คณะกรรมการว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เอกสารแปล ประเด็นปัญหาเกี่ยวกับรายงานตามวาระฉบับแรกและฉบับที่สองของประเทศไทย*

องค์การสหประชาชาติ E/C.12/THA/Q/1-2
คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (ECOSOC)
Distr.: General
5 ธันวาคม 2014
ภาษาเดิม ภาษาอังกฤษ
Advance unedited version

คณะกรรมการว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
ประเด็นปัญหาเกี่ยวกับรายงานตามวาระฉบับแรกและฉบับที่สองของประเทศไทย*

I. ข้อมูลทั่วไป
​1. กรุณายกตัวอย่างคดีในศาลในประเทศที่มีการนำข้อบทของกติกาฯ ไปอ้างอิงและ/หรือบังคับใช้
​2. กรุณาให้ข้อมูลเกี่ยวกับกลไกที่มีอยู่เพื่อประกันว่า มีการตรวจสอบอย่างเต็มที่ต่อการปฏิบัติตามพันธกรณีตามกติกาฯ ของรัฐภาคี ระหว่างที่มีการเจรจาและการปฏิบัติความตกลงด้านการค้าและโครงการพัฒนา รวมทั้งโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทั้งนี้เพื่อประกันการคุ้มครองสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อไม่ให้มีการละเมิดสิทธิของกลุ่มชนที่เสียเปรียบและอยู่ชายขอบมากสุด
​3. กรุณาให้ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการที่นำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) รวมทั้งความก้าวหน้าในการปฏิบัติตามข้อเสนอแนะเมื่อปี 2551 ของอนุกรรมการว่าด้วยการรับรองคุณสมบัติองค์กร (Sub-Committee on Accreditation) ของคณะกรรมการประสานงานระหว่างประเทศของสถาบันระดับชาติเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (International Coordinating Committee of National Institutions for the Promotion and Protection of Human Rights -ICC)

II. ประเด็นเกี่ยวกับบททั่วไปของกติกาฯ (ข้อ 1-5)
ข้อ 1 – สิทธิในที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ
​4. กรุณาระบุช่องทางและวิธีการที่แสดงว่า รัฐภาคีตระหนักถึงและคุ้มครองสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาณาบริเวณที่พวกเขาเคยครอบครองหรือใช้ประโยชน์มาแต่เดิม กรุณาระบุด้วยว่ามีการปรึกษาหารือมากน้อยเพียงใดกับชนเผ่าพื้นเมืองและชุมชนในท้องถิ่น และมีการขอความยินยอมที่เกิดจากความเข้าใจและเกิดขึ้นล่วงหน้าอย่างไร กรณีที่มีกระบวนการตัดสินใจที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิและผลประโยชน์ตามกติกาฯ และให้ยกตัวอย่าง
ข้อ 2 ย่อหน้า 1 – ใช้ประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรที่มีอยู่
​5. กรุณาให้ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการที่เป็นผลที่รัฐภาคีนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาการทุจริตเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรที่มีอยู่ ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเข้าถึงสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และกรุณาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการคุ้มครองที่มีให้กับบุคคลซึ่งเป็นผู้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริต
ข้อ 2 ย่อหน้า 2 – การไม่เลือกปฏิบัติ
​6. กรุณาระบุด้วยว่ารัฐภาคีมีแผนการหรือไม่ที่จะออกกฎหมายต่อต้านการเลือกปฏิบัติอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ๆ ตามที่ระบุไว้ในข้อ 2 ย่อหน้า 2 ของกติกาฯ
​7. กรุณาให้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันเกี่ยวกับจำนวนคนเข้าเมือง ผู้อพยพ ผู้แสวงหาที่พักพิงและบุคคลไร้รัฐในรัฐภาคี โดยจำแนกตามเพศและชาติพันธุ์ และกรุณาอธิบายด้วยว่ารัฐภาคีประเมินและติดตามความคืบหน้าในการปฏิบัติตามข้อบทของกติกาฯ เพื่อประโยชน์ของสมาชิกในกลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้อย่างไร
​8. กรุณาให้ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการที่นำมาใช้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะไร้รัฐ รวมทั้งการเข้าถึงการจดทะเบียนรับรองการเกิดและผลกระทบที่เกิดขึ้น กรุณาให้ข้อมูลเชิงสถิติเกี่ยวกับอัตราการจดทะเบียนรับรองการเกิดในรัฐภาคี โดยจำแนกตามกลุ่มชาติพันธุ์
ข้อ 3 – สิทธิที่เท่าเทียมระหว่างชายหญิง
​9. กรุณาให้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันเกี่ยวกับผลกระทบและผลลัพธ์ของโครงการพัฒนาสตรี ในแง่การส่งเสริมและคุ้มครองการเข้าถึงสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของผู้หญิง (E/C.12/THA/1-2, ย่อหน้า14) รวมทั้งความคืบหน้าในแง่ของการมีสัดส่วนผู้หญิงมากขึ้นในตำแหน่งงานของผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และการขจัดอคติตามรูปแบบเดิมทั้งในแง่บทบาทของหญิงและชายในครอบครัวและสังคม

