การดำเนินการทางกฎหมาย กรณีผู้ถูกทรมานถึงแก่ความตาย

ส่วนหนึ่งของคู่มือการทำคดีทรมาน  โดยโครงการการเข้าถึงความยุติธรรมและการคุ้มครองทางกฎหมาย

๕. การดำเนินการทางกฎหมาย

 ส่วนที่ ๑  การดำเนินการทางคดีเบื้องต้น

กรณีผู้ถูกทรมานถึงแก่ความตาย

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา   บัญญัติเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวไว้ว่า

“มาตรา ๑๕๐  ในกรณีที่จะต้องมีการชันสูตรพลิกศพ ให้พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่กับแพทย์ทางนิติเวชศาสตร์ซึ่งได้รับวุฒิบัตรหรือได้รับหนังสืออนุมัติจากแพทยสภา ทำการชันสูตรพลิกศพโดยเร็ว ถ้าแพทย์ทางนิติเวชศาสตร์ดังกล่าวไม่มีหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้แพทย์ประจำโรงพยาบาลของรัฐปฏิบัติหน้าที่ ถ้าแพทย์ประจำโรงพยาบาลของรัฐไม่มีหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้แพทย์ประจำสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปฏิบัติหน้าที่ ถ้าแพทย์ประจำสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดไม่มีหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้แพทย์ประจำโรงพยาบาลของเอกชนหรือแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ขึ้นทะเบียนเป็นแพทย์อาสาสมัครตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุขปฏิบัติหน้าที่ และในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ให้แพทย์ประจำโรงพยาบาลของเอกชนหรือแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้นั้น เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ทั้งนี้ ให้พนักงานสอบสวนและแพทย์ดังกล่าวทำบันทึกรายละเอียดแห่งการชันสูตรพลิกศพทันที และให้แพทย์ดังกล่าวทำรายงานแนบท้ายบันทึกรายละเอียดแห่งการชันสูตรพลิกศพด้วยภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเรื่อง ถ้ามีความจำเป็นให้ขยายระยะเวลาออกไปได้ไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสามสิบวัน แต่ต้องบันทึกเหตุผลและความจำเป็นในการขยายระยะเวลาทุกครั้งไว้ในสำนวนชันสูตรพลิกศพ รายงานดังกล่าวให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสำนวนชันสูตรพลิกศพ และในกรณีที่ความตายมิได้เป็นผลแห่งการกระทำผิดอาญา ให้พนักงานสอบสวนส่งสำนวนชันสูตรพลิกศพไปยังพนักงานอัยการเมื่อเสร็จสิ้นการชันสูตรพลิกศพโดยเร็วและให้พนักงานอัยการดำเนินการต่อไปตามมาตรา ๑๕๖

ให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนแจ้งแก่ผู้มีหน้าที่ไปทำการชันสูตรพลิกศพทราบ และก่อนการชันสูตรพลิกศพ ให้พนักงานสอบสวนแจ้งให้สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล หรือญาติของผู้ตายอย่างน้อยหนึ่งคนทราบเท่าที่จะทำได้

ในกรณีที่มีความตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ ให้พนักงานอัยการและพนักงานฝ่ายปกครองตำแหน่งตั้งแต่ระดับปลัดอำเภอหรือเทียบเท่าขึ้นไปแห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่เป็นผู้ชันสูตรพลิกศพร่วมกับพนักงานสอบสวนและแพทย์ตามวรรคหนึ่ง และให้นำบทบัญญัติในวรรคสองมาใช้บังคับ

เมื่อได้มีการชันสูตรพลิกศพตามวรรคสามแล้ว ให้พนักงานสอบสวนแจ้งให้พนักงานอัยการเข้าร่วมกับพนักงานสอบสวนทำสำนวนชันสูตรพลิกศพให้เสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งถ้ามีความจำเป็นให้ขยายระยะเวลาออกไปได้ไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสามสิบวันแต่ต้องบันทึกเหตุผลและความจำเป็นในการขยายระยะเวลาทุกครั้งไว้ในสำนวนชันสูตรพลิกศพ

