12899931_1176460052365294_682211968_n

เผยแพร่วันที่ 24 มีนาคม 2559

ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งรัดการสืบสวนสอบสวน

หลังสามเดือนการสืบสวนสอบสวนกรณีหายตัวไปของนายฟาเดล เสาะหมานไม่คืบหน้า

จากที่มีการเผยแพร่และร้องเรียนหลายหน่วยงานว่านายฟาเดล เสาะหมาน ได้ถูกบังคับให้หายสาบสูญไปตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๙  โดยตามข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบของมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมนั้น ระบุว่าเมื่อเวลาประมาณ ๑๑.๐๐ น.ของวันดังกล่าว นายฟาเดลได้ออกจากบ้านพร้อมรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ทะเบียน ก ๖๗๐ ปัตตานี โดยขณะที่เข้าไปทำภารกิจในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ได้มีคนร้ายขับรถยนต์เก๋งสีดำเข้าไปในโรงเรียนและจอดรถบริเวณสนามฟุตบอล ทันใดนั้น ได้มีชายฉกรรจ์ ๓ คน ลงจากรถและวิ่งไปทางอาคารห้องพักครูซึ่งห่างจากรถที่จอดอยู่ประมาณไม่เกิน ๕ เมตร จากนั้นชายฉกรรจ์ ๒ คน ได้เข้าล็อกแขนนายฟาเดลคนละข้าง ลากตัวมาที่รถยนต์ซึ่งกำลังจอดอยู่ ขณะที่ชายอีกคนวิ่งมาเปิดประตูรอไว้ก่อนแล้ว จากนั้นได้ไปนั่งที่นั่งคนขับ โดยมีบุคคลที่อยู่ในโรงเรียนเห็นเหตุการณ์ และเห็นนายฟาเดลขณะที่ถูกลากตัวได้ขัดขืนโดยการเอามือดันไว้ที่ขอบประตูบนของรถ แต่ได้มีชายอีกคนฝั่งขวามือพยายามยกขาของนายฟาเดล และยัดขาเข้าไปในรถจนรองเท้าตกลงพื้น คนขับรถจึงได้รีบขับรถออกไปจากบริเวณโรงเรียน

จากการติดตามข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวมูลนิธิผสานวัฒนธรรมโดยการสัมภาษณ์ญาติพบว่าญาติยังคงเฝ้าติดตามการหายตัวไปและต้องการทราบชะตากรรมของนายฟาเดล โดยได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และต่อมาพนักงานสอบสวนสภ.นาประดู่ได้ส่งหนังสือตอบกลับลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 ว่า “อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน” และ “จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนจนกว่าคดีจะหมดอายุความตามกฎหมาย”

จากกรณีที่เกิดขึ้นมูลนิธิผสานวัฒนธรรมพบว่ามีข้อสงสัยหลายประการในการถูกบังคับให้หายสาบสูญของนายฟาเดล เสาะหมาน กล่าวคือนายฟาเดลเป็นอดีตผู้ต้องขังถูกเจ้าหน้าที่จับกุมฟ้องร้องดำเนินคดีเกี่ยวกับความมั่นคงที่ศาลจังหวัดปัตตานีได้มีคำพิพากษายกฟ้อง แต่หน่วยงานความมั่นคงก็ยังคงเฝ้าติดตามพฤติกรรมของนายฟาเดลและสมาชิกในครอบครัวของนายฟาเดลมาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๘ นายฟาเดลได้มอบตัวกับเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ แล้วถูกนำตัวไปควบคุมที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี  เป็นเวลา ๗ วัน และก่อนการหายตัวไปตามคำบอกเล่าของญาติวว่าระหว่างวันที่ ๑๗ มกราคม ถึงวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๙ ก็ได้มีการนำตัวนายฟาเดลไปยังที่ค่ายทหารอีกแห่งหนึ่งเป็นเวลา ๗ วัน และนายฟาเดลได้กลับบ้านมาหนึ่งวันแล้วถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ใช้กำลังบังคับเอาตัวและหายสาบสูญไปเมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๙ดังกล่าว จนปัจจุบันเป็นระยะเวลาสามเดือนแล้วยังไม่ทราบชะตากรรม  นอกจากนี้การอุ้มตัวนายฟาเดลนั้นเกิดขึ้นอย่างอุกอาจในเวลากลางวันในโรงเรียนที่เป็นพื้นที่สาธารณะก่อให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชนในพื้นที่ในเรื่องความปลอดภัยเป็นอย่างมาก      มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ดำเนินการดังนี้

  1. ขอให้ผู้บังคับบัญชาการตำรวจแห่งชาติที่มีหน้าที่โดยตรงในการสืบสวนสอบสวนคดีอาญาทั้งปวงต้องดำเนินการให้มีตรวจสอบอย่างจริงจังและอย่างเร่งด่วนในกรณีนายฟาเดล เสาะหมาน เพื่อคลี่คลายคดีร้องเรียนดังกล่าวและสืบสวนสอบสวนจนทราบชะตากรรม โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่  เนื่องจากมาตรการที่จริงจังของเจ้าหน้าที่รัฐที่รับเรื่องร้องเรียนจะเป็นมาตรการที่ป้องปรามการบังคับให้บุคคลสูญหายรายต่อๆไป  การบังคับให้บุคคลสูญหายเป็นอาชญกรรมที่ร้ายแรงที่สุดจึงต้องมีการสืบสวนสอบสวนอย่างคดีอาญาสำคัญโดยพลัน อย่างจริงจัง อิสระ เป็นมืออาชีพ รวมทั้งแจ้งความคืบหน้าทางคดีต่อญาติอย่างใกล้ชิดสม่ำเสมอ

2.         ขอให้รัฐบาลและกระทรวงยุติธรรมเร่งดำเนินการ ตรากฎหมายคือพรบ.การป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับให้บุคคลสูญหายให้สอดคล้องกับหลักการสากล  โดยกำหนดให้การบังคับให้บุคคลสูญหายเป็นความผิดทางอาญาและให้สัตยาบันในอนุสัญญาการคุ้มครองบุคคลไม่ให้มีการบังคับสูญหายขององค์การสหประชาชาติโดยไม่ชักช้า เพื่อสร้างมาตรฐานทางกฎหมายอาญาในประเทศโดยเร็วตามที่ได้ให้คำมั่นไว้กับประชาคมระหว่างประเทศและในระหว่างการทบทวนรายงานสิทธิมนุษยชนต่อองค์กรสหประชาชาติ

 

ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมที่ พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ  โทร 086-7093000

Advertisements