(เพิ่มเติม)

วันที่ 23 พฤษภาคม 2559  ภรรยานายอับดุลลายิบ ดอเลาะ ผู้เสียชีวิต นางสาวกูรอสเมาะ ตูแวบือซาได้แต่งตั้งทนายความจากมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม จ.ปัตตานี ขอเข้าเป็นผู้ร้องคัดค้านต่อศาล และขอเลื่อนการไต่สวนออกไปเพื่อขอเตรียมข้อมูลในการไต่สวนหาข้อเท็จจริงถึงสาเหตุการตาย โดยศาลอนุญาต

 

เผยแพร่วันที่ 22  พฤษภาคม  2559

ใบแจ้งข่าว

ศาลปัตตานี นัดไต่สวนนัดแรกวันที่ 23 พค. 59

คดีการเสียชีวิตของนายอับดุลลายิบ ดอเลาะ

ผู้ต้องสงสัยเสียชีวิตขณะถูกควบคุมตัวที่ในค่ายอิงคยุทธ์ฯ ปัตตานี

 

ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2559 เวลา 9.00 น. ศาลจังหวัดปัตตานีได้กำหนดนัดไต่สวนคำร้อง (ชันสูตรพลิกศพ) คดี ช 6/2559 เป็นคดีไต่สวนการตายกรณีการเสียชีวิตของนายอับดุลลายิบ  ดอเลาะ ผู้ต้องสงสัยเสียชีวิตขณะถูกควบคุมตัวที่ในค่ายอิงคยุทธบริหาร ปัตตานี  หมายนัดลงวันที่  1 เมษายน 2559 และส่งโดยการปิดหมายซึ่งภรรยาได้รับหมายนัดในวันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม และได้ขอความช่วยเหลือทางกฎหมายจากนายอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะ มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม จ.ปัตตานีในฐานะประธานศูนย์ฯ  โดยจะยื่นคำร้องแต่งตั้งเป็นทนายความเพื่อซักถามพยานของพนักงานอัยการเพื่อให้ได้ความจริงถึงสาเหตุการตายและใครเป็นผู้ทำให้ตายตามขั้นตอนตามกฎหมาย

กรณีที่มีการตายของบุคคลใดระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน  ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ซึ่งต้องมีการชันสูตรพลิกศพโดยพนักงานอัยการและพนักงานฝ่ายปกครองตำแหน่งตั้งแต่ระดับปลัดอำเภอหรือเทียบเท่าขึ้นไป  โดยทำการชันสูตรพลิกศพร่วมกับพนักงานสอบสวนและแพทย์ทางนิติเวชศาสตร์  คดีนี้พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี  และพนักงานอัยการได้ยื่นคำร้องขอไต่สวนการตายต่อศาลจังหวัดปัตตานี ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี ผู้ร้องนางสาวกูรอสเมาะ ตูแวบือซา ผู้ร้องคัดค้าน

ข้อมูลเบื้องต้น นายอับดุลลายิบ ถูกควบคุมตัวเมื่อประมาณตีหนึ่งครึ่งของวันที่ 11 ตุลาคม 2558 ด้วยเจ้าหน้าที่กว่า 100 นายที่บ้านพักที่ตำบลคอลอตันหยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี  เจ้าหน้าที่ที่มาจับกุมมีการปิดบังใบหน้าทำให้ครอบครัวและญาติเกิดความหวาดกลัว  และถูกควบคุมตัวติดต่อกันเป็นระยะเวลาที่ถูกควบคุมตัว 25 วันที่ค่ายอิงคยุทธ์ฯ ญาติได้เดินทางไปเยี่ยมนายอับดุลลายิบทุกวัน แต่มักได้รับการอนุญาตให้เยี่ยมเพียงระยะเวลาสั้นๆ และไม่สามารถคุยกันได้มากนัก ภรรยาสังเกตว่าสามีของตนมีความเครียดและบอกแต่เพียงว่าสามีเครียด กลัว ไม่มีร่องรอยบาดแผลที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า  เพราะเจ้าหน้าที่สอบสวนเวลากลางคืน และมีการบังคับให้รับสารภาพแต่สามีไม่ได้กระทำจึงไม่ได้รับสารภาพ

จนกระทั่งวันที่  4 ธันวาคม 2558 เวลา 7.30 น. เจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่มาที่บ้านมารับตัวไปค่ายอิงคยุทธ์ฯ พร้อมผู้ใหญ่บ้าน และเมื่อไปถึงที่ค่ายฯ ผู้ใหญ่บ้านกระซิบบอกว่า สามีของตนเสียชีวิตแล้ว ต่อมาได้มีการส่งศพไปตรวจชันสูตรโดยไม่ได้มีการผ่าศพที่โรงพยาบาลที่หาดใหญ่ เพื่อหาความยุติธรรม โดยมีการขออนุญาตตรวจดีเอ็นเอในน้ำลาย คราบอสุจิ คราบเลือด และเก็บน้ำในตา เพื่อตรวจสารพิษที่ตกค้าง ในระหว่างการตรวจศพฯ พบกว่าเจ้าหน้าที่ทหารได้เข้ามาพูดและโต้เถียงกับนายแพทย์ที่ทำการตรวจเป็นระยะ ในวันเดียวกันได้นำร่างของสามีประกอบพิธีกรรมทางศาสนาโดยไม่ได้อนุญาตให้มีการผ่าชันสูตรศพ     อีกทั้งหลังจากการเสียชีวิตสองวันมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวโดยกอรมน. แม้ว่าจะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนระดับจังหวัดเป็นผู้ทำหน้าที่ดำเนินการ แต่ญาติก็ยังต้องการหน่วยงานกลางไว้ใจและเชื่อมั่นได้เข้ามาตรวจสอบ  ต่อมาภรรยาของนายอับดุลลายิบได้ทำหนังสือขอให้องค์การสหประชาชาติเข้ามามีส่วนในการตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม

 

Advertisements