เมื่อได้รับสำนวนชันสูตรพลิกศพแล้ว ให้พนักงานอัยการทำคำร้องขอต่อศาลชั้นต้นแห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่ เพื่อให้ศาลทำการไต่สวนและทำคำสั่งแสดงว่าผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด และถึงเหตุและพฤติการณ์ที่ตาย ถ้าตายโดยคนทำร้ายให้กล่าวว่าใครเป็นผู้กระทำร้ายเท่าที่จะทราบได้ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับสำนวน ถ้ามีความจำเป็น ให้ขยายระยะเวลาออกไปได้ไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสามสิบวัน แต่ต้องบันทึกเหตุผลและความจำเป็นในการขยายระยะเวลาทุกครั้งไว้ในสำนวนชันสูตรพลิกศพ

ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง วรรคสาม วรรคสี่ และวรรคห้า ให้พนักงานสอบสวนปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานอัยการ

ในการไต่สวนตามวรรคห้า ให้ศาลปิดประกาศแจ้งกำหนดวันที่จะทำการไต่สวนไว้ที่ศาล และให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ศาลส่งสำเนาคำร้องและแจ้งกำหนดวันนัดไต่สวนให้สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล หรือญาติของผู้ตายตามลำดับอย่างน้อยหนึ่งคนเท่าที่จะทำได้ทราบก่อนวันนัดไต่สวนไม่น้อยกว่าสิบห้าวันและให้พนักงานอัยการนำพยานหลักฐานทั้งปวงที่แสดงถึงการตายมาสืบ

เมื่อศาลได้ปิดประกาศแจ้งกำหนดวันที่จะทำการไต่สวนแล้ว และก่อนการไต่สวนเสร็จสิ้น สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล หรือญาติของผู้ตายมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลขอเข้ามาซักถามพยานที่พนักงานอัยการนำสืบและนำสืบพยานหลักฐานอื่นได้ด้วย เพื่อการนี้ สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล หรือญาติของผู้ตายมีสิทธิแต่งตั้งทนายความดำเนินการแทนได้ หากไม่มีทนายความที่ได้รับการแต่งตั้งจากบุคคลดังกล่าวเข้ามาในคดีให้ศาลตั้งทนายความขึ้นเพื่อทำหน้าที่ทนายความฝ่ายญาติผู้ตาย

เมื่อศาลเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลจะเรียกพยานที่นำสืบมาแล้วมาสืบเพิ่มเติมหรือเรียกพยานหลักฐานอื่นมาสืบก็ได้ และศาลอาจขอให้ผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญมาให้ความเห็นเพื่อประกอบการไต่สวนและทำคำสั่ง แต่ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิของผู้นำสืบพยานหลักฐานตามวรรคแปดที่จะขอให้เรียกผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญอื่นมาให้ความเห็นโต้แย้งหรือเพิ่มเติมความเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญดังกล่าว

คำสั่งของศาลตามมาตรานี้ให้ถึงที่สุด แต่ไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิฟ้องร้อง และการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล  หากพนักงานอัยการหรือบุคคลอื่นได้ฟ้องหรือจะฟ้องคดีเกี่ยวกับการตายนั้น

เมื่อศาลได้มีคำสั่งแล้ว ให้ส่งสำนวนการไต่สวนของศาลไปยังพนักงานอัยการ เพื่อส่งแก่พนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป

แพทย์ตามวรรคหนึ่ง เจ้าพนักงานผู้ได้ทำการชันสูตรพลิกศพ และผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญที่ศาลขอให้มาให้ความเห็นตามมาตรานี้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทน หรือค่าป่วยการ ค่าพาหนะเดินทางและค่าเช่าที่พัก ตามระเบียบที่กระทรวงยุติธรรมกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลังส่วนทนายความที่ศาลตั้งตามมาตรานี้ มีสิทธิได้รับเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายเช่นเดียวกับทนายความที่ศาลตั้งตามมาตรา ๑๗๓”

จากบทบัญญัติดังกล่าว  จะเห็นได้ว่า  เมื่อมีกรณีที่มีความตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่  พนักงานอบสวนต้องดำเนินการจัดทำสำนวนต่างๆ ดังนี้ [1]

 

