี หายไปตั้งแต่ปี 2551
  15. พ่อวัย 60ปี ตามหาลูกชายวัย 35 ปี หายไปตั้งแต่ปี 2555
  16. พ่อวัย 78 ปี ตามหาลูกชายวัย 42 ปี หายไป 20 ปีที่แล้ว
  17. น้องสาววัย 44 ปีตามหายพี่ชายหายไปตั้งแต่ปี 2553
  18. พี่สาววัย 50 ปีตามหาน้องชายหายไปตั้งแต่ปี 2552
  19. ลูกชายวัย 33 ปีตามหาพ่อหายไปตั้งแต่ปี 2552
  20. ลูกวัย 46 ปีตามหาพ่อแม่ หายไปตั้งแต่ปี 2545
  21. น้องสาววัย 35 ปี ตามหาพี่สาวหายไปตั้งแต่ปี 2554
  22. ลูกชายตามหาพ่อแม่หายไปตั้งแต่ปี 2549
  23. พ่อวัย 59 ปี ตามหาลูกสาววัน 16 ปี หายไปตั้งแต่ปี 2553
  24. น้องชายวัย 42 ปีตามหาพี่สาวที่หายไปตั้งแต่ปี 2545
  25. ลูกสาววัย 31 ปีตามหาแม่หายไปตั้งแต่ปี 2552
  26. ญาติตามหาชายที่หายตัวไปหลังถูกจับกุมตั้งแต่ปี 2546
  27. แม่วัย 96 ปีตามหาลูกสาวหายไปปี 2552
  28. แม่อายุ 61ปีตามหาลูกชายหายไปตั้งแต่ปี /ถถ/
  29. แม่ตามหาลูกชายวัย 17 ปีที่ หายไปตั้งแต่ปี 2542
  30. พ่อตามหาลูกชายที่หายไปปี 2543
  31. แม่วัย 66 ปีตามหาลูกชายหายไปตั้งแต่ปี 2544
  32. พี่ชายตามหาน้องสาวอายุ 50 ปีหายไปตั้งแต่ปี 2551
  33. พี่ชายตามหาน้องชายอายุ 51ปี หายไปตั้งแต่ปี 2554
  34. พี่ชายตามหาน้องชายวัย 42 ปี หายไปตั้งแต่ปี 2557
  35. พี่ชายวัย 35ปีตามหาน้องชายวัย 32 ปีหายไป 2555
  36. ลูกสาวตามหาพ่อวัย 69 ปี หายไป 2545
  37. ลูกสาววัย 37 ปี ตามหาพ่อวัย 54 ปี ตั้งแต่ปี 2551
  38. น้องสาวตามหาพี่สาว วัย 32 ปี หายไปปี 2551
  39. น้องสาววัย 37 ปี ตามหายพี่ชายวัย 54 ปี หายไป 2548
  40. พ่อวัย 64 ปี ตามหาลูกชายวัย 36 ปี หายไป 2548

 

 

วันที่่ 29 สิงหาคม ศาลจังหวัดปัตตานีนัดไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องซักถาม ภรรยาผู้ตายเพิ่มสองปาก คดีชันสูตรพลิกศพนายอับดุลลายิบ ดอเลาะ

crcf & mac

เผยแพร่วันที่ 28 สิงหาคม  2559

ใบแจ้งข่าว

ศาลจังหวัดปัตตานีนัดไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องซักถาม ภรรยาผู้ตายเพิ่มสองปาก

คดีชันสูตรพลิกศพนายอับดุลลายิบ  ดอเลาะ

 

ในวันที่ 29 สิงหาคม 2559 เวลา 14.00 นาฬิกา ศาลจังหวัดปัตตานีนัดไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องซักถามในคดีหมายเลขดำที่ ช.6/2559 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี ผู้ร้อง นายอับดุลลายิบ ดอเลาะ ผู้ตาย และนางสาวกูรอสเมาะ ตูแวบือซา ผู้ร้องซักถาม ณ ห้องพิจารณาที่ 2 ชั้นสอง

โดยศาลนัดไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องซักถาม สองปาก คือ นางสาวกูรอสเมาะ ตูแวบือซา พยานผู้ร้องและน้องสาวผู้ตาย ซึ่งเป็นพยานฝ่ายผู้ร้องซักถาม

ในคดีนี้ ศาลได้สืบพยานฝ่ายพนักงานอัยการไปแล้วทั้งหมด 7 ปาก โดยเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2559 สืบพยาน 4  ปาก คือ หัวหน้าชุดซักถาม หัวหน้าชุดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหารของศูนย์ซักถาม ค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี  และแพทย์ผู้ชันสูตรพลิกศพนายอับดุลลายิบในพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นแพทย์จากโรงพยาบาลหนองจิก จังหวัดปัตตานี

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2559 สืบพยาน 1 ปาก คือหัวหน้าทีมแพทย์ผู้ทำการชันสูตรพลิกศพนายอับดุลลายิบที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เนื่องจากญาติมีความประสงค์ให้ส่งศพไปชันสูตรโดยละเอียดอีกครั้งหลังจากมีชันสูตรในพื้นที่เกิดเหตุไปแล้ว

และเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2559 ศาลปัตตานีได้สืบพยานฝ่ายพนักงานอัยการ ผู้ร้อง 2 ปากสุดท้าย ได้แก่ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และพนักงานสอบสวน

ขอเชิญสื่อมวลชนหรือผู้สนใจเข้ารับฟังการพิจารณาคดีได้ตามวันเวลาและสถานที่ดังกล่าวข้างต้นและติดตามความคืบหน้าและใบแจ้งข่าวเกี่ยวกับคดี ได้ที่ https://voicefromthais.wordpress.com

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ

นายสากีมัน เบญจเดชา ทนายความ มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมจังหวัดปัตตานี     โทร.  086-0374318

นายปรีดา นาคผิว   ทนายความ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม   โทร.   089-6222474