logo-white

เอกสารแปล

แนวทางในการปกป้องสิทธิในที่ดินของสมาชิกชุมชน ขององค์กรนามาติ (Namati)

แปลโดย ณัฐาศิริ เบิร์กแมน

องค์กรนามาติได้พัฒนาวิธีการในการรวบรวมข้อมูล การสร้างเเผนทีของพื้นที่ การแก้ปัญหาแผนที่ซ้ำซ้อน กฎและวิธีการในการดำเนินการดูแลที่สาธารณะเพื่อความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ และวิธีการจดทะเบียนที่ดินให้ถูกต้องโดยหวังว่าในท้ายที่สุดแล้วจะสามารถนำวิธีการเหล่านี้ส่งต่อสมาชิกในชุมชนและหวังว่าจะสามารถนำวิธีการทั้งสี่นี้ไปพัฒนาให้เป็นวิธีการที่เหมาะสมกับสภาพชุมขนของตัวเองได้ และใช้เป็นเครื่องมือในการต่อรองกับนักลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพได้อนาคต เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบันที่ผู้คนมีความต้องการเป็นเจ้าของที่ดินทำกิน เจ้าของพื้นที่ต้องลงมือปกป้องทรัพยกรธรรมชาติและที่ดินของชุมชนตัวเองทันที โดยนามาติหวังว่าจะมีเครือข่ายที่นำวิธีการที่องค์กรให้พัฒนาไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อชุมชน ตามบริบทของชุมชนนั้น

วิดีโอสั้นสี่เรื่องประกอบไปด้วย

  1. เราจะปกป้องทีดินของชุมชนได้อย่างไร รวมทั้งได้มีการอธิบายถึงวีธีการดำเนินการหน้าที่และบทบาทของรากหญ้าหรือนักปกป้องสิทธิในพื้นที่ รวมทั้งบทบาทของทนายความในการที่จะร่วมเรียกร้องเพื่อให้เกิดผลไปในแนวทางที่เป็นบวก

เพราะที่ดินเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของชุมชน ดังนั้นหากจะมีการดำเนินการใดๆอันเกี่ยวกับที่ดินนี้ การนั้นต้องก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสมาชิกชุมชนนั้น ซึ่งความเข้มเเข็งของชุมชนในสิทธิในที่ดินนี้เกิดขึ้นได้โดย การรวมกันปกป้องที่ดินของสมาชิกในชุมชน ซึ่งสมาชิกทุกคนต้องมีส่วนร่วม

โดยนามาติได้เริ่มกระบวนการนี้โดยเลือกหัวหน้าโครงการหนึ่งคนมาจากสมาชิกในชุมชนนั้น เพื่อเป็นบุคคลที่จะรวบรวมขอ้มูลต่างเช่น ทำแผนทีชุมชนเพื่อทราบถึงพื้นที่ของชุมชนที่มีอยู่ และลดปัญหาการขัดแย้งกันเรื่องที่ดินทำกิน และจัดให้มีการเเลกเปลี่ยนถึงวิธีการใช้ทรัพยากรที่ดินในอดีตว่าเป็นอย่างไรและในปัจจุบันนั้นเป็นอย่างไร เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการวางแผนการใช้ที่ดินในอนาคต โดยในการว่าแผนนี้จะมีการจัดให้สมาชิกได้มีส่วนร่วมและนำกฎและวีการใช้ที่ดินในอดีตที่ยังเป็นประโยชน์มาใช้ร่วมกับกฎที่จะเขียนขึ้นมาใหม่ เพื่อประโยชน์สูงสุดของชุมชน โดยวิธีการนี้จะต้องได้รับการโหวตจากสมาชิกในชุมชนว่าเห็นด้วยกับกฎนี้ และหากคนสวนใหญ่เห็นด้วยกฎที่ร่างขึ้นมาในจะนำมาใช้เป็นแนวทางและวิธีการปฎิบัติในการปกป้องสิทธิในที่ดิน ของชุมชน

  1. การทำแผนที่ชุมชน เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าชุมชนมีเขตพื่นที่เท่าใดเพื่อง่ายกแกการดูแลและไม่เป็นการทับซ้อนที่ดินของชุมชนอื่น โดยในวิดีโอที่ส่องนี้จะมีการอธิบายถึงวิธีการทำแผนที่ชุมชน การจัดเก็บข้อมูลทรัพยกรธรรมชาติในชุมชน การสร้างความสามัคคีชายเเดนของชุมชน รวมทั้งการแก้ปัญหาความขัดแย้งเรื่องแย่งที่ดินทำกิน เพื่อจดทะเบียนให้เป็นเอกสารที่เป็นที่ดินชุมชน