  • การชันสูตรพลิกศพ

เมื่อมีกรณีความตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าง ปฏิบัติราชการตามหน้าที่   หรือตายไปในระหว่างควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ต้องมีการสอบสวนชันสูตรพลิกศพดุจกรณีการตายผิดธรรมชาติ  เจ้าพนักงานผู้กระทำการชันสูตรพลิกศพในคดีวิสามัญฆาตกรรม   ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา  มาตรา  ๑๕๐  วรรคสาม    ประกอบด้วยพนักงานดังต่อไปนี้  (๑)  พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่   (๒) พนักงานอัยการ  (๓) พนักงานฝ่ายปกครอง ตำแหน่งตั้งแต่ระดับปลัดอำเภอ หรือเทียบเท่าขึ้นไป  (๔) เจ้าพนักงานฝ่ายแพทย์  ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา  มาตรา  ๑๕๐ วรรคแรก

การดำเนินการมีดังนี้

๑)  ดำเนินการเช่นเดียวกับการชันสูตรพลิกศพทั่วไป  แต่ต้องมีบุคคล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา  ๑๕๐ วรรคสาม เข้าร่วมชันสูตรพลิกศพด้วยเสมอ

๒) พิมพ์ลายนิ้วมือของผู้ตายโดยเร็วที่สุด เท่าที่จะทำได้ ก่อนที่ศพนั้นจะเน่าเปื่อย ถ้าพิมพ์ไม่ได้ก็ให้บันทึกเหตุผลไว้

๓) ส่งลายพิมพ์นิ้วมือไปยังที่ทำการวิทยาการจังหวัด หรือกองทะเบียนประวัติอาชญากร ในกรณีที่ไม่อาจพิมพ์ลายนิ้วมือได้ ก็ให้รายงานเหตุนั้นไว้ด้วย เพื่อให้หน่วยงานดังกล่าวตรวจสอบประวัติ แล้วแจ้งผลการตรวจสอบให้พนักงานสอบสวนทราบโดยเร็ว

 

๒. การไต่สวนการตาย

๒.๑  งานของพนักงานสอบสวน

รวบรวมสำนวนชันสูตรพลิกศพเสนอพนักงานอัยการ  เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวน และมีคำสั่งต่อไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา  ๑๕๐

สำนวนชันสูตรพลิกศพนั้นประกอบด้วย   บันทึกรายละเอียดแห่งการชันสูตรพลิกศพ  บันทึกการสอบสวนประกอบการชันสูตรพลิกศพ   การทำความเห็นเป็นหนังสือ หรือรายงานชันสูตรพลิกศพแสดงเหตุและพฤติการณ์ที่ตาย

เตรียมพยานหลักฐานต่างๆเพื่อให้พนักงานอัยการนำเข้าเบิกความต่อศาลในวันนัดไต่สวนคำร้อง เมื่อศาลไต่สวนและมีคำสั่งแล้ว ให้รับสำนวนและคำสั่งศาลจากพนักงานอัยการมาเพื่อดำเนินการนำไปรวมกับสำนวนคดีอาญาซึ่งเป็นสำนวนหลักต่อไป

๒.๒    งานของพนักงานอัยการ

๑)  ทำคำร้องเป็นหนังสือ ยื่นต่อศาลชั้นต้นแห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่ ให้ทำการไต่สวนและทำคำสั่งแสดงว่าผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด และถึงสาเหตุและพฤติการณ์ที่ตาย  ถ้าตายโดยการถูกทำร้ายให้กล่าวว่า ใครเป็นผู้ทำร้ายเท่าที่ทราบ

๒)  ข้อความในคำร้อง ต้องกล่าวไปตามหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนชันสูตรพลิกศพว่าผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด มีเหตุและพฤติการณ์ที่ตายอย่างไร

๓)  ส่งสำเนาคำร้องและแจ้งกำหนดการไต่สวนไปให้สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้อนุบาลของผู้ตาย คนใดคนหนึ่งทราบก่อนวันนัดไต่สวนไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน

๔)  นำพยานหลักฐานทั้งปวงที่แสดงถึงการตายมาสืบ

๕) เมื่อศาลไต่สวนเสร็จ และส่งสำนวนการไต่สวนมาแล้ว ให้ส่งสำนวนชันสูตรพลิกศพคืนไปยังพนักงานสอบสวนพร้อมกับสำนวนไต่สวนของศาล

