Uncategorized

ขอเชิญร่วมสังเกตการณ์ นัดไต่สวนมูลฟ้องคดีผู้เสียหายจากการทรมานยื่นฟ้องตำรวจเมืองปราจีนบุรีหลังเรียกร้องความเป็นธรรมมานานกว่า ๖ ปีแล้ว 

  
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

เผยแพร่วันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๘ใบแจ้งข่าว

ขอเชิญร่วมสังเกตการณ์ นัดไต่สวนมูลฟ้อง

คดีผู้เสียหายจากการทรมานยื่นฟ้องตำรวจเมืองปราจีนบุรี

หลังเรียกร้องความเป็นธรรมมานานกว่า ๖ ปีแล้ว

 

ในวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๘ เวลา ๑๓.๓๐ น. ศาลจังหวัดปราจีนบุรี กำหนดนัดไต่สวนมูลฟ้อง คดีอาญาหมายเลขดำที่ ๙๒๕/๒๕๕๘ กรณีนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร เป็นโจทก์ยื่นฟ้องตำรวจ ๗ นาย ฐานร่วมกันกระทำความผิดในข้อหา ความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ความผิดต่อร่างกาย และความผิดต่อเสรีภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗, ๒๐๐, ๒๙๕, ๓๐๕, ๓๑๐, ๓๙๑ ประกอบมาตรา ๘๓, ๙๑ มีระวางโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งขณะเกิดเหตุในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ตำรวจทั้ง ๗ นาย ปฏิบัติหน้าที่ราชการตำรวจ สังกัดอยู่ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองปราจีนบุรี ๒ นาย และตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดปราจีนบุรี ๕ นาย การที่ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องเนื่องจากเป็นคดีที่ผู้เสียหายฟ้องคดีเอง ศาลจะได้พิจารณาพยานหลักฐานที่ฝ่ายโจทก์นำสืบ ถ้าเห็นว่ามีมูลเพียงพอก็จะรับฟ้องเพื่อพิจารณาพิพากษาคดีต่อไป

คดีนี้สืบเนื่องมาจาก การที่นายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร และนายสมศักดิ์ ชื่นจิตร (บิดา) ภูมิลำเนาอยู่อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อองค์กรภาครัฐและองค์กรอิสระจำนวนมาก ตลอดระยะเวลากว่า ๖ ปีแล้ว ในการเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและดำเนินคดีเอาผิดเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในเมืองปราจีนบุรี ๗ นาย ที่จับกุมและทำร้ายร่างกายด้วยการทรมานนายฤทธิรงค์ ขณะเป็นเยาวชนอายุ ๑๘ ปี และเป็นนักเรียนอยู่ เพื่อบังคับให้รับสารภาพว่ากระทำความผิดวิ่งราวทรัพย์ ทั้งที่นายฤทธิรงค์ไม่ได้กระทำความผิด และต่อมาได้มีการจับกุมดำเนินคดีบุคคลที่เป็นผู้กระทำความผิดตัวจริงไปแล้ว เหตุเกิดเมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๒ ที่อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อการเรียกร้องต่อองค์กรภาครัฐและองค์กรอิสระไม่เป็นผล ต่อมาในวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๗ นายฤทธิรงค์ และนายสมศักดิ์ จึงได้ร้องขอความช่วยเหลือต่อมูลนิธิผสานวัฒนธรรมซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคมที่ไม่แสวงหากำไร ดำเนินกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชนและให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนเพื่อเข้าถึงความยุติธรรมตามหลักการแห่งรัฐธรรมนูญและพันธกรณีระหว่างประเทศว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชน ทางมูลนิธิฯ จึงได้จัดหาทีมทนายความให้ความช่วยเหลือนายฤทธิรงค์ในการดำเนินคดี จนนำมาซึ่งการฟ้องคดีนี้ต่อศาลจังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2558

นับว่าเป็นคดีสำคัญ พฤติการณ์แห่งคดีเป็นกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงต่อประชาชน นอกจากจะเป็นความผิดต่อกฎหมายอาญาและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว ยังเข้าข่ายผิดต่ออนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (CAT) ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีของอนุสัญญานี้ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ อันมีผลผูกพันให้ประเทศไทยต้องดำเนินการเพื่อป้องกันและต่อต้านการทรมาน รวมทั้งดำเนินคดีนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้บังเกิดผลจริงจังด้วย แต่กรณีนี้ผู้เสียหายและบิดาของผู้เสียหายได้ฝ่าฟันอุปสรรคปัญหาในการใช้สิทธิเรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อหน่วยงานต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็นต้นมา โดยหวังว่าหน่วยงานของรัฐจะได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายของไทย แต่ก็ไม่เป็นผล จนกระทั่งผู้เสียหายต้องยื่นฟ้องคดีเอง  

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  

นายปรีดา นาคผิว ๐๘๙-๖๒๒๒๔๗๔ ทนายความ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

นายสัญญา เอียดจงดี ๐๘๔-๑๒๑๒๕๙๖

นางสาวนันทนา แก้วนวล ๐๘๖-๓๙๑๗๐๔๙ ทนายความอิสระ

 

Advertisements