Thai version is below

ภาษาไทยด้านล่างในข้อความนี้

(Unofficial Translation)images

An explanation from the Internal Security Operations Command Region

(ISOC Region 4 Forward)

RE: the death in custody of Mr. Abduldayib Dolah in the military barrack

—————–

On 4 December 2015, at 08.00am, there was a report that Mr. Abduldayib Dolah, 45 years old, from Ban Mai, Tambon Kolotanyong, Nongchik District, Pattani, had died in the military camp.

Mr. Abduldayib Dolah was arrested on 11 November 2015 by officers from the Pattani Joint Special Operations Command and Pattani Taskforce 24 in charge of law enforcement in Tambon Kolotanyong, Nongchik District, Pattani.

Mr. Abduldayib Dolah, aka “Pao Zu”, was a leading insurgent at the rank of kompi (commander). From initial interrogation, he had confessed to being an insurgent and had undergone ‘zumpao’ (taking vows). Later, the testimony was keyed into a daily record at the Nong Chik police station and he was then transferred for further interrogation at the military intelligence unit forward in the Southern Border Provinces. Later, he was found dead while being held in custody on 4 December 2015.

After his mortality, the authorities have invited three security forces, relatives of the deceased and the Pattani Provincial Islamic Committee to join the autopsy, though the doctor could not determine the cause of death.

Given the unclear cause of death and to console his relatives and general public, and particularly to quell any doubts among people and groups with ill intention which might misuse the death of Mr. Abduldayib Dolah for a mischievous purpose and to harbor false information accusing the officers as the perpetrators, a consent has been requested for from the wife of the deceased to have his body dissected for further examination at the hospital in the Prince of Songkla University’s Hatyai Campus. The consent has been given so.

The Internal Security Operations Command Region (ISOC Region 4 Forward) would like to ask the public, religious leaders, local community leaders and relatives of the deceased to not fall prey to any propagandist groups which might want to exploit the incidence to create division, disgrace, and other damage with the state agencies before any truth will come out from the dissecting and examination of the body by the medical team. Further information shall be announced later.

___________

คำชี้แจง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ประเด็น นายอับดุลลายิ ดอเลาะ เสียชีวิตในขณะถูกควบคุมตัวในค่ายทหาร —————– เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2558 เวลา 08.00 น. ได้รับแจ้งว่า นายอับดุลลายิ ดอเลาะ อายุ 45 ปี อยู่ที่บ้านใหม่ ตำบลคอลอตันหยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ได้เสียชีวิตในค่ายทหาร นายอับดุลลายิ ดอเลาะ ได้ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 โดยหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมจังหวัดปัตตานี และ หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 24 เข้าติดตามจับกุม บังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ตำบลคอลอตันหยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี นายอับดุลลายิบ ดอเลาะ หรือ เปาะซู เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรง ระดับหัวหน้า kompi และผลการซักถามขั้นต้น นายอับดุลลายิบฯ ได้ให้การยอมรับว่า เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรง เคยผ่านการซูมเปาะ ซึ่งในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำไปลงบันทึกประจำวัน ณ สถานีตำรวจภูธรอำเภอหนองจิก และทำการส่งตัว นายอับดุลลายิบฯ ดำเนินกรรมวิธีซักถาม ณ หน่วยข่าวกรองทางทหาร ส่วนหน้า จังหวัดชายแดนภาคใต้ จนกระทั่งเสียชีวิตในระหว่างถูกควบคุมตัว เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2558 การเสียชีวิตของ นายอับดุลลายิบ ดอเลาะ เจ้าหน้าที่ได้เชิญกำลัง 3 ฝ่าย ญาติผู้เสียชีวิต และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานีเข้าทำการตรวจสอบ และแพทย์ในพื้นที่ไม่สามารถระบุสาเหตุของการเสียชีวิตได้ ในเมื่อไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงว่าเกิดจากสาเหตุใด เพื่อความสบายใจของญาติๆ และประชาชนทั่วไป ที่สำคัญเพื่อเป็นข้อกังขาให้กลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดีนำประเด็นการเสียชีวิตของ นายอับดุลลายิบ ดอเลาะ ไปหาผลประโยชน์ทำการขยายผล และบิดเบือนข้อเท็จจริง หรืออาจจะมีการกล่าวหาว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ จึงได้ขออนุญาตจากภรรยา นายอับดุลลายิบ ดอเลาะ นำศพไปทำการผ่าพิสูจน์ที่ โรงพยาบาล มอ.หาดใหญ่ โดยทางญาติได้ให้คำยินยอมเพื่อทำความจริงให้ปรากฏ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จึงเรียนมายังพ่อแม่พี่น้องประชาชน ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และกลุ่มเครือญาติผู้เสียชีวิต อย่าหลงตกเป็นเครื่องมือเชื่อข่าวลือใดๆ ของกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดีอันที่จะนำมาซึ่งสร้างแตกแยก ความเสื่อมเสีย และสร้างความเสียหายต่อหน่วยงานภาครัฐ ก่อนที่ความจริงจะปรากฏ รอผลจากการผ่าพิสูจน์ศพจากทางคณะแพทย์ จะมีการแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไป

Advertisements