๒.๓   งานของศาล

๑) ตรวจคำร้อง  ถ้าถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ให้นัดไต่สวนคำร้องโดยปิดประกาศ  แจ้งกำหนดวันที่จะทำการไต่สวนไว้ที่ศาลก่อนวันทำการไต่สวนประมาณ  ๑๕ วัน

๒) ทำการไต่สวนคำร้อง โดยไต่สวนพยานของพนักงานอัยการผู้ร้องก่อน

๓) เมื่อศาลเห็นสมควร เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมศาลจะเรียกพยานที่นำสืบมาแล้วมาสืบเพิ่มเติมหรือเรียกพยานมาสืบก็ได้ และศาลอาจให้ผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญมาให้ความเห็นเพื่อประกอบการไต่สวนและทำคำสั่ง      คำสั่งของศาลให้ถึงที่สุดแต่ไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิฟ้องร้อง และการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล หากพนักงานอัยการหรือบุคคลอื่นได้ฟ้องหรือจะฟ้องคดีเกี่ยวกับการตายนั้น

๔)  เมื่อศาลมีคำสั่งแล้ว ให้ศาลส่งสำนวนการไต่สวนของศาลไปยังพนักงานอัยการ เพื่อส่งแก่พนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป

 

๓. การดำเนินการของพนักงานสอบสวน เมื่อได้รับสำนวนชันสูตรพลิกศพและสำนวนไต่สวนของศาลแล้ว

๓.๑  ในกรณีที่ความตายมิได้เป็นผลแห่งการกระทำผิดอาญา

กรณีความตายมิได้เป็นผลแห่งการกระทำผิดอาญา เช่น  กรณีนักโทษในเรือนจำป่วยตาย  เป็นลมตาย  เป็นต้น  ให้ดำเนินการ ส่งสำนวนการสอบสวนไปให้พนักงานอัยการ เพื่อให้พนักงานอัยการดำเนินการต่อไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา   มาตรา  ๑๕๖  โดยส่งสำนวนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด  ไม่ต้องสอบสวนบุคคลใดอีก และไม่ต้องทำความเห็นสั่งฟ้อง หรือสั่งไม่ฟ้อง  เพราะไม่มีการสอบสวนคดีอาญาใดๆ  เนื่องจากไม่มีการทำความผิดอาญา

 

๓.๒ ในกรณีที่ความตายเป็นผลของการกระทำความผิดอาญา

ไม่ว่าผู้กระทำจะต้องรับผิดหรือไม่   จะต้องนำสำนวนชันสูตรพลิกศพ และสำนวนการไต่สวนของศาล รวมเป็นส่วนหนึ่งแห่งสำนวนการสอบสวนคดีอาญา

ถ้าพนักงานสอบสวนที่ทำสำนวนชันสูตรพลิกศพ เป็นพนักงานสอบสวนคนละท้องที่กับพนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจทำการสอบสวนความผิดอาญา ให้ส่งสำนวนชันสูตรพลิกศพและสำนวนไต่สวนของศาลไปยังพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในการสอบสวนความผิดอาญา  ไม่ว่าพนักงานสอบสวนนั้นจะได้ขอมาหรือไม่

กรณีเช่นนี้ จะต้องทำการสอบสวนทุกเรื่อง เพื่อพิสูจน์ว่าผู้ใดมีความผิดหรือไม่ ตามหลักว่าด้วยการสอบสวน

ข้อสังเกตเพิ่มเติมเกี่ยวกับการไต่สวนการตายตามมาตรา ๑๕๐

 

เกี่ยวกับการไต่สวนการตายตามมาตรา ๑๕๐  กรณีผู้ถูกซ้อมทรมานถึงแก่ความตาย  พนักงานสอบสวนมีหน้าที่ต้องแจ้งบุคคล ๔ ฝ่ายตามที่กฎหมายกำหนดไว้เพื่อเข้าร่วมชันสูตรพลิกศพพร้อมกันโดยเร็ว  และส่งสำนวนการชันสูตรพลิกศพไปยังพนักงานอัยการเพื่อให้พนักงานอัยการมีคำร้องต่อศาลให้มีการไต่สวนการตามตามมาตรา ๑๕๐  ทั้งนี้  โดยพนักงานอัยการจะเป็น “ผู้ร้อง”  และมีผู้ถูกทรมาน  เป็น  “ผู้ตาย”

