13231020_1216131468398152_1150652764_n

เผยแพร่วันที่ 19 พฤษภาคม  2559

ใบแจ้งข่าว (เพิ่มเติม)

เผยแพร่วันที่ 19 พฤษภาคม  2559

ใบแจ้งข่าว

ศาลฎีกาเห็นว่าฎีกาสหกรณ์ “ไม่จ่ายเงินต่อบุคคลสูญหายไม่เป็นประโยชน์สาธารณะ”ไม่รับฎีกา

คดีภรรยาและลูกฟ้องสหกรณ์ออมทรัพย์ครูยะลา

กรณีนักการภารโรง สมาชิกสหกรณ์ฯ ถูกเจ้าหน้าที่อุ้มหาย เมื่อ 9 ปี

 

วันนี้ (19 พฤษภาคม  2559) เวลา  09.00 น. ศาลจังหวัดยะลาได้อ่านคำสั่งศาลฎีกา โดยศาลฎีกามีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย ในคดีหมายเลขดำที่ ผบ.39/2554 คดีหมายเลขแดงที่ 865/2554   ซึ่งนางซูมาอีเด๊าะ มะรานอ กับลูก ๆ รวม 3 คน  เป็นโจทก์ ฟ้องสหกรณ์ออมทรัพย์ครูยะลา จำกัด  เป็นจำเลย  เรียกค่าเสียหายทางละเมิด กรณีสหกรณ์ฯ ปฏิเสธการจ่ายสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ อันเนื่องมาจากนายมะยาเต็ง มะรานอ สมาชิกของสหกรณ์ฯ ที่หายถูกบังคับให้สูญหายไปเมื่อปี พ.ศ.2550หรือ 9 ปีที่แล้ว  ภรรยาและลูก ๆ ของนายมะยาเต็ง จึงฟ้องเป็นคดีผู้บริโภคต่อศาลจังหวัดยะลา  โดยศาลฎีกาเห็นว่าฎีกาสหกรณ์ “ไม่จ่ายเงินต่อบุคคลสูญหายไม่เป็นประโยชน์สาธารณะ” ศาลฎีกาไม่รับฎีกาโดยเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2557 โจทก์ได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนเป็นเงินทั้งสิ้น 972,250 (เก้าแสนเจ็ดหมื่นสองพันสองร้อยห้าสิบบาทถ้วน) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามคำสั่งศาลชั้นต้น

คดีนี้สืบเนื่องมาจากรณีนายมะยาเต็ง มะรานอ นักการภารโรงของโรงเรียนบ้านบางลาง ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา หายสาบสูญไปในเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ทหารนำกำลังปิดล้อมตรวจค้นและควบคุมตัวนายมะยาเต็งพร้อมทั้งรถยนต์ของนายมะยาเต็งไปจากบ้าน ต่อหน้าภรรยาและลูก ๆ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2550 ที่ ต.บาเจาะ อ.บันนังสตจา จ.ยะลา

ต่อมาศาลจังหวัดยะลามีคำสั่งให้นายมะยาเต็งเป็นคนสาบสูญตามคำร้องของนางซูมาอีเด๊าะ ภรรยา    นายมะยาเต็งเป็นสมาชิกสหกรรณ์ออมทรัพย์ครูยะลา มีสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ในฐานะสมาชิกที่ครอบครัวของนายมะยาเต็งพึงได้รับ แต่เมื่อภรรยาของนายมะยาเต็งได้เรียกร้องสิทธิดังกล่าวต่อสหกรณ์ฯ กลับได้รับการปฏิเสธ จึงได้ยื่นฟ้องสหกรณ์ออมทรัพย์ครูยะลา เมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2554

ศาลจังหวัดยะลา(ศาลชั้นต้น) และศาลอุทธรณ์ภาค 9 แผนกคดีผู้บริโภค มีคำพิพากษาให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดี  ระหว่างที่จำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาพร้อมฎีกา โจทก์ได้ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี และศาลมีคำสั่งบังคับคดี จำเลยจึงนำเงินมาวางต่อศาลจังหวัดยะลาเพื่อชำระให้แก่โจทก์  โดยเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2557 โจทก์ได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนเป็นเงินทั้งสิ้น 972,250 (เก้าแสนเจ็ดหมื่นสองพันสองร้อยห้าสิบบาทถ้วน) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

กระทั่งวันนี้ศาลจังหวัดยะลาจึงได้อ่านคำสั่งศาลฎีกาว่าไม่ร้บฎีกาของจำเลย ด้วยเหตุผลว่า ข้อที่จำเลยฎีกานั้น จำเลยเคยให้การต่อสู้โดยชัดแจ้งในศาลชั้นต้นแล้ว ทั้งไม่เป็นปัญหาซึ่งเกี่ยวพันกับประโยชน์สาธารณะ และไม่เป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัย ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกา ยกคำร้องและไม่รับฎีกาของจำเลย  จึงทำให้คดีนี้ถึงที่สุดแล้ว (รายละเอียดคำสั่งศาลฎีกา ตามเอกสารแนบ)

