Uncategorized

แถลงการณ์เครือข่ายผดุงธรรมเพื่อสันติ กรณีเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายมูหาหมัดยากี สาและ. กรณีเกาะสมุย

เผยแพร่วันที่ 29 เมษายน 2558
แถลงการณ์เครือข่ายผดุงธรรมเพื่อสันติ กรณีเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายมูหาหมัดยากี สาและ
จากกรณีเหตุการณ์เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2558 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวนายมูหาหมัดยากี สาและ สมาชิกเครือข่ายผดุงธรรมเพื่อสันติ ไปพบที่สถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา โดยอ้างว่ามีหมายจับเกี่ยวกับเหตุการณ์ระเบิดเมืองยะลา ซึ่งศาลได้พิพากษายกฟ้องแล้วนั้น เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ นายมูหาหมัดยากี สาและ จึงเดินทางเข้าไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายมูหาหมัดยากี สาและ ไปซักถามที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี แต่เจ้าหน้าที่กลับอ้างว่านายมูหาหมัดยากี สาและ มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎ์ธานี และเจ้าหน้าที่ยังให้ข้อมูลข่าวต่อสื่อมวลชนด้วยว่า นายมูหาหมัดยากี สาและ เป็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับเหตุการณ์ระเบิดในคดีนี้ด้วย ซึ่งอาจมีการใช้อำนาจจับกุมควบคุมตัวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เกินความจำเป็นและเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อนายมูหาหมัดยากี สาและ ทั้งๆที่นายมูหาหมัดยากี สาและ แสดงความบริสุทธิ์เข้าพบเจ้าหน้าที่และให้ข้อมูลโดยสุจริต ขณะนี้นายมูหาหมัดยากี สาและ ยังคงถูกควบคุมตัวที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี โดยไม่ทราบระยะเวลาการควบคุมตัวว่าจะยาวนานเท่าใด ทั้งไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาและให้สิทธิของผู้ถูกจับตามกฎหมายใดๆ
นายมูหาหมัดยากี สาและ เป็นอดีตจำเลยที่ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายและได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางศาลแล้ว โดยตกเป็นจำเลยในคดีความมั่นคงทั้งหมด 4 คดี พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง 1 คดี ศาลพิพากษายกฟ้องและคดีถึงที่สุดแล้ว 3 คดี หลังจากได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ นายมูหาหมัดยากี สาและ ได้ร่วมกลุ่มกับเพื่อนๆจำเลย ก่อตั้งกลุ่มเครือข่ายผดุงธรรมเพื่อสันติ (JOP) มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือแนะนำความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายแก่ผู้ได้รับผลกระทบ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบด้วย นอกจากนี้นายมูหาหมัดยากี สาและ ได้เข้าร่วมโครงการยะลาสันติสุข ภายใต้การกำกับดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา และได้ให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างดีมาโดยตลอด
จากเหตุการณ์การควบคุมตัวนายมูหาหมัดยากี สาและ ครั้งนี้ เครือข่ายผดุงธรรมเพื่อสันติ มีความกังวลและห่วงใยต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งหมิ่นเหม่ต่อการละเมิดสิทธิของผู้บริสุทธิ์ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุความรุนแรง ซึ่งในวันเกิดเหตุระเบิดที่เกาะสมุยนั้น ภรรยาของนายมูหาหมัดยากี สาและ ยืนยันว่าในวันดังกล่าวนายมูหาหมัดยากี สาและ เลี้ยงลูกอยู่ที่บ้านของภรรยาที่อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่ผ่านมาเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์ความรุนแรง มักจะเล็งเป้าหมายต่อกลุ่มบุคคลที่เคยถูกบังคับใช้กฎหมายหรือกลุ่มจำเลยในคดีความมั่นคงที่ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และได้รับการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้เป็นผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่แต่อย่างใด เครือข่ายผดุงธรรมเพื่อสันติ จึงขอเรียกร้องต่อหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความเป็นธรรมต่อนายมูหาหมัดยากี สาและ ดังต่อไปนี้
1. ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้หลักการของกฎหมายและเคารพหลักสิทธิมนุษยชน โดยไม่มีทัศนคติในด้านลบต่อกลุ่มเพื่อนจำเลยในคดีความมั่นคง
2. ขอให้เจ้าหน้าที่ตระหนักถึงการปกป้องและคุ้มครองสิทธิของผู้บริสุทธิ์ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุความรุนแรง โดยหามาตรการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อมิให้เป็นเงื่อนไขสร้างชนวนของความขัดแย้งจนกลายเป็นอุปสรรคต่อการสร้างสันติภาพในพื้นที่ต่อไป
3. ขอเรียกร้องให้ภาครัฐนำข้อเท็จจริงจากภรรยาและครอบครัวของนายมูหาหมัดยากี สาและ รวมทั้งผู้ใหญ่บ้าน เพื่อประกอบเป็นข้อเท็จจริงในการพิจารณาให้ความเป็นธรรมกับนายมูหาหมัดดยากี สาและ ด้วย
4. หากภาครัฐพิสูจน์ทราบอย่างชัดเจนนายมูหาหมัดยากี สาและ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใดกับเหตุการณ์ระเบิดที่เกาะสมุย ขอเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องรีบดำเนินการปล่อยตัวนายมูหาหมัดยากี สาและ ให้เป็นอิสระโดยทันทีและให้มีการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย รวมทั้งชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ เพื่อสร้างความเข้าใจถูกต้องต่อประชาชนทั่วไปและเป็นการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของนายมูหาหมัดยากี สาและ ด้วย

เครือข่ายผดุงธรรมเพื่อสันติ

29 เมษายน 2558

25580429-231200.jpg

Advertisements