Uncategorized

ศาลจังหวัดสุรินทร์ สืบสามปากและนัดสืบพยานเพิ่มเติมคดีไต่สวนการตาย คดีสิบโทกิตติกร สุธีรพันธ์เสียชีวิตในเรือนจำทหาร

IMG_0045-1

2016-04-26 ใบแจ้งข่าว สืบพยานต่ออีกสามปาก คดีสิบโทกิตติกร เสียชีวิตในเรือนจำทหาร2

เผยแพร่วันที่ 26 เมษายน 2559

ศาลจังหวัดสุรินทร์ สืบสามปาก และนัดสืบพยานเพิ่มเติมคดีไต่สวนการตาย

คดีสิบโทกิตติกร สุธีรพันธ์เสียชีวิตในเรือนจำทหาร

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2559 เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดสุรินทร์ได้ออกนั่งพิจารณาเป็นครั้งแรก ในคดีที่อัยการจังหวัดสุรินทร์ได้ยื่นคำร้องขอไต่สวนกรณีการเสียชีวิตของสิบโทกิตติกร สุธีรพันธ์  อายุ  25 ปี ทหารสังกัด กรมทหารที่ 23 กองพันทหารราบที่ 3 ค่ายวีรวัฒน์โยธิน มณฑลทหารบกที่ ๒๕ ผู้ต้องหาในคดีช่วยนักโทษอื่นให้พ้นจากการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้เสียชีวิตลงโดยผิดธรรมชาติ (ถูกทำร้ายถึงตาย) ในระหว่างถูกควบคุมตัวอยู่ที่ เรือนจำมณฑลทหารบก 25 ค่ายวีรวัฒน์โยธิน เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559  โดยนางบุญเรือง สุธีรพันธ์ มารดาของผู้ตาย ได้แต่งตั้งทนายความจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม  ให้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อเข้ามาซักถามพยานด้วย  และศาลอนุญาต

พนักงานอัยการได้ระบุพยานไว้ 5 ปากแต่ในวันดังกล่าวสามารถนำพยานเข้าสืบได้เพียงสามปากคือ

๑.         นายแพทย์นฤพล กิตติคุณากร นายแพทย์ประจำโรงพยาบาลสุรินทร์ผู้ร่วมชันสูตรพลิกศพผู้ตายในเรือนจำร่วมกับพนักงานสอบสวนและพนักงานฝ่ายปกครอง และเป็นนายแพทย์ที่ทำได้ผ่าพิสูจน์ศพผู้ตายในคดีนี้ โดยได้เบิกความถึงสภาพร่างกายของผู้ตายในครั้งแรกที่พบที่เรือนจำในค่ายวีรวัฒน์โยธินว่ามีเครื่องพันธนาการที่ข้อเท้า การเสียชีวิตนั้นเกิดจากการถูกทำร้ายร่างกายโดยมีการตีด้วยของแข็งไม่มีคมลักษณะเป็นท่อนยาว บนร่างการมีร่องรอยพื้นรองเท้า วัสดุแข็งไม่มีคม พื้นหยาบ  และเสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะร่วมกับกระเพาะอาหารแตกเนื่องจากถูกทำร้ายร่างกาย

๒.         นางบุญเรือง สุธีรพันธ์  มารดาของผู้ตายเบิกความถึงความพยายามในการที่จะประกันตัวผู้ตายออกมาระหว่างต่อสู้คดีแต่ไม่สามารถทำได้ และระหว่างที่ถูกควบคุมตัวอยู่เรือนจำนั้นก็ได้พยานยามไปเยี่ยมผู้ตายหลายครั้งแต่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ให้เข้าเยี่ยมโดยเจ้าหน้าที่เรือนจำอ้างว่ามีระเบียบของทางราชการที่ไม่ให้เยี่ยม ทำให้ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับผู้ตายได้ แม้ตนส่งจดหมายถึงผู้ตายจดหมายก็ไม่ได้ถูกส่งต่อไปถึงผู้ตาย ทำให้ไม่ทราบถึงสภาพการควบคุมตัวจนกระทั่งผู้ตายได้เสียชีวิตลง

๓.         พันตำรวจโทรัชพล เกลี้ยงอุทธา  พนักงานสอบสวนที่ได้เข้าร่วมชันสูตรพลิกศพผู้ตายในเรือนจำร่วมกับนายแพทย์และพนักงานฝ่ายปกครอง ได้เบิกความถึงสภาพศพผู้ตายในครั้งแรกที่พบที่เรือนจำในค่าย และได้สอบสวนพยานที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์หลายปาก และได้สอบสวนดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ทหารและพลทหารรวม 4 นาย ที่ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเรือนจำทหารอยู่ในวันเกิดเหตุในข้อหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย โดยมีรายละเอียดตามที่ฝ่ายทหารได้สรุปความเห็นจากการสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทังนี้ยังมีพยานที่อัยการอ้างอีกสองปากที่ยังไม่สามารถมาเบิกความได้ โดยพยานทั้งสองเป็นพลทหารที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำทหาร ค่ายวีรวัฒน์โยธิน เป็นพยานสำคัญเพราะได้รู้เห็นถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อัยการยังติดใจที่จะสืบพยานทั้งสองปากนี้  จึงได้ขออนุญาตศาลเลื่อนคดีไปอีกหนึ่งนัด ประกอบกับทนายความมารดาผู้ตายได้ยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมและขอให้ศาลมีหมายเรียกพยานซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหารทหารมาเบิกความอีก 3 ปากจึงไม่สามารถพิจารณาคดีให้เสร็จภายในวันเดียวได้  ศาลพิจาณาแล้วให้เลื่อนการไต่สวนไปอีกครั้งหนึ่ง  กำหนดนัดไต่สวนครั้งต่อไป  วันที่ 23 พฤษภาคม 2559          เวลา 09.00 นาฬิกา

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

นายปรีดา นาคผิว   089-62222474  และ นางณัฐาศิริ เบิร์กแมน 089-1208077 ทนายความ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

นางสาวจันทร์จิรา จันทร์แผ้ว 083-9072032 ทนายความอิสระ

Advertisements