นางซูมาอีเด๊าะ ภรรยาของนายมะยาเต็ง กล่าวว่า       “รู้สึกยินดีที่ทุกชั้นศาลได้ให้ความยุติธรรมแก่ตนและลูก ๆ แม้ว่าความหวังสูงสุดคือการได้ตัวสามีกลับคืนมาเพื่อเป็นเสาหลักของครอบครัวดังเดิมจะไร้หนทางแล้วก็ตาม”

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ

นายปรีดา นาคผิว  ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม 089-6222474

 

วันนี้ (19 พฤษภาคม  2559) เวลา  09.00 น. ศาลจังหวัดยะลาได้อ่านคำสั่งศาลฎีกา โดยศาลฎีกามีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย ในคดีหมายเลขดำที่ ผบ.39/2554 คดีหมายเลขแดงที่ 865/2554   ซึ่งนางซูมาอีเด๊าะ มะรานอ กับลูก ๆ รวม 3 คน  เป็นโจทก์ ฟ้องสหกรณ์ออมทรัพย์ครูยะลา จำกัด  เป็นจำเลย  เรียกค่าเสียหายทางละเมิด กรณีสหกรณ์ฯ ปฏิเสธการจ่ายสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ อันเนื่องมาจากนายมะยาเต็ง มะรานอ สมาชิกของสหกรณ์ฯ ที่หายถูกบังคับให้สูญหายไปเมื่อปี พ.ศ.2550หรือ 9 ปีที่แล้ว  ภรรยาและลูก ๆ ของนายมะยาเต็ง จึงฟ้องเป็นคดีผู้บริโภคต่อศาลจังหวัดยะลา  โดยศาลฎีกาเห็นว่าฎีกาสหกรณ์ “ไม่จ่ายเงินต่อบุคคลสูญหายไม่เป็นประโยชน์สาธารณะ”ไม่รับฎีกา

คดีนี้สืบเนื่องมาจากรณีนายมะยาเต็ง มะรานอ นักการภารโรงของโรงเรียนบ้านบางลาง ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา หายสาบสูญไปในเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ทหารนำกำลังปิดล้อมตรวจค้นและควบคุมตัวนายมะยาเต็งพร้อมทั้งรถยนต์ของนายมะยาเต็งไปจากบ้าน ต่อหน้าภรรยาและลูก ๆ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2550 ที่ ต.บาเจาะ อ.บันนังสตจา จ.ยะลา

ต่อมาศาลจังหวัดยะลามีคำสั่งให้นายมะยาเต็งเป็นคนสาบสูญตามคำร้องของนางซูมาอีเด๊าะ ภรรยา    นายมะยาเต็งเป็นสมาชิกสหกรรณ์ออมทรัพย์ครูยะลา มีสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ในฐานะสมาชิกที่ครอบครัวของนายมะยาเต็งพึงได้รับ แต่เมื่อภรรยาของนายมะยาเต็งได้เรียกร้องสิทธิดังกล่าวต่อสหกรณ์ฯ กลับได้รับการปฏิเสธ จึงได้ยื่นฟ้องสหกรณ์ออมทรัพย์ครูยะลา เมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2554

ศาลจังหวัดยะลา(ศาลชั้นต้น) และศาลอุทธรณ์ภาค 9 แผนกคดีผู้บริโภค มีคำพิพากษาให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดี  ระหว่างที่จำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาพร้อมฎีกา โจทก์ได้ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี และศาลมีคำสั่งบังคับคดี จำเลยจึงนำเงินมาวางต่อศาลจังหวัดยะลาเพื่อชำระให้แก่โจทก์  โดยเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2557 โจทก์ได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนเป็นเงินทั้งสิ้น 972,250 (เก้าแสนเจ็ดหมื่นสองพันสองร้อยห้าสิบบาทถ้วน) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

กระทั่งวันนี้ศาลจังหวัดยะลาจึงได้อ่านคำสั่งศาลฎีกาว่าไม่ร้บฎีกาของจำเลย ด้วยเหตุผลว่า ข้อที่จำเลยฎีกานั้น จำเลยเคยให้การต่อสู้โดยชัดแจ้งในศาลชั้นต้นแล้ว ทั้งไม่เป็นปัญหาซึ่งเกี่ยวพันกับประโยชน์สาธารณะ และไม่เป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัย ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกา ยกคำร้องและไม่รับฎีกาของจำเลย  จึงทำให้คดีนี้ถึงที่สุดแล้ว (รายละเอียดคำสั่งศาลฎีกา ตามเอกสารแนบ)

นางซูมาอีเด๊าะ ภรรยาของนายมะยาเต็ง กล่าวว่า       “รู้สึกยินดีที่ทุกชั้นศาลได้ให้ความยุติธรรมแก่ตนและลูก ๆ แม้ว่าความหวังสูงสุดคือการได้ตัวสามีกลับคืนมาเพื่อเป็นเสาหลักของครอบครัวดังเดิมจะไร้หนทางแล้วก็ตาม”

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ

นายปรีดา นาคผิว  ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม 089-6222474

Advertisements