martial law

แถลงการณ์โดยโฆษกข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กรณีประเทศไทย/การแก้ไขพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร

English version is below
แถลงการณ์โดยโฆษกข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ
กรณีประเทศไทย/การแก้ไขพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร

10 กุมภาพันธ์ 2558

เรามีความกังวลต่อเนื้อหาบางมาตราของข้อเสนอเพื่อแก้ไขพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 ซึ่งมีกำหนดจะนำเข้าสู่การพิจารณาภายในอาทิตย์นี้ เนื่องจากข้อเสนอดังกล่าวไม่เป็นไปตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ สภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งแต่งตั้งโดยรัฐบาลทหารปี 2557 วางแผนที่จะลงมติเพื่อรับรองร่างแก้ไขดังกล่าว ภายใน 2-3 อาทิตย์ที่จะถึงนี้

เรามีความกังวลโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อข้อเสนอเพื่อแก้ไขมาตรา 46 ซึ่งให้อำนาจผู้บังคับบัญชาทหารในการสั่งควบคุมผู้ต้องหาทั้งทหารและพลเรือนตามประมวลกฎหมายวิธิพิจารณาความอาญาได้ถึง 84 วัน โดยไม่มีองค์กรตุลาการตรวจสอบ นับตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2557 ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาคดีที่ผู้ต้องหาเป็นพลเรือนตามความผิดอาญาบางประเภท รวมถึงความผิดตามกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ความผิดต่อความมั่นคง และความผิดจากการละเมิดคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งข้อเสนอเพื่อแก้ไขมาตราดังกล่าวอาจถูกนำมาบังคับใช้กับกรณีนี้ด้วย

การควบคุมตัวบุคคลโดยไม่มีองค์กรตุลาการตรวจสอบขัดต่อกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิก มาตรา 9 ของกติการะหว่างประเทศฯ กำหนดว่าบุคคลที่ถูกควบคุมตัวในข้อหาทางอาญาจะต้องถูกนำตัวโดยพลันไปยังศาล คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติซึ่งเป็นกลไกตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองตีความคำว่า “โดยพลัน” ว่าหมายถึงภายในระยะเวลา 2-3 วัน

สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเน้นย้ำถึงหลักประกันที่รัฐบาลชุดปัจจุบันให้ไว้ว่าจะยึดมั่นต่อพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน เราขอเรียกร้องให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติทบทวนร่างแก้ไขพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าวให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงสิทธิที่จะได้รับการตรวจสอบการควบคุมตัวโดยองค์กรตุลาการ สิทธิในการพบทนายความ สิทธิที่จะอุทธรณ์คดี เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลจำกัดการใช้ศาลทหารเฉพาะสำหรับการพิจารณาคดีความผิดต่อกฎหมายทหารซึ่งกระทำโดยเจ้าหน้าที่ทหาร ภายใต้บทบัญญัติของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ประเทศไทยมีหน้าที่ในการรับประกันว่าบุคคลทุกคนมีสิทธิได้รับการพิจารณาคดีอย่างเปิดเผยและเป็นธรรม โดยคณะตุลาการซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายที่มีอำนาจ มีความเป็นอิสระ และเป็นกลาง (มาตรา 14) และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติได้เน้นย้ำว่าการพิจารณาคดีของพลเรือนโดยศาลทหารไม่สามารถที่จะริดรอนสิทธิในส่วนนี้ได้

(3) Thailand

We are concerned that a number of proposed amendments to the 1955 Act on
the Organization of Military Courts due for consideration this week are not
in line with international human rights standards. The National Legislative
Assembly that was appointed by the military government in 2014 is expected
to adopt the amendments on Thursday.

We are particularly concerned that the proposed amendment to section 46
would authorize military commanders to issue detention orders for both
military personnel and civilians under the Criminal Procedure Code for up
to 84 days with no judicial oversight. Since the May 2014 coup, military
courts have had jurisdiction over civilians for specific offenses,
including lese majeste, security offences and violations of Orders of the
National Council of Peace and Order. The proposed amendment could be
applied in such cases.

Detention without judicial review breaches the International Covenant on
Civil and Political Rights (ICCPR), to which Thailand is a state party.
Under Article 9, a person detained on suspicion of a criminal offence is to
be brought promptly before a judge. The Human Rights Committee that
oversees the ICCPR has interpreted “promptly” to mean within a few days.

OHCHR notes assurances by the current Government of its commitment to
uphold its international human rights obligations. We urge the National
Legislative Assembly to revise the proposed amendments in line with
international human rights standards, including the right to judicial
review of detention, right to counsel and right to appeal. We call on the
Government to restrict the use of military courts to military offences
committed by military personnel. Under the ICCPR, Thailand has a duty to
ensure that everyone has the right to a “fair and public hearing by a
competent, independent and impartial tribunal established by law,” (article
14) and the Human Rights Committee has underlined that the military
character of a trial should in no way affect these rights.

ENDS

25580210-185448.jpg

Advertisements