12899931_1176460052365294_682211968_n

25_03_2016_Urge Royal Thai police to investigate on missing case mr. fadel_thai_eng

Urge Royal Thai police commission to promptly investigate a missing case

After 3 months no progress on whereabouts Mr. Fadel Sohmah

From the released and complaints to a number of agencies that Mr. Fadel Sohman was abducted and went missing since 24 Jan 2016. According to Information from Muslim Attorney Center Foundation, Pattani that Mr. Fadel Sohman that on Sunday 24 January 2016, around 11.00am, he had left his home on a Honda motorbike, license plate Kor 670 Pattani to a private school. A black sedan with perpetrators turned right into the school and pulled over by a football field. Three young men got off and ran toward the teachers’ room, about five meters from the parking. Two of them locked the arms of Fadel, one on each side and dragged him to the car. Another man was opening the door waiting. Witnesses saw Fadel being dragged and how he tried to resist it by holding on to the frame of the door. The other man helped to shove him by pushing his legs causing him to drop his shoes. Then, they just drove away.

According to our fact finding and interviewing relatives, we found that the family still is in search of his whereabouts. The family has reported to police and later on 25 Feb 2016 Police office of Napadu sent a letter stated that the missing case is under our investigation and will continue to the stage of limitation is overdue.

Cross Cultural Foundation has found that the incident of his abduction and missing was suspicious. Mr. Fadel is a former detainee who was acquitted by Pattani provincial court however, even since he and his family members are in close vigilance of authorities. In July 2015, he reported himself to authority and he was detained for 7 days. Before he went missing he told his family that between 17-23 Jan 2016 he had to stay with military officers for 7 days. Then on 24 Jan 2016, he went missing. The abduction of Mr. Fadel in broad daylight in a public space has caused much fear among the local people who feel gravely concerned about their safety.        The Cross Cultural Foundation (CrCF) makes the following recommendations to the Thai government and concerned authorities:

  1. The Royal Thai Police Commissioner who is directly in charge of all criminal investigations is obliged to seriously and promptly investigate the missing case of Mr. Fadel. There is a credible allegation that a person has been disappeared and should make an effort to investigate the allegation to shed light on the whereabouts of the disappeared. This should be done regardless if the act was allegedly carried out by a government officer or another person. A rigorous effort by the authorities to receive the complaint and investigate the case will help act as a deterrent against the act of enforced disappearance. The act of enforced disappearance is one of the most heinous crimes and it warrants a prompt, independent and effective criminal investigation.
  2. The government and the Ministry of Justice should accelerate efforts to enact the Draft Prevention and Suppression of Torture and Enforced Disappearance Act in compliance with international standards. The act of enforced disappearance must be criminalized and the government should ratify the International Convention for the Protection of All Persons from Enforced Disappearance without delay. This will set a legal precedent in Thailand as promised including before the international community and the UN.

For more information, please contact Pornpen Khongkachonkiet Tel. 086-7093000

เผยแพร่วันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๙

ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งรัดการสืบสวนสอบสวน

หลังสามเดือนการสืบสวนสอบสวนกรณีหายตัวไปของนายฟาเดล เสาะหมานไม่คืบหน้า

จากที่มีการเผยแพร่และร้องเรียนหลายหน่วยงานว่านายฟาเดล เสาะหมาน ได้ถูกบังคับให้หายสาบสูญไปตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๙  โดยตามข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบของมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมนั้น ระบุว่าเมื่อเวลาประมาณ ๑๑.๐๐ น.ของวันดังกล่าว นายฟาเดลได้ออกจากบ้านพร้อมรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ทะเบียน ก ๖๗๐ ปัตตานี โดยขณะที่เข้าไปทำภารกิจในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ได้มีคนร้ายขับรถยนต์เก๋งสีดำเข้าไปในโรงเรียนและจอดรถบริเวณสนามฟุตบอล ทันใดนั้น ได้มีชายฉกรรจ์ ๓ คน ลงจากรถและวิ่งไปทางอาคารห้องพักครูซึ่งห่างจากรถที่จอดอยู่ประมาณไม่เกิน ๕ เมตร จากนั้นชายฉกรรจ์ ๒ คน ได้เข้าล็อกแขนนายฟาเดลคนละข้าง ลากตัวมาที่รถยนต์ซึ่งกำลังจอดอยู่ ขณะที่ชายอีกคนวิ่งมาเปิดประตูรอไว้ก่อนแล้ว จากนั้นได้ไปนั่งที่นั่งคนขับ โดยมีบุคคลที่อยู่ในโรงเรียนเห็นเหตุการณ์ และเห็นนายฟาเดลขณะที่ถูกลากตัวได้ขัดขืนโดยการเอามือดันไว้ที่ขอบประตูบนของรถ แต่ได้มีชายอีกคนฝั่งขวามือพยายามยกขาของนายฟาเดล และยัดขาเข้าไปในรถจนรองเท้าตกลงพื้น คนขับรถจึงได้รีบขับรถออกไปจากบริเวณโรงเรียน

