Logo-Mac-F1

http://th.macmuslim.com/?p=883

เผยแพร่วันที่ 10 พฤษภาคม 2558

ใบแจ้งข่าว

ศาลจังหวัดยะลา ยกคำร้องขอขยายระยะเวลาควบคุมตัวตาม พรก.ฉุกเฉินฯ

กรณีนายมูหาหมัดยากี สาและ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2558

  สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2558 นายมูหาหมัดยากี สาและ ประธานเครือข่ายผดุงธรรมเพื่อสันติ ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลาตามคำเชิญของพนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่พนักงานเจ้าหน้าที่อ้างเหตุว่า นายมูหาหมัดยากีฯ มีความเชื่อมโยงและเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดที่ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัลเกาะสมุย ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และได้ขอออกหมายจับฉุกเฉินจากศาลจังหวัดยะลาและนำตัวไปควบคุมไว้ที่หน่วยซักถาม หน่วยข่าวกรองทางทหารส่วนหน้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ ค่ายอิงคยุทธบริหาร ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี  เป็นระยะเวลา 7 วัน        ต่อมาเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2558 เครือข่ายผดุงธรรมเพื่อสันติ ออกแถลงการณ์กรณีเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายมูหาหมัดยากีฯ และวันที่ 2 พฤษภาคม 2558  องค์กรเครือข่ายร่วม 8 องค์กร ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ปล่อยตัวนายมูหาหมัดยากีฯ ตามแถลงการณ์ที่เผยแพร่แล้วนั้น

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2558 ภรรยาของนายมูหาหมัดยากีฯ และทนายความจากมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ได้ร้องคัดค้านการขอขยายการควบคุมตัวนายมูหาหมัดยากี ฯ ต่อศาลจังหวัดยะลา ตามหมาย ฉฉ.18/2558 อ้างเหตุว่าจากการที่ภรรยาได้เข้าเยี่ยมนายมูหาหมัดยากีฯ ทราบว่าตลอดเวลาที่มีการควบคุมตัวนายมูหาหมัดยากีฯ ที่หน่วยซักถาม เจ้าหน้าที่ทำการซักถามข้อมูลเกี่ยวกับเหตุระเบิดที่ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัลเกาะสมุย ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายมูหาหมัดยากี สาและ ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่โดยตอบข้อซักถามโดยตลอด และยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดที่ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัลเกาะสมุย แต่อย่างใด และจากการเข้าเยี่ยมนายมูหาหมัดยากีฯ ทราบว่าเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2558 เจ้าหน้าที่ซักถามได้นำเอกสารจำนวนมากซึ่งเป็นรายงานผลการซักถามมาให้ลงลายมือชื่อแล้ว และตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2558 เจ้าหน้าที่ไม่ได้ซักถามเกี่ยวกับเหตุใดๆ แล้ว และไม่มีพยานหลักฐานใดที่เชื่อมโยงยืนยันว่า นายมูหาหมัดยากีฯ มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดดังกล่าว กรณีจึงไม่มีเหตุจำเป็นที่ต้องควบคุมตัวอีกต่อไป จากการเข้าเยี่ยมวันดังกล่าว นายมูหาหมัดยากีฯ ได้เขียนข้อความมอบให้ผู้ร้องคัดค้านเพื่อเป็นการยืนยันว่าตนได้ให้ถ้อยคำซักถามหมดแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะขอขยายเวลาควบคุมตัวอีกต่อไป

ต่อมาเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2558 พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรยะหา ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาการควบคุมตัวนายมูหาหมัดยากี สาและ อีกเป็นเวลา 7 วัน ศาลจังหวัดยะลาพิจารณาถึงเจตนารมณ์ของกฎหมาย คำนึงถึงสิทธิ เสรีภาพของประชาชน เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องตระหนักถึงการเคารพสิทธิมนุษยชนโดยเคร่งครัด การกักขังหรือควบคุมตัวโดยไม่ปรากฏข้อหาที่ชัดเจน ไม่ควรกระทำอีกต่อไป จึงมีคำสั่งยกคำร้องของพนักงานสอบสวนและให้ปล่อยตัวนายมูหาหมัดยากี สาและ

นายมูหาหมัดยากี สาและ เป็นอดีตจำเลยที่ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายและได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางศาลแล้ว โดยตกเป็นจำเลยในคดีความมั่นคงทั้งหมด 6 คดี พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง 1 คดี ศาลพิพากษายกฟ้องจำนวน 5 คดี เป็นคดีถึงที่สุดแล้ว 4 คดี หลังจากได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ นายมูหาหมัดยากีฯ ได้รวมกลุ่มกับเพื่อนๆ อดีตจำเลย ก่อตั้งกลุ่มเครือข่ายผดุงธรรมเพื่อสันติ (JOP/JUSTICE FOR PEACE) มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือแนะนำความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายแก่ผู้ได้รับผลกระทบ รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งให้แก่ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ได้เข้าร่วมโครงการยะลาสันติสุข ภายใต้การกำกับดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา และได้ให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างดีมาโดยตลอด

Advertisements