คดีปุโละปุโย ศาลจังหวัดปัตตานีนัดชี้สองสถาน และนำคดีสู่ศูนย์ไกล่เกลี่ย ก่อนการสืบพยาน

crcf & mac

เผยแพร่วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

ใบแจ้งข่าว

คดีปุโละปุโย  ศาลจังหวัดปัตตานีนัดชี้สองสถาน

 และนำคดีสู่ศูนย์ไกล่เกลี่ย ก่อนการสืบพยาน

 เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ เวลา ๐๙.๐๐ น. ศาลจังหวัดปัตตานีได้กำหนดชี้สองสถาน ในคดีหมายเลขดำที่ ๕๑๙/๒๕๕๘  ระหว่าง นายยา ดือราแม กับพวกรวม ๕ คน โจทก์  กับ กองทัพบก จำเลยที่ ๑ และ สำนักนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ ๒  โดยโจทก์ทั้งห้าคนคือคือชาวบ้านผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลาประมาณ ๒๐.๓๐ น. เจ้าหน้าที่ทหารพรานประจำฐานปฏิบัติการทหารพรานที่ ๔๓๐๒ ตำบลปุโละปุโย อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงเข้าใส่รถยนต์ของชาวบ้านซึ่งมีผู้อยู่ในรถจำนวน ๙ คน ขณะกำลังเดินทางออกจากหมู่บ้านกาหยี หมู่ที่ ๑ ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก  จ.ปัตตานี ได้เพียง ๕๐๐ เมตร เพื่อไปละหมาดศพ (การละหมาดขอพรให้ผู้เสียชีวิต) ที่บ้านทุ่งโพธิ์ หมู่ที่ ๔ ต.ลิปะสะโง  อ.หนองจิก  จ.ปัตตานี จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ๔ ราย และบาดเจ็บ ๕ ราย

ศาลได้ตรวจคำฟ้องและคำให้การ แล้วกำหนดประเด็นข้อพิพาทดังนี้

๑.      เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารในสังกัดของจำเลยทั้งสองจงใจหรือประมาทเลินเล่อ โดยมิได้ปฏิบัติและ

ดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.๒๔๕๗ หรือไม่ และจำเลยทั้งสองจะต้องรับผิดหรือไม่ อย่างไร

๒.    ค่าเสียหายของโจทก์ทั้งห้ามีเพียงใด

ประเด็นทั้งสองโจทก์ทั้งห้ากล่าวอ้าง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ภาระการพิสูจน์ตกแก่โจทก์ทั้งห้านำสืบก่อน แล้วให้จำเลยทั้งสองสืบแก้

ทนายโจทก์ทั้งห้าแถลงสืบพยาน ๑๕ ปาก กำหนดสืบ ๓ นัด  และทนายจำเลยทั้งสองแถลงสืบพยาน ๖ ปาก กำหนดสืบ ๒ นัด

เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีอันเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร อ้างว่า กระทำไปในหน้าที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองภายใต้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก ดังนั้น เพื่อให้เกิดความรู้สึกและเป็นธรรมแก่คู่ความทุกฝ่าย ตลอดจนความสะดวกรวดเร็วในการพิจารณาคดี โดยไม่จำต้องสืบพยาน ศาลเห็นสมควรให้นำคดีเข้าสู่ศูนย์ไกลเกลี่ยข้อพิพาทประจำศาลจังหวัดปัตตานี ในระหว่างที่คดีรอการพิจารณาสืบพยาน โดยให้ศูนย์ไกล่เกลี่ยมีหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า เข้าร่วมการเจรจาเพื่อหาข้อยุติพิพาทคดี ในวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๙ เวลา ๐๙.๐๐ น. และถ้าหากไม่สามารถเจรจาตกลงกันได้ให้ดำเนินการสืบพยานโจทก์ทั้งห้าในวันที่ ๒๔, ๒๕, ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙   และสืบพยานจำเลยทั้งสองในวันที่ ๗,๘ มิถุนายน ๒๕๕๙  เวลา ๙.๐๐ น.

 

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ

นายสากีมัน เบญจเดชา  ทนายความ มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมจังหวัดปัตตานี โทร. ๐๘๖-๐๓๗๔๓๑๘

นายปรีดา นาคผิว   ทนายความ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม  โทร. ๐๘๙-๖๒๒๒๔๗๔

Advertisements