มูลนิธิผสานวัฒนธรรม Cross Cultural Foundation 
ใบแจ้งข่าว

ศาลแพ่ง นัดสืบพยานคดีพลทหารสมชาย ศรีเอื้องดอยถูกซ้อมทรมานจนเสียชีวิต

ในวันที่ 26 สิงหาคม 2558 ศาลแพ่ง รัชดา นัดสืบโจทก์ในคดี พ.289/2558 ในคดีระหว่าง นางสายสุดา ศรีเอื้องดอย โจทก์ กับ กระทรวงกลาโหม จำเลยที่ 1 กองทัพบก จำเลยที่ 2 และ สำนักนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 3 ในข้อหา ละเมิดเรียกค่าเสียหาย ห้องพิจารณาที่ 803 เวลา 09.00 น. ขอเชิญผู้สนใจและสื่อมวลชนเข้ารับฟังการพิจารณาได้ตามวันและเวลาดังกล่าวข้างต้น

ข้อเท็จจริงคดีนี้ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21-23 มกราคม 2557 ผู้ตายชื่อพลทหารสมชาย ศรีเอื้องดอย อายุ 20 ปีเศษ เป็นทหารประจำค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่ ถูกซ้อมทรมานโดยเจ้าหน้าที่ทหาร 3 นาย ลงโทษด้วยการใช้ปี๊บคลุมศีรษะ ใช้อาวุธตีที่ศีรษะ แผ่นหลัง หน้าอก จำนวน 20 ครั้ง หลังจากนั้นพลทหารสมชาย ฯ ได้แจ้งให้มารดาทราบว่าตนถูกซ้อมทรมาน จนกระทั่งต่อมาวันที่ 28 มกราคม 2557 พลทหารสมชายถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลค่ายกาวิละ ด้วยอาการไอ เจ็บคอ มีอาการเหนื่อย หอบ และเหงื่อแตก เจ้าหน้าที่พยาบาลโรงพยาบาลกาวิละ ตรวจสอบอาการแล้ว เห็นว่ามีอาการหนัก เข้าใจมีอาการติดเชื้อ จึงส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเทพปัญญา จังหวัดเชียงใหม่ จนกระทั่งพลทหารสมชาย ฯ ถึงแก่กรรมลงเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2557 เวลา 10.40 น. โดย แพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ได้ทำการชันสูตรพลิกศพ ผลการชันสูตรพลิกศพ ระบุว่า ร่างกายไม่มีบาดแผล สาเหตุการตาย ติดเชื้อไข้หวัดนก ปอดอักเสบ ในระหว่างรักษาตัวที่โรงพยาบาลเทพปัญญา จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า มีคนไข้ติดเชื้อไข้หวัด จำนวน 20 ราย แต่มีพลทหารสมชาย ฯ เสียชีวิตเพียงผู้เดียว โดยก่อนหน้าที่พลทหารสมชายฯ มีสุขภาพร่างกาย แข็งแรง หากไม่ถูกซ้อมทรมาน จนเป็นเหตุให้ร่างกายอ่อนเพลียจนร่างกายติดเชื้อ เป็นผลโดยตรงจากการถูกซ้อมทรมาน

​จากการชันสูตรและผลการชันสูตรของแพทย์ เป็นข้อต่อสู้ของจำเลยทั้งสาม โดยอ้างว่า ภายหลังการตายของพลทหารสมชาย ฯ ได้มีการจัดตั้งกรรมการตรวจสอบความผิดของเจ้าหน้าที่ทหารทั้งสามนายแล้ว ตามคำร้องขอของนางสายสุดา ศรีเอื้องดอย มารดาพลทหารสมชาย ฯ แล้ว ไม่ปรากฏว่ามีการซ้อมทรมานผู้ตายแต่อย่างใด

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2558 นางสายสุดา มารดา จึงฟ้องเรียกค่าเสียหายจากหน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ทหารผู้กระทำละเมิดต่อศาลแพ่ง โดยเรียกค่าเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพในชีวิต ร่างกายหรือจิตใจ เป็นเงิน 5,000,000 บาท ค่าปลงศพ เป็นเงิน 300,000 บาท โดยทางจำเลยได้จ่ายไปแล้วเป็นเงิน 40,000 บาท และค่าขาดไร้อุปการะและค่าขาดแรงงานในครอบครัว โดยนางสายสุดา มีพลทหารสมชายเพียงผู้เดียวที่ทำมาหาเลี้ยงครอบครัว โดยคิดเป็นเงินเดือนละ 30,000บาทต่อเดือนจนนางสายสุดาอายุถึง 95 ปี เป็นเวลา 35 ปีคิดเป็นเงิน 12,600,000 บาท 

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

               มูลนิธิผสานวัฒนธรรม โทร. 02-6934939 ต่อ 301 หรือ

             ทนายนิตยา หว่างไพบูลย์ สภาทนายความโทร 081-9939061

 

Advertisements