ญาติผู้ตายสามารถเข้าไปเป็น  “ผู้ร้องคัดค้าน”  ในคดีดังกล่าวได้โดยยื่นคำร้องต่อศาลว่ามีความเกี่ยวข้องกับผู้ตายอย่างไร  และร้องคัดค้านคำร้องของพนักงานอัยการว่าอย่างไร   เช่น  กรณีที่คำร้องของพนักงานอัยการบรรยายข้อเท็จจริงในทำนองว่า  ผู้ตายถูกควบคุมตัวเนื่องจากมียาเสพติดไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย  เจ้าพนักงานตำรวจซึ่งมีอำนาจตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.๒๕๑๙  มาตรา ๑๔(๓)  ได้ใช้อำนาจควบคุมตัว  ๓  วันโดยไม่ต้องส่งพนักงานสอบสวน  ทั้งนี้เพื่อสืบสวนขยายผล  โดยนำตัวผู้ถูกซ้อมไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง  เพื่อสืบสวนขยายผล   เมื่อสืบสวนขยายผลเสร็จ  ในระหว่างที่เจ้าพนักงานตำรวจนำตัวผู้ตายขึ้นรถยนต์กระบะเดินทางไปยังสถานีตำรวจ  โดยผู้ตายนั่งอยู่บริเวณกระบะท้ายรถยนต์   เจ้าหน้าที่อ้างว่าผู้ตายได้พยายามหลบหนีโดยกระโดดลงจากรถที่กำลังแล่นด้วยความเร็ว  ทำให้ผู้ตายได้รับบาดเจ็บสาหัสและถึงแก่ความตาย   แต่จากบาดแผลตามร่างกายของผู้ตายและผลการชันสูตรพลิกศพ  ปรากฏว่าผู้ตายมีบาดแผลเกิดจากการกระแทกโดยของแข็งไม่มีคมบริเวณ…. จึงเป็นกรณีสงสัยว่าบาดแผลและการเสียชีวิตไม่ได้เกิดจากการกระโดดรถเพื่อหลบหนีตามที่เจ้าหน้าที่อ้าง  แต่เกิดจากการถูกทำร้ายและซ้อมทรมาน   ดังนั้น  ญาติจึงสามารถยื่นคำร้องคัดค้านเข้ามาในคดี  เป็น  “ผู้ร้องคัดค้าน”  คำร้องของพนักงานอัยการได้  โดยบรรยายรายละเอียดข้อเท็จจริงและนำเสนอพยานหลักฐานเพื่อให้ศาลอนุญาตให้ญาติเข้ามาในคดีได้  ตัวอย่างคำร้องคัดค้านปรากฏตาม  ภาคผนวก ๒

 

ปัญหาที่พบในการนำเสนอพยานหลักฐานในคดีไต่สวนการตายที่ทนายความผู้ร้องคัดค้านต้องเผชิญ  คือ  ข้อจำกัดในการนำเสนอพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบของเจ้าพนักงานที่ทำให้ตาย  เนื่องจากศาลมองว่าประเด็นในคดีไต่สวนการตาย  จำกัดอยู่เฉพาะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๕๐ วรรคหก  ที่ให้ศาลทำการไต่สวนและทำคำสั่งแสดงว่าผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด และถึงเหตุและพฤติการณ์ที่ตาย ถ้าตายโดยคนทำร้ายให้กล่าวว่าใครเป็นผู้กระทำร้ายเท่าที่จะทราบได้  การนำสืบพยานหลักฐานในทางพิสูจน์ความผิดของเจ้าพนักงานหรือพิสูจน์ว่าเจ้าพนักงานทำเกินกว่าเหตุหรือไม่  ศาลจะไม่รับฟังหรือรับฟังอย่างจำกัด  เพราะจะมุ่งเน้นไปที่เจ้าพนักงานเป็นผู้ทำให้ตายหรือไม่  อย่างไร  เท่านั้น   ทั้งนี้  หากศาลมีคำสั่งว่าเจ้าพนักงานเป็นผู้ทำให้ตาย  พนักงานอัยการจะส่งสำนวนคดีไต่สวนการตายไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อให้รวบรวมพยานหลักฐานและมีความเห็นต่อไปว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุหรือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบหรือไม่  อย่างไร   และหากพนักงานสอบสวนมีความเห็นควรสั่งฟ้องก็จะส่งสำนวนให้พนักงานอัยการเพื่อกลั่นกรองคดีและมีความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องเจ้าพนักงานตำรวจดังกล่าวต่อศาลต่อไป

