จับจ่านิว ทำไมต้องปิดหน้า

Cr.   Facebook นวลน้อย ธรรมเสถียร

เข้าไปอ่านโพสต์เรื่องจ่านิวโดนจับ ก็ได้เห็นการต่อล้อต่อเถียงกันไม่เลิกรา เช่นว่าเป็นการแต่งเรื่อง ไม่ได้ถูกจับจริง ทั้งๆที่บางเรื่องมีข้อเท็จจริงสนับสนุนอยู่ชัดๆ

ในบันทึกประจำวันของเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.นิมิตรใหม่ เขาระบุในพฤติการณ์การจับกุมชัดเจนว่า มีเจ้าหน้าที่ทหารของ ร.2 พัน 2 ร.อ.เป็นผู้ไป “เชิญ” จ่านิวแล้วนำตัวไปส่งให้กับตำรวจ อันนี้ก็ชัดมากแล้วไม่ควรเป็นที่กังขาอีกต่อไป

ประเด็นที่โต้กันมากคือถ้าเป็นทหารจริงทำไมต้องปิดหน้า ขณะที่อีกด้านดันใส่เครื่องแบบ มันย้อนแย้ง อันนี้ถ้าเอาประสบการณ์ในภาคใต้ไปเทียบเคียงอาจจะอ่านได้ว่า การปิดหน้านั้นทำเพื่อปกป้องตัวทหารเอง

ในพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้ มีเรื่องราวของการกระทำที่ถึงที่สุดแล้วไม่อาจฟ้องร้องเอาผิดถึงตัวบุคคลได้ ที่สำคัญที่สุด ก็เพราะไม่มีอะไรให้ระบุตัวคนลงมือลงเท้า (โดยเฉพาะถ้าคนถูกทำตายแล้ว) ซึ่งตามหลักการ การจะเอาผิดด้วยการฟ้องร้องในคดีอาญานั้นจะทำได้ก็ต่อเมื่อรู้ชื่อเสียงเรียงนามหรือตัวบุคคลที่ลงมือกระทำอย่างชัดเจนเท่านั้น ที่ผ่านมาเมื่อหาตัวผู้ลงมือไม่ได้ แม้จะรู้ว่าในกลุ่มนี้ทำแต่เมื่อไม่รู้ว่ามือใครเท้าใครทำให้เจ็บและตาย ญาติเหยื่อทำได้อย่างมากแค่ไปฟ้องแพ่ง เรียกค่าเสียหายจากหน่วยงานต้นสังกัด ซึ่งที่ผ่านมาก็มีแค่บางราย ฟ้องแล้วศาลเชื่อก็ชดเชยกันไป ได้แค่นั้น

ตามกฎหมายที่คสช.ใช้ ตอนนี้ทหารมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยพนักงานสอบสวน การไปจับคนมาให้ตำรวจจึงเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายของคสช. ไม่ได้เป็นการกระทำที่นอกเหนืออำนาจหน้าที่แต่อย่างใด แต่การทำร้ายร่างกายและข่มขู่ต่างหากที่พอจะเอาผิดได้ แต่เมื่อบอกไม่ได้ว่าใครทำ ก็ยากจะทำอะไรได้ โดยเฉพาะเมื่อมีเพียงคำพูดของจ่านิว VS คำพูดของทหาร ไม่มีผู้เห็นเหตุการณ์หรือพยานอิสระ หลายกรณีเกิดแล้วก็ผ่านไป ได้แต่กลายเป็นเรื่องสะสมความคับข้องใจอย่างที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน

แต่ถ้าย้อนกลับไปดูภาพรวมของข่าว ก็อาจจะเห็นได้ว่าเรื่องอย่างนี้มันไฮไลท์ว่า ข้อเท็จจริงก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่การตีความเป็นไปตามความเชื่อส่วนตัว การนำเสนอข้อเท็จจริงจึงไม่อาจนำไปสู่บทสรุปที่ตรงกันได้ของสังคมเสมอไป เพราะคุณภาพของคนบวกกับการเปิดใจและดีกรีการยึดหลักการของผู้คนแต่ละคน

ประสบการณ์ตรงอาจจะช่วยได้บ้างนะคับ

แต่สิ่งที่น่าคิดสำหรับคนที่ท้วงติงอย่างมากตอนนี้ก็คือ ในเมื่อทหารยอมให้ตำรวจลงในบันทึกประจำวันของจนท.ตร.เองแล้วว่าทหารเป็นคนไปจับและนำมาส่งให้ตร. การไปทุ่มเถียงว่านี่เป็นการกระทำของโจรหรือคนที่แอบอ้างเป็นทหารก็อาจเสื่อมเสียถึงทหารมากยิ่งขึ้นไปอีก

 

Advertisements