ขอให้ยุติการดำเนินคดีเพื่อขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของทนายความ และ เรียกร้องให้สภาทนายความปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องผู้ร่วมวิชาชีพ

25580629-083941.jpg

เผยแพร่วันที่  4 กุมภาพันธ์ 2559

แถลงการณ์ขอให้ยุติการคุกคามการปฏิบัติหน้าที่ของทนายความ – HRLA

แถลงการณ์

ขอให้ยุติการดำเนินคดีเพื่อขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของทนายความ และ

เรียกร้องให้สภาทนายความปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องผู้ร่วมวิชาชีพ

           ในช่วงเวลา 2-3 เดือนที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารประเทศและอำนวยความยุติธรรมของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีกรณีการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อข่มขู่คุกคาม ใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ขัดขวางการทำหน้าที่ของทนายความอย่างน้อยสองกรณี ได้แก่

  1. กรณีการกักตัว การคุกคาม และการดำเนินคดีต่อทนายความเบญจรัตน์ มีเทียน

สืบเนื่องจากกรณีที่ทนายเบญจรัตน์ มีเทียน ได้รับมอบอำนาจจากนายธนกฤต ทองเงินเพิ่ม ลูกความ ให้แจ้งความดำเนินคดีต่อพล.ต.วิจารณ์ จดแตง คณะทำงานกฎหมายของ คสช. และ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะ ในข้อหาปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แจ้งความเท็จ และข้อหาหมิ่นประมาท จากกรณีแถลงข่าวการออกหมายจับนายธนกฤต โดยระบุว่าเขาเป็น 1 ในผู้เตรียมก่อเหตุความไม่สงบในกรุงเทพฯ ลอบทำร้ายบุคคลสำคัญในรัฐบาล ทั้งที่นายธนกฤต ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำจังหวัดขอนแก่น นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา หลังจากนั้น มีการแจ้งความดำเนินคดีกับทนายเบญจรัตน์ มีเทียน ในข้อหาแจ้งความเท็จ หมิ่นประมาท และข้อหาอื่นๆ รวมห้าข้อหา และมีการติดตามคุกคามทนายความเบญจรัตน์เพื่อให้ถอนการแจ้งความ และมีความพยายามกักตัวหลังการเข้าทำหน้าที่เยี่ยมลูกความในเรือนจำ

  1. กรณีการดำเนินคดีต่อทนายความศิริกาญจน์ เจริญศิริ

สืบเนื่องจากกรณีที่ทนายศิริกาญจน์ เจริญศิริ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน หนึ่งในคณะทำงานคดี 14 ผู้ต้องหาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ปฏิเสธไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจค้นรถเนื่องจากไม่มีหมายค้น เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2558 และถูกเจ้าหน้าที่กักรถไว้ระหว่างดำเนินการออกหมาย ทนายศิริกาญจน์ จึงเข้าแจ้งความฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ต่อมาทนายศิริกาญจน์ ถูกหมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาข้อหาแจ้งความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา และข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน

องค์กรสิทธิมนุษยชน นักกฎหมาย ทนายความ และนักกิจกรรมทางสังคม เห็นว่าทนายความมีบทบาทสำคัญในการปกป้องและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชน โดยเฉพาะสิทธิในการเข้าถึงความยุติธรรม (the right to access to justice) และการดำเนินคดีที่เป็นธรรม (the right to a fair trial) อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในกระบวนการยุติธรรมที่ถูกรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยหลายฉบับที่ผ่านมาและตราสารระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคี โดยเฉพาะกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและการเมือง ทั้งนี้ เพื่อประกันว่าสิทธิของประชาชนจะได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นรูปธรรม ทนายความจะต้องสามารถปฏิบัติหน้าที่ทางวิชาชีพของตนได้อย่างเป็นอิสระและปราศจากการข่มขู่ ขัดขวาง การแทรกแซงที่ไม่ชอบธรรม และการเผชิญกับการถูกดำเนินคดีหรือแทรกแซงทางการบริหาร ทางเศรษฐกิจ หรือทางอื่นใด จากการกระทำใดๆ ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในทางวิชาชีพตามมาตรฐานและจริยธรรมที่ได้รับการรับรองไว้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของลูกความ

