Uncategorized

ศาลปัตตานีสืบพยานอีก ๑๑ ปาก คดีชันสูตรพลิกศพ (ไต่สวนการตาย )กรณีวิสามัญนักศึกษาและชาวบ้าน รวม ๔ ศพ บ้านโต๊ะชูด ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี

ศาลปัตตานีสืบพยานอีก ๑๑ ปาก คดีชันสูตรพลิกศพ (ไต่สวนการตาย )กรณีวิสามัญนักศึกษาและชาวบ้าน รวม ๔ ศพ บ้านโต๊ะชูด ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี

เผยแพร่ 8 กพ 2559

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๒๕ มี.ค. ๒๕๕๘ มีการสนธิกำลังระหว่างฉก.ปัตตานี ๒๕ นปพ. ๔๓๑ ฉก ทพ.๔๑ กำลังตำรวจจาก สภ.ทุ่งยางแดง จนท.ฝ่ายปกครอง และ ทหารจากร้อย ร.๓๕๓๑๔ ฉก.ปัตตานี ได้เข้าปฏิบัติการตรวจสอบความผิดปกติในพื้นที่ ม.๖ บ.โต๊ะชูด ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี การปฏิบัติการดังกล่าว ส่งผลให้มีการจับกุมประชาชนจำนวน ๒๒ คน และวิสามัญฆาตกรรม จนมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุจำนวน ๔ ศพ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ให้ข่าวสารต่อสาธารณะว่าผู้เสียชีวิต ๒ คน คือ นายอันวาร์ ดือราแม และนายมากูรอซี แมเราะ เป็นแกนนำก่อความไม่สงบในพื้นที่ทุ่งยางแดงระดับปฏิบัติการ (RKK) ได้ใช้อาวุธต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ ทั้งที่ความจริงของเหตุการณ์ ไม่ได้มีบุคคลทั้งสองรายชื่อดังกล่าวเสียชีวิต แต่ผู้เสียชีวิต ๔ ราย ได้แก่ นายสุไฮมี เซ็น นายคอลิด สาแม็ง นายมะดารี แม้เราะ และ นายซัดดัม วานุ โดยนายคอลิดและนายมะดารี เป็นนักศึกษาคณะรัฐประศาสนศาสตร์ ชั้นปีที่ ๔ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี จังหวัดปัตตานี ชาวบ้านใกล้เคียงที่เกิดเหตุและญาติเชื่อว่าผู้ตายไม่มีอาวุธและไม่ได้ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด จากกรณีดังกล่าวนี้ทำให้ภาคประชาสังคมและองค์กรมุสลิมมีความสงสัยว่าการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ในเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการกระทำเกินสมควรแก่เหตุ 

เมื่อวันที่ ๒ และ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ศาลจังหวัดปัตตานีได้ทำการไต่สวนคำร้องคดีชันสูตรพลิกศพ ผู้ตายทั้งสี่ คดีหมายเลขดำที่ ช.๑๑/๒๕๕๘ โดยสืบพยานทั้งฝ่ายพนักงานอัยการ ผู้ร้อง และฝ่ายญาติผู้ตาย ผู้ร้องซักถาม รวมทั้งสิ้นจำนวน๑๑ ปาก กล่าวคือ

วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ สืบพยานฝ่ายผู้ร้องจำนวน ๒ ปาก ได้แก่ ร.ต.ท.ธัชพล มณีแสง เจ้าพนักงานตำรวจ ซึ่งเบิกความว่าตนเป็นผู้ยิงนายซัดดัม วานุ เสียชีวิต เพื่อป้องกันตัว ขณะที่ผู้ตายหันหน้าเล็งอาวุธปืนยิงมาทางตน แต่เมื่อตอบคำซักถามทนายความฝ่ายญาติผู้ตายตามรายงานชันสูตรพลิกศพที่แพทย์ระบุบาดแผล ปรากฏว่านายซัดดัมถูกอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ยิงเข้าทางด้านหลัง และ ร.ต.ท.สมพล เพียรดี พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งยางแดง เบิกความถึงการรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ในคดีแล้วจึงสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการ แต่เมื่อตอบคำซักถามทนายความของญาติผู้ตายทั้งสี่ พนักงานสอบสวนยอมรับว่าไม่ได้ส่งพยานหลักฐานสำคัญในส่วนผลตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอเข้ามาในสำนวนคดี และรับว่าจะดำเนินการเพื่อนำส่งพยานหลักฐานดังกล่าวต่อศาลภายใน ๗ วัน คือภายในวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ เมื่อสืบพยานผู้ร้องทั้งสองปากเสร็จ พนักงานอัยการแถลงหมดพยาน ดังนั้นนับรวมพยานทั้งหมดของฝ่ายอัยการ ผู้ร้อง ที่สืบในคดีนี้ จำนวน ๘ ปาก 

วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ สืบพยานฝ่ายผู้ร้องซักถาม จำนวน ๙ ปาก โดยผู้ร้องซักถามทั้งสี่คือบิดาหรือมารดาของผู้ตายทั้งสี่ ได้แก่ นายมะหามะ เซ็นและ บิดานายสุไฮมี เซ็น ผู้ตายที่ ๑ นางซูรายา สาเม็ง มารดานายคอลิด สาแม็ง ผู้ตายที่ ๒ นางฮาตีส๊ะ สาแมงมารดานายมะดารี แม้เราะผู้ตายที่ ๓ และ นางอาลี วานุ มารดานายซัดดัม วานุ ผู้ตายที่ ๔ เบิกความทำนองเดียวกันว่าได้ทราบว่าบุตรของตนเสียชีวิตหลังจากเกิดเหตุการณ์และศพถูกเคลื่อนย้ายไปชันสูตรที่โรงพยาบาลปัตตานี แล้วจึงได้เดินทางไปรับศพมาประกอบพิธีตามหลักศาสนาอิสลาม ส่วนพยานฝ่ายผู้ร้องซักถามอีก ๕ ปาก เป็นชาวบ้านที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ได้แก่ เจ้าของบ้านที่กำลังก่อสร้างและชาวบ้านที่ไปรับจ้างก่อสร้างบ้านดังกล่าว ต่างรู้เห็นเหตุการณ์ ได้เบิกความสอดคล้องกันว่า วันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่จำนวนหลายสิบนายแต่งกายชุดดำ พร้อมอาวุธปืนยาวประจำกาย ส่วนใหญ่โพกผ้าปิดศีรษะและใบหน้า มีการยิงไปยังกลุ่มวัยรุ่นชายประมาณ ๔-๕ คน ที่กำลังวิ่งหนี เพราะรวมกลุ่มกันต้มน้ำพืชกระท่อมดื่มกันอยู่ที่ขนำใกล้ ๆ บ้านหลังที่ก่อสร้าง ในจำนวนวัยรุ่นที่วิ่งหนีดังกล่าวบางคนแต่งกายชุดนักศึกษาด้วย ไม่มีพยานคนใดยืนยันว่าเห็นเจ้าหน้าที่ยิงถูกใครตายบ้าง แต่พยานทั้ง ๕ ปากยืนยันหนักแน่นตรงกันว่ากลุ่มวัยรุ่นที่วิ่งหนีเจ้าหน้าที่ดังกล่าวไม่มีคนใดมีอาวุธและยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ พยานบางคนถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุแล้วถูกปล่อยตัวหลังเหตุการณ์สงบ พยานหลายคนถูกควบคุมตัวไปค่ายทหารเป็นเวลาหลายวันจึงได้รับการปล่อยตัวและไม่ได้ถูกดำเนินคดีใด ๆ การสืบพยานฝ่ายผู้ร้องซักถามดังกล่าวพนักงานอัยการไม่ติดใจถามค้าน

ฝ่ายผู้ร้องซักถามยังติดใจสืบพยานเพิ่มเติมอีก ๓ ปาก ได้แก่ ผู้แทนคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้ง ซึ่งมีรายงานผลสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์แล้ว อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี และพยานผู้รู้เห็นเหตุการณ์อีก ๑ ปาก โดยนัดสืบพยานครั้งต่อไปในวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๙ 

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ

นายอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะ ทนายความ มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมจังหวัดปัตตานี โทร ๐๘๑-๘๙๘๗๔๐๐๘  

นายปรีดา นาคผิว ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม โทร ๐๘๙-๒๖๒๒๒๔๗๔

Advertisements