ศาลจังหวัดยะลานัดไต่สวนคำร้องเพิ่มเติม กรณีมารดาพลทหารอิสมาแอ นะดารานิง ยื่นคำร้องให้บุตรชายเป็นคนสาบสูญ

ศาลจังหวัดยะลานัดไต่สวนคำร้องเพิ่มเติม กรณีมารดาพลทหารอิสมาแอ นะดารานิง ยื่นคำร้องให้บุตรชายเป็นคนสาบสูญ
วันนี้ (8 กุมภาพันธ์ 2559) ศาลจังหวัดยะลานัดไต่สวนคำร้องกรณีมารดาพลทหารอิสมาแอ นะดารานิง ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้พลทหารอิสมาแอ นะดารานิงเป็นคนสาบสูญ ทนายความผู้ร้องนำพยานผู้ร้องไต่สวนได้ 1 ปาก คือนางอาอีเสาะ นะดารานิง มารดาพลทหารอิสมาแอ นะดารานิง ระหว่างไต่สวนผู้ร้องอ้างส่งเอกสารเป็นพยานจำนวน 11 ฉบับ

 ไต่สวนพยานผู้ร้องได้ความว่าขณะเกิดเหตุนายอิสมาแอ นะดารานิง สมรสกับนางสาวมัสรูฮา อูเซ็ง และมีบุตรด้วยกัน 1 คนคือ เด็กหญิงนูรมี นะดารานิง อายุสี่เดือนและมีร่างกายไม่สมบูรณ์เนื่องจากดวงตาทั้งสองไม่สามารถมองเห็นตั้งแต่กำเนิด ต่อมานายอิสมาแอ นะดารานิง ได้รับการตรวจเลือกทหารกองเกิน จากการสมัครเข้ารับราชการทหาร โดยได้เข้าประจำการที่ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อปี พ.ศ.2552 จากนั้นได้ย้ายมาประจำการเป็นพลทหารในสังกัดกองร้อยปืนเล็กที่ 4 กองพันทหารราบที่ 8 ค่ายกรมหลวงสงขลานครินทร์ เมื่อปี พ.ศ.2553 

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2553 พลทหารอิสมาแอ นะดารานิง ได้โทรศัพท์ติดต่อหานางอาอีเสาะ นะดารานิงมารดาและแจ้งว่าจะขอกลับบ้าน เนื่องจากไม่สามารถลากลับได้เพราะได้ใช้สิทธิในการลาแล้ว แต่พันจ่าเอกบัญญัติ อ่วมปัญญา ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งพันจ่าประจำหมวด มว.พยาบาลฯรับอาสาจะพาพลทหารอิสมาแอ นะดารานิง ออกจากค่ายดังกล่าว แต่นางอาอีเสาะ นะดารานิง มารดาได้ห้ามไว้เนื่องจากจะเดินทางไปขอเข้าเยี่ยมเอง

ต่อมานางอาอีเสาะ นะดารานิงมารดาได้โทรศัพท์ติดต่อหานายอิสมาแอ นะดารานิง แต่ไม่สามารถติดต่อได้จึงตัดสินใจเดินทางไปขอเข้าเยี่ยมในวันที่ 11 มิถุนายน 2553 ที่ค่ายกรมหลวงสงขลานครินทร์ จังหวัดสงขลา และได้พบพลทหารไม่ทราบชื่อสกุลปฏิบัติหน้าที่นายทหารประจำวัน แจ้งว่าพลทหารอิสมาแอ นะดารางนิง ได้ออกจากค่ายกลับบ้านไปแล้ว จากนั้นนางอาอีเสาะ นะดารานิงมารดาจึงเดินทางกลับมารอที่บ้าน จนกระทั่งวันรุ่งขึ้นนายอิสมาแอ นะดารานิงก็ยังไม่กลับมาถึงบ้านอีก ทางครอบครัวพลทหารอิสมาแอ นะดารานิงได้ออกติดตามหาทุกพื้นที่ แต่ก็ไม่พบเจอ จนกระทั่งในวันที่ 28 มิถุนายน 2553 ทางครอบครัวพลทหารอิสมาแอ นะดารานิงได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรรามัน กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน 

