gang of three

2016_06_25_ใบแจ้งข่าว ขอเลื่อนนัดหมายเรียกผู้ต้องหา กรณีหมิ่นประมาท กอรมน. Thai & eng

Thai version is below;

Press Release

For immediate release on 25 June 2016

Attorney of the three rights activists alleged in the criminal suit filed by the ISOC Region 4 Forward asking to postpone the summoning of the alleged offenders to 26 July 2016

 

On 26 June 2016, at 13.00, Mr. Abdulkohar Awaeputae, Chairperson of the Foundation of Muslims Attorney Centre (MAC), Pattani, will file a request with the Muang Police Station, Pattani, to ask to defer the summoning of the three alleged offenders. The request will be filed due to the inquiry official of the police station (Pol Lt Col Winyu Thiamrat). Previously, summonses have been issued to the alleged offenders to turn themselves in on 8 June 2016 in the case between the Internal Security Operations Command Region 4 Forward (ISOC Region 4) and Mr. Somchai Homlaor and others.

The inquiry official of the Muang Pattani Police Station (Pol Lt Col Winyu Thiamrat) has previously set up 26 June 2016 in the police issue summonses in the case between the Internal Security Operations Command Region 4 Forward (ISOC Region 4), the accuser, Mr. Somchai Homlaor, Ms. Pornpen Khongkachonkiet and Ms. Anchana Heemmina to be informed of the charges filed against them related to criminal defamation and violating the Computer Crimes Act.

Given that the attorney has just been appointed by the alleged offenders and more time is needed to verify the information and other evidence, the request will make to defer the meeting between the alleged offenders and the inquiry official.

The attorney also wishes to accompany them to meet with the inquiry official. In addition, the attorney also asked if the public prosecutor would have advance witness examination, the inquiry official is asked to keep the accused persons informed of the date for the advance examination since two of the three alleged offenders live in Bangkok and the other one in Songkhla.

To ensure that justice is served and the three alleged offenders have enough time to prepare their defence, the request to postpone the meeting is rescheduled to Tuesday 26 July 2016 at 13.00 at the Muang Pattani Police Station.

For more information, please contact Mr. Abdulkohar Awaeputae, attorney, phone 081-8987408

 

Background of the case at https://www.amnesty.org/en/latest/news/2016/06/thailand-withdraw-charges-against-human-rights-defenders/

 

ใบแจ้งข่าว

เผยแพร่วันที่ 25 มิถุนายน 2559

ทนายความคดีกอรมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ฟ้องหมิ่นประมาท นักกิจกรรมสิทธิ 3 คน

ยื่นหนังสือขอเลื่อนกำหนดนัดหมายเรียกผู้ต้องหาเป็น 26 กรกฎาคม 2559

 

ในวันที่ 26 มิถุนายน 2559 เวลา 13.00 น. นายอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะ ประธานมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม จังหวัดปัตตานีจะเดินทางที่สถานีตำรวจภูธรเมือง จ.ปัตตานีเพื่อไปยื่นหนังสือขอเลื่อนกำหนดนัดหมายเรียกผู้ต้องหา ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองปัตตานี ( พ.ต.ท.วิญญู  เทียมราช)  โดยอ้างถึง   หมายเรียกผู้ต้องหา คดีอาญา สภ.เมืองปัตตานี  ระหว่าง กองอำนายการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า   กับ นายสมชาย หอมลออ กับพวก  ฉบับลงวันที่ 8 มิถุนายน  2559

ตามที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองปัตตานี ( พ.ต.ท.วิญญู   เทียมราช ) ได้มีหมายเรียกผู้ต้องหาคดีอาญา ระหว่าง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค  4  ส่วนหน้า  ผู้กล่าวหา กับ นายสมชาย  หอมลออ กับพวก  ผู้ต้องหาโดยให้  นายสมชาย  หอมลออ, นางสาวพรเพ็ญ  คงขจรเกียรติ, นางสาวอัญชนา  หีมมิหม๊ะ  ผู้ต้องหาไปรับทราบข้อกล่าวหาความละเอียดตามหมายเรียก

เนื่องจากทนายความเพิ่งได้รับการแต่งตั้งจากผู้ต้องหาให้เป็นทนายความยังไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ตลอดจนพยานหลักฐานเกี่ยวกับคดีโดยละเอียดครบถ้วน  เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและให้การต่อพนักงานสอบสวนโดยผู้ต้องหามีความประสงค์ที่จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาพร้อมกับทนายความ  โดยหากพนักงานสอบสวนประสงค์จะขอให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอสืบพยานล่วงหน้าก่อนฟ้อง  ขอให้พนักงานสอบสวนแจ้งกำหนดวันนัดสืบพยานล่วงหน้าก่อนฟ้องให้ทนายความทราบล่วงหน้าด้วย   อีกทั้งผู้ต้องหาทั้งสามมีภูมิลำเนาต่างท้องที่คือสองรายมีภูมิลำเนาที่กรุงเทพ และอีกรายมีภูมิลำเนาที่ จ.สงขลา  ดังนั้น  เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมและเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้แก่ผู้ต้องหาทั้งสามได้ต่อสู้คดีของผู้กล่าวหาได้อย่างเต็มที่  ทนายความจึงขอเลื่อนกำหนดนัดหมายเรียกผู้ต้องหาเป็นวันอังคารที่ 26 กรกฎาคม  2559  เวลา 13.00 น. ณ สถานีตำรวจภูธรเมืองปัตตานี

ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติม นายอับดุลกอฮาร์  อาแวปูเตะ ทนายความ  โทร 081-8987408

ข้อมูลเบื้องต้นของคดี (ข้อมูลจาก https://www.amnesty.or.th/news/press/831) เอกสารแนบ

 

 

ข้อมูลเบื้องต้นของคดี (ข้อมูลจาก https://www.amnesty.or.th/news/press/831)

นายสมชาย หอมลออ เป็นที่ปรึกษาอาวุโสและอดีตประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ส่วนนางสาวพรเพ็ญ    คงขจรเกียรติ เป็นผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดทำข้อมูลเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยนางสาวพรเพ็ญได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการบริหารแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยเมื่อเดือนมิถุนายน 2559 ด้วย โดยการฟ้องร้องครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองแล้วที่กองทัพบกได้กล่าวหามูลนิธิผสานวัฒนธรรมในคดีหมิ่นประมาทจากการจัดทำรายงานการทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ขณะที่นางสาวอัญชนา หีมมิหน๊ะ เป็นผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการกลุ่มด้วยใจ ให้การสนับสนุนด้านกฎหมายแก่ครอบครัวของผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ของไทย

ทันทีหลังจากทั้งสามองค์กร คือ เครือข่ายสิทธิมนุษยชนปัตตานี กลุ่มด้วยใจ และมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เผยแพร่รายงาน “การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายในจังหวัดชายแดนใต้ระหว่างปี 2557-2558” เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา โฆษกกองทัพบกก็กล่าวหาว่าพวกเขาปลอมแปลงข้อมูลรายงานการทรมานเพื่อขอทุนจากต่างชาติ และตั้งคำถามต่อความชอบธรรมของการสอบสวนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ พร้อมกับขู่ว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายหมิ่นประมาทหากมีการเผยแพร่รายงานที่อ้างถึงกฎหมายระหว่างประเทศ

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 กอ.รมน. ภาค 4 ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบความมั่นคงในจังหวัดชายแดนใต้ของไทย ได้แจ้งความในข้อหาหมิ่นประมาททางอาญาและละเมิดพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ต่อนักปก้องสิทธิมนุษยชนทั้งสามคน ในฐานะที่เป็นกองบรรณาธิการรายงานฉบับดังกล่าว โดยระบุเหตุผลที่ต้องแจ้งความว่าการกล่าวหาในรายงานเป็นการทำลายชื่อเสียงของกองทัพบก และที่ผ่านมานักกิจกรรมเหล่านี้ไม่ให้ความร่วมมือกับทางการเมื่อมีการขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีที่ถูกพูดถึงในรายงาน

ก่อนหน้านี้ นายสมชาย หอมลออ และนางสาวพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ เคยได้รับหมายเรียกให้เข้าพบพนักงานสอบสวนเมื่อเดือนสิงหาคม 2557 หลังจากกองทัพบกได้แจ้งความกล่าวหาทั้งคู่ว่ามีการกระทำที่ทำลายชื่อเสียงของกองทัพบก จงใจบิดเบือนความจริง และเผยแพร่ข้อมูลเท็จต่อสาธารณะ เนื่องจากเผยแพร่จดหมายเปิดผนึกเมื่อปลายเดือนเมษายน 2557 ซึ่งเรียกร้องให้ทางการสอบสวนทางอาญาเกี่ยวกับการทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งนี้ พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีเมื่อเดือนกันยายน 2558

นักปกป้องสิทธิมนุษยชนในไทยกำลังถูกดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาททางอาญามากขึ้น จากการจัดกิจกรรมโดยสงบเพื่อปกป้องสิทธิและเรียกร้องให้มีการเยียวยาผู้เสียหาย นอกจากนี้ ทางการมักบอกปัดอย่างรวดเร็วเมื่อมีข้อร้องเรียนและรายงานว่ามีการทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐเกิดขึ้น โดยอ้างว่าเป็นข้อมูลที่มุ่งโจมตีทางการให้เสียภาพลักษณ์หรือเพื่อประโยชน์คนบางคนเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ทางการยังขู่จะดำเนินคดีหมิ่นประมาททางอาญาต่อบุคคลที่รายงานหรือกล่าวหาว่ามีการทรมาน หรือบุคคลที่วิพากษ์วิจารณ์ทางการ ทั้งที่เป็นการวิจารณ์จริงและที่ทางการมองว่าเป็นการวิจารณ์ด้วย

การใช้ข้อหาหมิ่นประมาททางอาญาเป็นการละเมิดพันธกรณีของไทยที่จะต้องเคารพและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights-ICCPR) ซึ่งไทยเป็นรัฐภาคี คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติกระตุ้นให้รัฐต่างๆ พิจารณายกเลิกโทษอาญาในคดีหมิ่นประมาทและเน้นย้ำว่าการจัดทำกฎหมายหมิ่นประมาทต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง เพื่อประกันให้รัฐสามารถปฏิบัติตามพันธกรณีของตนและไม่กระทบต่อเสรีภาพในการแสดงออกเชิงปฏิบัติ

Advertisements