คำสั่งไต่สวนการตายของศาล  ให้ถือว่าเป็นที่สุด  ไม่สามารถอุทธรณ์ฎีกาได้   แต่ไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิฟ้องร้อง และการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล  หากพนักงานอัยการหรือบุคคลอื่นได้ฟ้องหรือจะฟ้องคดีเกี่ยวกับการตายนั้น  ตามมาตรา ๑๕๐  วรรคสิบเอ็ด  อย่างไรก็ตาม  หลายคดีที่ญาติเห็นว่าคำสั่งศาลไม่ถูกต้องเป็นธรรม  ก็ได้ดำเนินการยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลอุทธรณ์  เช่น  คดีไต่สวนการตายกรณีตากใบ  เป็นต้น  [2]

แม้คดีไต่สวนการตายจะมีประเด็นจำกัดเพียงว่าผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด  เหตุและพฤติการณ์ที่ตาย  และใครทำให้ตาย   และศาลจำกัดประเด็นนำสืบอยู่เพียงนั้น    แต่ในทางเทคนิควิธีการ  เช่น  การออกหมายเรียกพยานเอกสารและพยานวัตถุต่างๆ ในคดี  ศาลมักจะไม่ปฏิเสธคำร้องขอออกหมายเรียกดังกล่าว   ดังนั้น   คดีไต่สวนการตายจึงมีความสำคัญอย่างมากในการรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้นเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน  ซึ่งทนายความผู้ร้องคัดค้านจำเป็นต้องวางรูปคดีที่จะฟ้องเจ้าพนักงานผู้ปฏิบัติหน้าที่เป็นจำเลยทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาไว้ล่วงหน้า  โดยพิจารณาพยานหลักฐานที่จำเป็นต้องรวบรวมทั้งหมดในคดีว่ามีอะไรบ้าง   เนื่องจากคดีไต่สวนการตาย  แม้จะเป็นคดีที่ไม่มีประเด็นแห่งคดีมากนัก  แต่ก็ใช้ระยะเวลาพอสมควร  โดยเฉพาะกรณีที่มีญาติผู้ตายเข้ามาเป็นผู้ร้องคัดค้าน   ดังนั้น  เพื่อป้องกันการสูญหายของพยานหลักฐานไปตามระยะเวลาที่เนิ่นนานออกไป  จึงจำเป็นต้องดำเนินการให้ได้มาซึ่งพยานหลักฐานตั้งแต่ในชั้นไต่สวนการตาย

นอกจากนี้  พยานหลักฐานบางประการ  จำเป็นต้องได้มาก่อนเริ่มคดีไต่สวนการตาย  เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านระยะเวลา  เช่น  ข้อมูลการใช้โทรศัพท์  หรือข้อมูลทางคอมพิวเตอร์  ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ผู้ให้บริการ  เช่น  บริษัทเครือข่ายโทรศัพท์  ผู้ให้บริการเว็บไซต์ต่างๆ  เป็นต้น  เก็บข้อมูลของผู้ใช้บริการหรือลูกค้าไว้เพียง ๙๐ วัน  หากล่วงเลยระยะเวลาดังกล่าว  และข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลสำคัญแห่งคดี  จะเกิดความเสียหายแก่รูปคดีได้

[1] ข้อมูลจากเว็บไซต์กองบังคับการปราบปราม  www.staff.p1.police.go.th/ver2/images/stories/ms_word/1010.doc

[2] ข้อมูลจาก  http://www.prachatai.com/journal/2013/08/47956

Advertisements