ซึ่งในการทำแผนที่นี้ชุมชนที่มีเขตแดนติดกันต้องช่วยกันทำแผนที่ โดยสมาชิกทุกคนในสังคมจะร่วมกันวาดแผนที่ของชุมชนตัวเองขึ้นมาแล้วนำมาเปรียบเทียบกันระหว่างชุมชนที่มีอาณาเขตติดกันนั้น ก่อนที่จะมีการกำหนดให้พื่นที่ใดๆเป็นพื่นทีสาธารณะที่ทั้งสองชุมชนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ เช่น ป่าสาธารณะเป็นต้น โดยก่อนที่จะกำหนดว่าพื่นที่ใดใช้ประโยชน์อย่างได้ ต้องมีการพูดคุยเจรจากันระหว่างชุมชนหลายครั้ง เพื่อลดความเข้าใจผิดและก่อให้เกิดประโยชน์ตรงวัตถุประสงค์ของทั้งสองชุมชนให้มากที่สุด เมื่อได้อาณาเขตตามที่ต้องการแล้วก็จัดให้มีการทำให้เป็นทางการ โดยนามาติมีการอบรมขั้นตอนการวัดและทำแผนที่ชุมชนให้เครืองข่าวด้วย

  1. การจัดทำกฎในการดูแลที่ดินชุมชน ซึ่งจะอธิบายถึงการจัดทำเอกสารทางกฎหมายและวิธีการร่างเอกสารซึ่งจะใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการที่ดินชุมชนรวมทั้งสาธารณะประโยชน์และทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดอย่างเป็นธรรมและยั่งยื่น แก่บุคคลทุกกลุ่มโดยเฉพาะในผู้หญิงและชนกลุ่มน้อยในสิทธิในการมีที่ดินทำกิน

โดยกฎที่จะใช้ในการจัดการที่ดินชุมชนนี้ต้องเป็นกฎที่ดีและป้องการกันลุแก่อำนาจของผู้ใช้ด้วย เช่นกฎที่จะไม่ยินยอมให้มีการซื้อขายที่ดินในชุมชนโดยต้องให้ได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกในชุมชนนั้น โดยต้องปกป้องผลประโยชน์ของสมาชิกทุกคนเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะผู้หญิงและชนกลุ่มน้อยให้มีสิทธิในที่ดินทำกินด้วย โดยร่างกฎหมายที่จะออกมานี้ต้องได้รับคำเสนอแนะ ข้อคิดเห็นจากคนในชุมชนนั้นด้วย โดยต้องไม่ลืมที่จะให้ผู้อาวุโสของชุมชนได้ออกความเห็นว่ากฎไหนดีหรือไม่สำหรับชุมชน โดยยอมให้นำใช้กฎที่มีมานานและยังเป็นประโยชน์อยู่มาใส่ในร่างด้วย โดยมีข้อแม้ว่ากฎนั้นต้องไม่ขัดกับกฎหมายของประเทศ

ซึ่งร่างนี้จะครอบคลุมไปถึง

  1. กฎและวิธีการจัดการที่ดิน
  2. ขอ้กำหนดให้การจัดการที่ดินของชุมชนใด สมาชิกของชุมชนนั้นต้องมีสิทธิลงความเห็น
  3. กฎการจัดการสังคมของชุมชนนั้น

โดยก่อนที่จะมีการนำกฎนี้ไปทำให้เป็นกฎหมายที่ใช้ได้จริงนั้นจะมีการจัดให้สมาชิกทุกหลังคาเรือนได้อ่านและแสดงความเห้กับกฎที่ออกมานั้น ก่อนที่จะมีการจัดให้โหวตว่าเห็นด้วยหรือไม่กับวิธีการจัดการดังกล่าว

  1. การปกป้องที่ดินและชุมชนในการต่อรองทางธุรกิจกับนายทุนจะมีการอธิบายถึงวิธีการทำให้ชุมชนเข้มเเข็งและเพิ่มอำนาจ ต่อรองให้กับชุมชนได้อย่างไร และวิธีการต่อรองการทำธุรกิจโดยหวังประโยชน์สูงสุดของชุมชนมีลักษณะอย่างไร

การจัดสรรที่ดินทำกินเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ขั้นตอนสำคัญอีกหนึ่งขั้นตอนคือการจัดการคือการปกป้องชุมชนโดยจัดให้มีการจัดการอย่างระมัดระหวังเพื่อให้สังคมอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความเข้าใจอย่างลึกซึ่งถึงสิทธิในที่ดินและคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่นั้น

วิธีการคำนวนมูลค่าของทรัพยากรธรรมชาติทำได้โดยการจัดทำรายชื่อของทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งหมดเพื่อใช้ในการคำนวนมูลค่าทรัพยากรว่ามีเท่าไหร่ ก่อนที่จะจัดการเกี่ยวกับที่ดินในชุมชน รวมทั้งอำนาจในการต่อรองกับนายทุนว่าชุมชนมีสิทธิจะได้อะไร เท่าไหร่ และมีสิทธิที่จะปฎิเสธข้อเสนอทางธุรกิจที่ไม่เป็นธรรมด้วย โดยส่วนสำคัญของการตกลงทำธุรกิจคือความเห็นของสมาชิกชุมชนนั้น ซึ่งจะทำให้ข้อตกลงทางธุรกิจโปร่งใสมากขึ้นด้วย

Source: https://www.youtube.com/playlist?list=PLFFreO-6Fa7-StX8MQc4g8Nl9R84tHIc3

Advertisements