คำแปลอย่างไม่เป็นทางการ

English version is below

 b933d3a2-87a2-4fbd-886e-43d5ff8e7def

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนเรียกร้องทางการไทย

ให้ยกเลิกข้อกล่าวหาทั้งหมดต่อแกนนำนักศึกษา

 

กรุงเทพฯ (22 มกรามคม 2559) – สำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (United Nations Human Rights Office for South-East Asia (OHCHR) กระตุ้นรัฐบาลทหารไทยให้ยกเลิกข้อกล่าวหาทั้งหมดต่อแกนนำนักศึกษา 11 คนที่ถูกจับกุมข้อหาละเมิดข้อห้ามการชุมนุม

นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ แกนนำนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่กล่าวว่า เขาถูกกลุ่มผู้ชายที่ไม่ได้แสดงตนจับกุมที่หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์วิทยาเขตในกรุงเทพฯ เมื่อค่ำวันพุธ ในวันพฤหัสบดีตอนเช้า น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว น.ส.ชนกนันท์ รวมทรัพย์ และนายกรกช แสงเย็นพันธ์ได้ไปเยี่ยมนายสิรวิชญ์ที่สถานีตำรวจที่เขาถูกควบคุมตัว นักศึกษาเหล่านี้ถูกตั้งข้อหาด้วยความผิดเดียวกัน

มีการนำตัวนักศึกษาทั้งสี่คนไปยังศาลทหารเมื่อวันพฤหัสบดี และมีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างรอการไต่สวน ศาลทหารได้ยกคำร้องที่ให้ควบคุมตัวชั่วคราวต่อนักกิจกรรมทั้งสี่คน

นักศึกษาเหล่านี้ถูกออกหมายจับเนื่องจากละเมิดคำสั่งของรัฐบาลทหารที่ห้ามการชุมนุมทางการเมือง ทั้งนี้โดยได้โดยสารรถไฟเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2558 ไปยังโครงการอุทยานที่กองทัพไทยจัดสร้างขึ้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้งนี้เพื่อรณรงค์ให้เห็นการทุจริตตามข้อกล่าวหาว่ามีขึ้นกับโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ เจ้าหน้าที่ได้โดยสารไปพร้อมขบวนรถไฟและขัดขวางไม่ให้นักกิจกรรมเหล่านี้ไปถึงจุดหมายปลายทาง

ต่อมามีการตั้งข้อหาจากเหตุการณ์เดียวกันกับนักศึกษาอีกเจ็ดคน

“สิทธิที่จะชุมนุมโดยสงบและสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพด้านความเห็น เป็นสิทธิพื้นฐาน และไม่ควรถือเป็นความผิดอาญาร้ายแรง” Laurent Meillan ว่าที่ตัวแทนภูมิภาค OHCHR กล่าว “เรากระตุ้นให้ทางการยกเลิกข้อกล่าวหาทั้งหมดต่อนักศึกษาเหล่านี้”

นักศึกษาเหล่านี้ถูกตั้งข้อหาละเมิดคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดหกเดือน

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนกังวลกับการใช้คำสั่งคสช. แทนที่จะใช้พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 อันเป็นเหตุให้คดีเหล่านี้ต้องเข้ารับการไต่สวนในศาลทหาร เสี่ยงที่จะเกิดการพิจารณาคดีที่ไม่เป็นธรรมและเป็นเหตุให้จำเลยไม่มีสิทธิอุทธรณ์คดี

OHCHR ยังกังวลกับข้อกล่าวหาว่าทหารได้ใช้ถุงคลุมศีรษะนายสิรวิชญ์ระหว่างที่เขาถูกจับกุม ทั้งยังมีการตบและเตะเขาระหว่างการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ผู้ทำการจับกุมไม่ได้แสดงตน ไม่ได้บอกเหตุผลของการควบคุมตัว ทั้งยังไม่ได้ให้ข้อมูลกับนายสิรวิชญ์ว่าจะนำตัวเขาไปควบคุมตัวที่ใด

OHCHR กระตุ้นให้รัฐบาลสอบสวนตามข้อกล่าวหาว่ามีการปฏิบัติที่โหดร้าย และอนุญาตให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทำหน้าที่สอบสวนกรณีนี้อย่างเป็นอิสระ