ดังนั้น จากพฤติกรรมการแจ้งข้อกล่าวหา และข่มขู่คุกคามทนายความ อันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของลูกความตามหลักวิชาชีพ และการดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้องตามกฎหมายตามที่กล่าวมาข้างต้นนั้น จึงถือเป็นการแทรกแซงไม่ให้ทนายความสามารถปฏิบัติหน้าที่ทางวิชาชีพของตนได้อย่างเป็นอิสระ อีกทั้งเป็นการใช้กฎหมายและการดำเนินคดีเพื่อให้ทนายความยุติการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งย่อมจะกระทบต่อสิทธิในการเข้าถึงความช่วยเหลือทางกฎหมาย สิทธิในการเข้าถึงความยุติธรรม และสิทธิที่จะได้รับการดำเนินคดีที่เป็นธรรมของประชาชน ทั้งยังเป็นการปิดกั้นการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐอีกด้วย

องค์กรสิทธิมนุษยชน นักกฎหมาย ทนายความ และนักกิจกรรมทางสังคม ตามรายนามแนบท้ายแถลงการณ์ฉบับนี้ จึงขอเรียกร้องต่อผู้เกี่ยวข้องดังนี้

  1. ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยุติการดำเนินคดี ตลอดจนยุติการคุกคามในรูปแบบอื่นๆ ต่อทนายความทั้งสองคนโดยทันที
  2. ขอเรียกร้องให้สภาทนายความ ซึ่งเป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการประกอบวิชาชีพทนายความและผดุงเกียรติของสมาชิกสภาทนายความ ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว และร่วมแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยต่อการกระทำใดๆอันเป็นการแทรกแซง ขัดขวางหรือคุกคามการปฏิบัติหน้าที่ของทนายความในการปกป้องลูกความตามหลักจรรยาบรรณวิชาชีพ

ด้วยความเคารพต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

  1. สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน
  2. มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน
  3. สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน
  4. มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (Enlaw)
  5. มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
  6. แสงชัย รัตนเสรีวงษ์ ทนายความ
  7. สมชาย หอมลออ มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (มสพ.)
  8. ส.รัตนมณี พลกล้า ทนายความ
  9. ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล นักกฎหมาย
  10. พรเพ็ญ  คงขจรเกียรติ
  11. สุมิตรชัย หัตถสาร ทนายความ
  12. สุรชัย  ตรงงาม ทนายความ
  13. รัษฎา มนูรัษฎา ทนายความ
  14. สุภาภรณ์  มาลัยลอย
  15. ไพรัช สุภัคคะ ทนายความ
  16. สงกรานต์ ป้องบุญจันทร์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.เชียงใหม่
  17. สัญญา เอียดจงดี ทนายความ
  18. ปรีดา นาคผิว ทนายความ
  19. ปรีดา ทองชุมนุม ทนายความ
  20. วราภรณ์ อุทัยรังษี  ทนายความ
  21. คอรีเยาะ มานุแช  นักกฎหมาย
  22. ผรัณดา  ปานแก้ว ทนายความ
  23. อับดุลเลาะห์ หะยีอาบู ทนายความ
  24. กฤษดา ขุนณรงค์ ทนายความ
  25. ภัทรานิษฐ์ เยาดำ นักกฎหมาย
  26. ยูฮานี เจ๊ะกา นักกฎหมาย
  27. อุบลวรรณ บุญรัตนสมัย นักกฎหมาย
  28. ปรียาภรณ์ ขันกำเนิด นักกฎหมาย
  29. มนตรี อัจฉริยสกุลชัย
  30. มึดา นาวานาถ Mekong Youth Assembly
  31. เฉลิมศรี  ประเสริฐศรี นักกฎหมาย
  32. ชัชลาวัณย์ เมืองจันทร์ นักกฎหมาย
  33. อัมรินทร์ สายจันทร์  นักกฎหมาย
  34. สุนิดา ปิยกุลพานิชย์ นักกฎหมาย
  35. ประดิษฐา ปริยแก้วฟ้า
  36. มนทนา ดวงประภา นักกฎหมาย
  37. ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ นักกฎหมาย
  38. ชันษา สุพรรณเมือง นักกฎหมาย
  39. อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ทนายความ
  40. มาซีเต๊าะ หมันหล๊ะ นักกฎหมาย
  41. บัณฑิต หอมเกษ นักกฎหมาย
  42. ณัฐาศิริ เบิร์กแมน ทนายความ
  43. สุธาทิพย์ อมปาน นักกฎหมาย
  44. อดิสร เกิดมงคล  นักวิชาการ
Advertisements