25570915-173543.jpg

“พยานหลักฐานที่ผู้ร้อง (ภรรยา) นำสืบมาในชั้นนี้ ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังว่า นายพอละจี บิลลี่ รักจงเจริญ ยังคงอยู่ในการควบคุมของนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ตามคำร้อง”

ผู้พิพากษา นายอยุทธื จามิกรณ์ และนางสาวสุนิษา บรรเทา

“พยานหลักฐานที่ผู้ร้อง (ภรรยา) นำสืบยังรับฟังไม่ได้ว่า มีการคุมขังนายพอละจีหรือบิลลี่ รักจงเจริญ ไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย คำร้องของผู้ร้อง(ภรรยา) จึงไม่มีมูลที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องนั้น ศาลอุทธรณ์าภาค 7 เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ร้อง (ภรรยา) ฟังไม่ขี้น พิพากษายืน”

ผู้พิพากษา นายเผดิม เพ็ชรกุล นายชัยเจริญ ดุษฎีพร  นายสิงห์ชัย ฤาชุตานันท์

“ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่านายชัยวัฒน์กับพวกควบคุมตัวนายพอละจี ไว้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย คำร้องของผู้ร้อง (ภรรยา) จึงไม่มีมูล ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของผู้ร้อง (ภรรยา) ศาลฏีกาเห็นพ้องด้วยในผล”

ผู้พิพากษา นายไมตรี สุเทพากุล นายโสฬส สุวรรณเณตร์ และนายกิจชัย จิตธารารักษ์

ขณะที่ พ.ต.อ.ไตรวิช น้ำทองไทย รอง ผบก.สส.ภาค 7 คณะทำงานชุดคลี่คลายคดีการหายตัวไปของนายพอละจี กล่าวว่า คดีตอนนี้เหลือเพียงขั้นตอนการค้นหาร่างของนายพอละจีเท่านั้น เพราะจากการสืบสวนสอบสวนแน่ชัดแล้วว่า นายพอละจียังไม่ถูกปล่อยตัว แต่กระบวนการค้นหาตัวนายพอละจีนั้นยากลำบากมาก เนื่องจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดียังอยู่ในพื้นที่ อีกทั้งกรมอุทยานฯ ยังไม่ให้ความร่วมมือในการขอยืมจีพีเอส เพื่อเข้าไปค้นหาร่างนายพอละจีในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน (ที่มา http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1460024229)

 

 

Advertisements