จากการติดตามข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวมูลนิธิผสานวัฒนธรรมโดยการสัมภาษณ์ญาติพบว่าญาติยังคงเฝ้าติดตามการหายตัวไปและต้องการทราบชะตากรรมของนายฟาเดล โดยได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และต่อมาพนักงานสอบสวนสภ.นาประดู่ได้ส่งหนังสือตอบกลับลงวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ว่า “อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน” และ “จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนจนกว่าคดีจะหมดอายุความตามกฎหมาย”

จากกรณีที่เกิดขึ้นมูลนิธิผสานวัฒนธรรมพบว่ามีข้อสงสัยหลายประการในการถูกบังคับให้หายสาบสูญของนายฟาเดล เสาะหมาน กล่าวคือนายฟาเดลเป็นอดีตผู้ต้องขังถูกเจ้าหน้าที่จับกุมฟ้องร้องดำเนินคดีเกี่ยวกับความมั่นคงที่ศาลจังหวัดปัตตานีได้มีคำพิพากษายกฟ้อง แต่หน่วยงานความมั่นคงก็ยังคงเฝ้าติดตามพฤติกรรมของนายฟาเดลและสมาชิกในครอบครัวของนายฟาเดลมาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๘ นายฟาเดลได้มอบตัวกับเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ แล้วถูกนำตัวไปควบคุมที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี  เป็นเวลา ๗ วัน และก่อนการหายตัวไปตามคำบอกเล่าของญาติวว่าระหว่างวันที่ ๑๗ มกราคม ถึงวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๙ ก็ได้มีการนำตัวนายฟาเดลไปยังที่ค่ายทหารอีกแห่งหนึ่งเป็นเวลา ๗ วัน และนายฟาเดลได้กลับบ้านมาหนึ่งวันแล้วถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ใช้กำลังบังคับเอาตัวและหายสาบสูญไปเมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๙ดังกล่าว จนปัจจุบันเป็นระยะเวลาสามเดือนแล้วยังไม่ทราบชะตากรรม  นอกจากนี้การอุ้มตัวนายฟาเดลนั้นเกิดขึ้นอย่างอุกอาจในเวลากลางวันในโรงเรียนที่เป็นพื้นที่สาธารณะก่อให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชนในพื้นที่ในเรื่องความปลอดภัยเป็นอย่างมาก      มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ดำเนินการดังนี้

๑.         ขอให้ผู้บังคับบัญชาการตำรวจแห่งชาติที่มีหน้าที่โดยตรงในการสืบสวนสอบสวนคดีอาญาทั้งปวงต้องดำเนินการให้มีตรวจสอบอย่างจริงจังและอย่างเร่งด่วนในกรณีนายฟาเดล เสาะหมาน เพื่อคลี่คลายคดีร้องเรียนดังกล่าวและสืบสวนสอบสวนจนทราบชะตากรรม  โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่  เนื่องจากมาตรการที่จริงจังของเจ้าหน้าที่รัฐที่รับเรื่องร้องเรียนจะเป็นมาตรการที่ป้องปรามการบังคับให้บุคคลสูญหายรายต่อๆไป  การบังคับให้บุคคลสูญหายเป็นอาชญกรรมที่ร้ายแรงที่สุดจึงต้องมีการสืบสวนสอบสวนอย่างคดีอาญาสำคัญโดยพลัน อย่างจริงจัง อิสระ เป็นมืออาชีพ รวมทั้งแจ้งความคืบหน้าทางคดีต่อญาติอย่างใกล้ชิดสม่ำเสมอ

 

๒.         ขอให้รัฐบาลและกระทรวงยุติธรรมเร่งดำเนินการ ตรากฎหมายคือพรบ.การป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับให้บุคคลสูญหายให้สอดคล้องกับหลักการสากล  โดยกำหนดให้การบังคับให้บุคคลสูญหายเป็นความผิดทางอาญาและให้สัตยาบันในอนุสัญญาการคุ้มครองบุคคลไม่ให้มีการบังคับสูญหายขององค์การสหประชาชาติโดยไม่ชักช้า เพื่อสร้างมาตรฐานทางกฎหมายอาญาในประเทศโดยเร็วตามที่ได้ให้คำมั่นไว้กับประชาคมระหว่างประเทศและในระหว่างการทบทวนรายงานสิทธิมนุษยชนต่อองค์กรสหประชาชาติ

 

ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมที่ พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ  โทร 086-7093000

 

Advertisements