“ทางการรวมทั้งเจ้าหน้าที่ความมั่นคงไม่เพียงมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย หากยังต้องดูแลให้เจ้าหน้าที่ของตนปฏิบัติตามกฎหมายเหล่านั้นในทุกสภาพการณ์ด้วย” Meillan กล่าว

ในฐานะรัฐภาคีกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights-ICCPR) รัฐบาลไทยมีพันธกรณีต้องคุ้มครองเสรีภาพของพลเรือนของตน รวมทั้งสิทธิที่จะปลอดพ้นจากการควบคุมตัวโดยพลการ การได้รับแจ้งข้อกล่าวหาที่มีต่อตน การเข้าถึงทนายความ และการไต่สวนโดยศาลที่เป็นอิสระและไม่ลำเอียง

(Embedded image moved to file: pic37899.gif)
NEWS RELEASE

OHCHR calls on Thai authorities to drop all charges against student
activists

BANGKOK (22 January 2016) – The United Nations Human Rights Office for
South-East Asia (OHCHR) urges the Thai military to drop all charges against
11 student activists arrested for violating a ban on political gatherings.

Sirawit Seritiwat, a student activist with the New Democracy Movement, said
he was apprehended by uniformed men near Thammasat University campus in the
capital Bangkok late on Wednesday. On Thursday morning, Chonticha
Jaeng-rew, Chanoknan Ruamsap and Korakoch Saengyenpan visited Sirawit at
the police station where he was being held, and were themselves charged
with the same offence.

The four students appeared in a military court on Thursday, and were
released pending a later hearing. The military court dismissed a request to
remand the four activists.

The students were wanted for violating the military government’s ban on
political assembly by boarding a train on 7 December 2015 bound for a park
built by the army in Prachuap Khiri Khan province. Their visit was intended
to highlight alleged corruption in the construction of Rajabhakti Park.
Authorities boarded the train, and prevented the activists from proceeding
to the park.

Seven other students have been charged over the same incident.

“The right to peaceful assembly and freedom of expression and opinion are
fundamental rights and should never be regarded as a serious criminal
offence,” said Laurent Meillan, the acting OHCHR regional representative.
“We urge the authorities to drop all charges against the students.”

The students have been charged with violating an Order published by the
National Council of Peace and Order (NCPO) which bans political gathering
of more than five persons. The Order carries a maximum sentence of six
months in prison.

The UN Human Rights Office is concerned by the use of the NCPO Order
instead of a law under the Public Assembly Act of 2015, meaning the case
will be heard by a military court which raises the risk of an unfair trial
and leaves defendants with no right to appeal.

OHCHR is also concerned that soldiers allegedly placed a hood over
Sirawit’s head when he was arrested, and that he was slapped and kicked
while in custody. The apprehending soldiers allegedly failed to identify
themselves, gave no reason for his detention and did not advise Sirawit
where he was being held.

OHCHR urges the Government to investigate the allegations of ill-treatment,
and to allow the National Human Rights Commission of Thailand carry out an
independent investigation into the incident.

“The authorities, including all security officials, not only have the duty
to enforce the law, but also to ensure that they themselves abide by the
law at all times,” said Meillan.

As a party to the International Covenant on Civil and Political Rights
(ICCPR), the Thai Government is obliged to protect the civil liberties of
all its citizens, including the rights to be protected against arbitrary
detention, to be informed of any charges against them, to be given access
to legal counsel, and to face an independent and impartial tribunal.

ENDS

For media inquiries, please contact Jeremy Laurence (+66 84 700 4671 /
laurencej@un.org )
For your news websites and social media: Key messages about our news
releases are available on UN Human Rights social media channels, listed
below. Please tag us using the proper handles
Twitter: OHCHR_SEAsia
Facebook: UNHumanRightsSEAsia
Google+: unitednationshumanrights
Youtube: unohchr

The Regional Office for South-East Asia in Bangkok represents the High
Commissioner for Human Rights within South East Asia. The High Commissioner
for Human Rights is the principal human rights official of the United
Nations and heads the Office of the United Nations High Commissioner for
Human Rights, which spearheads the United Nations’ human rights efforts .

 

Advertisements