Logo-Mac-F1

English is below:

Original post: http://th.macmuslim.com/?p=1070#more-1070

ใบแจ้งข่าว

กรณีการถูกอุ้มตัวและบังคับให้สูญหายของนายฟาเดล เสาะหมาน

เผยแพร่วันที่  15 กพ. 2559

ด้วยมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมสำนักงานประจำจังหวัดปัตตานี ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนางสาวฟาดีละห์ เสาะหมาน ซึ่งเป็นน้องสาวของนายฟาเดล เสาะหมาน ว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๙ เวลาประมาณ ๑๑.๐๐ น. นายฟาเดลได้ออกจากบ้านพร้อมรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ทะเบียน ก 670 ปัตตานี โดยขณะที่เข้าไปทำภารกิจในโรงเรียน มูฮำมาดียะห์ หมู่ที่ ๘  ตำบลนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี

ได้มีคนร้ายขับรถยนต์เก๋งสีดำเข้าในโรงเรียน แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปในสนามฟุตบอลไปจอดข้างประตูฟุตบอล ทันใดนั้น ได้มีชายฉกรรจ์ ๓ คน ลงจากรถและวิ่งไปทางอาคารห้องพักครูซึ่งห่างจากรถที่จอดอยู่ประมาณไม่เกิน ๕ เมตร จากนั้นชายฉกรรจ์ ๒ คน ได้เข้าล็อกแขนนายฟาเดลคนละข้าง ลากตัวมาที่รถยนต์ซึ่งกำลังจอดอยู่ ขณะที่ชายอีกคนวิ่งมาเปิดประตูรอไว้ก่อนแล้ว จากนั้นได้ไปประจำที่ที่นั่งคนขับ โดยมีบุคคลที่อยู่ในโรงเรียนเห็นเหตุการณ์ และเห็นนายฟาเดลขณะที่ถูกลากตัวได้ขัดขืนโดยการเอามือดันไว้ที่ขอบประตูบนของรถ แต่ได้มีชายอีกคนฝั่งขวามือพยายามยกขาของนายฟาเดล และยัดขาเข้าไปในรถจนรองเท้าตกลงพื้น คนขับรถจึงได้รีบขับรถออกไปจากบริเวณโรงเรียน

ต่อมา วันจันทร์ที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๙ ช่วงเช้าครอบครัวนายฟาเดลและญาตินายฟาเดล ได้เข้าร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจภูธรโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ทางเจ้าพนักงานตำรวจรับแจ้งเหตุ เข้าตรวจสอบและทำแผนที่สังเขปตำแหน่งเหตุการณ์ในขณะที่นายฟาเดล ถูกอุ้มตัวไป ในโรงเรียนมูฮัมมาดียะห์ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด(CCTV)บริเวณถนนที่คนร้ายได้ขับรถยนต์ผ่านไป แต่ก็ไม่สามารถเก็บภาพจากวงจรปิดได้ โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งทางญาติว่ากล้องวงจรปิดบริเวณถนนเสีย ไม่สามารถบันทึกภาพได้

นายฟาเดล เสาะหมาน เคยถูกฟ้องดำเนินคดีมาก่อนเมื่อปี ๒๕๕๓ ที่ศาลจังหวัดปัตตานี คดีหมายเลขคดีดำ ๑๕๘๐/๒๕๕๓ ฐานความผิด ร่วมกันพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครอง,ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ผลคดีศาลพิพากษายกฟ้องในปี ๒๕๕๖ ผลคดีถึงที่สุดและล่าสุดเมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๘  นายฟาเดลได้มอบตัวกับเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ แล้วถูกนำตัวไปควบคุมที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี  เป็นเวลา ๗ วัน และถูกนำไปที่ค่ายทหารแห่งหนึ่ง เป็นเวลา ๗ วัน แล้วปล่อยตัวกลับ

ผู้ร้องเรียนซึ่งเป็นญาตินายฟาเดล เสาะหมาน จึงได้มาร้องเรียนต่อมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมเพื่อให้ช่วยติดตามตัวและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่

มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมสำนักงานประจำจังหวัดปัตตานี ๐๗๓-๗๑๐๑๔๖,๐๘๔-๘๕๖๐๐๐๕

For immediate release on 15 February 2016

Press Release

The Abduction and Disappearance of Fadel Sohman

The Foundation of the Muslim Attorney Centre (MAC), Pattani, has

received a complaint from Ms. Fadilah Sohman, younger sister of Mr.

Fadel Sohman that on Sunday 24 January 2016, around 11.00am, Fadel

Sohman had left his home on a Honda motorbike, license plate K670

Patytani, for his work at Muhammadi School, Moo 8, Tambon Pradu,

Khok Poh District, Parrani.

A black sedan with perpetrators turned right into the school and pulled

over by a football field. Three young men got off and ran toward the

teachers’ room, about five meters from the parking. Two of them locked

the arms of Fadel, one on each side and dragged him to the car.

Another man was opening the door waiting. Witnesses saw Fadel being

dragged and how he tried to resist it by holding on to the frame of the

door. The other man helped to shove him by pushing his legs causing

him to drop his shoes. Then, they just drove away.

On the morning of Monday 25 January 2016, his family has reported the

case to the Khok Pho Police Station, Pattani. The police went to the

crime scene and made a rough map of the area and how he was

abducted from Muhammadi School. From checking in the CCTV footage

installed where the car drove past, it turned out the camera was broken

and there was no recorded footage.

Fadel Sohman was indicted in 2010 with the Pattani Provincial Court in

the Black Case no. 1580/2553 for premeditated murder, illegally

possessing firearms and ammunitions which cannot be issued a license,

and possessing firearms and ammunitions without licenses. The case

was dismissed in 2013 and it has reached the final verdict. Around July

2015, he even turned himself in to the military officers to prove his

innocence. But then, he was held in custody at the Ingkhayutthaborihan

Military Camp, Nong Chik District, Pattani, for seven days and then to

another military barrack for seven days, and was then discharged.

His relatives have complained with the Foundation of the Muslim

Attorney Centre (MAC) hoping they can help to investigate the case.

For more information, please contact;

Foundation of the Muslim Attorney Centre (MAC), Pattani, 073-710146,

084-856005

 

Advertisements