ต่อมาเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2553 ทางครอบครัวพลทหารอิสมาแอ นะดารานิง ได้เดินทางไปที่ค่ายกรมหลวงสงขลานครินทร์ จังหวัดสงขลาเพื่อขอเข้าเยี่ยมพลทหารอิสมาแอ นะดารานิง และได้พบพันจ่าเอกเวชกร อินทรีย์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่นายทหารเวรประจำวัน และได้รับแจ้งว่าพลทหารอิสมาแอ นะดารานิง ไม่ได้อยู่ภายในค่ายและได้กลับบ้านไปแล้วแต่ไม่ได้ทำใบลาไว้ จากนั้นทั้งสองจึงได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ร้องเรียนต่อองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ รวมทั้งมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมและมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เพื่อขอความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ครอบครัวพลทหารอิสมาแอ นะดารานิง

เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2554 ทางมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ได้มีหนังสือขอทราบความคืบหน้ากรณีหายตัวไปของพลทหารอิสมาแอ นะดารานิง ถึงผู้บัญชาการกองพันทหารราบที่ 8 กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงสงขลานครินทร์ จนกระทั่งมีหนังสือชี้แจงและสรุปผลการสอบสวนในเดือนมิถุนายน 2553 ว่าพลทหารอิสมาแอ นะดารานิง ได้ขออนุญาตไปตรวจรักษาสุขภาพที่โรงพยาบาลฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2 และหลังจากนั้นก็ไม่ได้กลับมาที่หน่วยอีกเลย 

ต่อมาทางครอบครัวพลทหารอิสมาแอ นะดารานิงได้ร้องขอความช่วยเหลือทางคดีกับทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด จนกระทั่งมูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้มีหนังสือขอทราบความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนกรณีคนหายกับทางผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรรามัน สำเนาถึงผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และทางศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้มีหนังสือตอบกลับว่ายังไม่พบบุคคลดังกล่าวแต่อย่างใด 

นับแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2553 จนถึงปัจจุบัน พลทหารอิสมาแอ นะดารานิง หายไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นเวลา 5 ปีกว่าแล้ว ทางครอบครัวพลทหารอิสมาแอ นะดารานิง ไม่เคยได้รับการติดต่อจากพลทหารอิสมาแอ นะดารานิง และมีหนังสือรับรองจากผู้ใหญ่บ้านว่าพลทหารอิสมาแอ นะดารานิง ปัจจุบันไม่มีผู้ใดพบเห็นและทราบแน่ว่าพลทหารอิสมาแอ นะดารานิง ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ พลทหารอิสมาแอ นะดารานิง ไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนีคดีอาญามาก่อนแต่อย่างใด และไม่เคยต้องโทษคดีอาญาใดๆมาก่อน จึงขอศาลมีคำสั่งให้นายอิสมาแอ นะดารานิง เป็นคนสาบสูญตามกฎหมาย

จากการไต่สวนศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ยังมีประเด็นที่จำต้องรับฟังพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดคดีเกิดความยุติธรรมมากที่สุดในประเด็นที่ผู้ถูกร้องให้เป็นผู้ที่สาบสูญ หายตัวไปจากหน่วยงานทหารจึงสมควรให้มีการไต่สวนเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าว โดยให้หมายเรียกพันจ่าเอกบัญญัติ อ่วมปัญญา, พันจ่าเอกเวชกร อินทรีย์, นาวาตรีวรรณะ ฤทธิชัย และพลทหารอุสมาน มะเซ็ง มาทำการไต่สวนเพิ่มเติม จึงนัดไต่สวนเพิ่มเติมอีกครั้งในวันที่ 24 มีนาคม 2559 เวลา 09.30 นาฬิกา

ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

นางสาวสุภาวดี สายวารี ทนายความสำนักงานประจำจังหวัดยะลา 

มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม 08-4195-0372  

นายปรีดา นาคผิว มูลนิธิผสานวัฒนธรรม 08-9622-2474

Advertisements