III. ประเด็นเกี่ยวกับบทเฉพาะกิจของกติกาฯ (ข้อ 6-15)
ข้อ 6 – สิทธิในการทำงาน
​10. กรุณาให้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันเกี่ยวกับระดับการว่างงานของรัฐภาคี โดยจำแนกตามชาติพันธ์ เพศ อายุ ความพิการ และลักษณะประชากรในเมือง/ชนบท
ข้อ 7 – สิทธิที่จะมีสภาพการทำงานที่ยุติธรรมและน่าพึงพอใจ
​11. กรุณาให้ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการที่นำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาการปฏิบัติมิชอบและการเอารัดเอาเปรียบแรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะกรณีที่เป็นแรงงานไม่จดทะเบียน กรุณาระบุด้วยว่ามาตรการใดที่ช่วยประกันให้แรงงานข้ามชาติทั้งหลายสามารถเข้าถึงเสรีภาพในการเดินทาง เข้าถึงบริการด้านสังคมและการศึกษา และเข้าถึงเอกสารส่วนบุคคลได้ในทางปฏิบัติ
​12. กรุณาอธิบายถึงมาตรการที่นำมาใช้เพื่อขจัดการปฏิบัติที่มีลักษณะเป็นการบังคับใช้แรงงาน โดยเฉพาะในภาคประมง และให้ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนการฟ้องร้องคดีและจำนวนและประเภทของบทลงโทษที่นำมาใช้กับนายจ้าง
ข้อ 8 – สิทธิด้านสหภาพแรงงาน
​13. กรุณาอธิบายว่ามีการคุ้มครองสิทธิในการจัดตั้งและเข้าร่วมสหภาพแรงงานทั้งในทางกฎหมายและทางปฏิบัติอย่างไร กรณีที่ไม่ได้เป็นคนชาติ กรณีของบุคลากรด้านการศึกษาในมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน และกรณีของคนงานของหน่วยงานกึ่งรัฐ “องค์กรมหาชน”
ข้อ 9 – สิทธิการประกันสังคม
​14. กรุณาระบุถึงปัญหาท้าทายในการดูแลให้มีประกันสังคมที่ครอบคลุมในทางปฏิบัติ กรุณาอธิบายถึงประเภทของโครงการและแผนงานประกันสังคมที่นำมาใช้กับแรงงานนอกระบบ และให้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันเกี่ยวกับมาตรการที่นำมาใช้เพื่อประกันการเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานและประกันสังคม
ข้อ 10 – การคุ้มครองครอบครัว แม่ และเด็ก
​15. กรุณาให้ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการที่นำมาใช้เพื่อบังคับใช้กฎหมายในการคุ้มครองไม่ให้เด็กตกเป็นเหยื่อการเอาเปรียบทางเพศและเศรษฐกิจ และไม่ต้องเสี่ยงจะต้องทำงานหนักหรือเป็นการปฏิบัติมิชอบ
​16. กรุณาให้ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนคดีการค้ามนุษย์ที่มีการสอบสวนและฟ้องคดี รวมทั้งจำนวนคดีที่ศาลสั่งลงโทษและอัตราโทษที่เกิดขึ้น รวมทั้งจำนวนเหยื่อการค้ามนุษย์ซึ่งได้รับการคุ้มครองการชดเชยเยียวยา และได้รับความช่วยเหลือในรูปแบบอื่น
ข้อ 11 – สิทธิในมาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอ
​17. กรุณาให้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันเกี่ยวกับเส้นแบ่งความยากจนระดับประเทศและจำนวนประชากรที่อยู่ต่ำกว่าเส้นดังกล่าว โดยจำแนกตามชาติพันธ์ เพศ อายุ และลักษณะประชากรในเมือง/ชนบท กรุณาอธิบายด้วยว่ารัฐภาคีมีแผนการจัดทำแผนหรือยุทธศาสตร์ระดับชาติเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนตามแนวทางที่สอดคล้องกับกรอบสิทธิมนุษยชนหรือไม่
​18. กรุณาให้ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนของบุคคลที่ไม่มีบ้านพักอาศัย หรือมีแต่ไม่เพียงพอ และไม่สามารถเข้าถึงโครงสร้างและบริการขั้นพื้นฐานได้ รวมทั้งจำนวนของบุคคลที่อาศัยอยู่ในบ้านที่แออัดยัดเยียดหรือมีโครงสร้างไม่ปลอดภัย กรุณาอธิบายเพิ่มเติมว่ามีการนำมาตรการใดมาใช้เพื่อประกันว่าการปฏิบัติตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เกี่ยวกับการจัดการป่าไม้ ไม่ส่งผลให้เกิดการบังคับโยกย้าย
ข้อ 12 – สิทธิที่จะมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดี
​19. กรุณาให้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันเกี่ยวกับมาตรการที่นำมาใช้เพื่อส่งเสริมจำนวนการเข้าถึงและคุณภาพของบริการสาธารณสุข โดยเฉพาะในเขตชนบทและห่างไกล กรุณาระบุด้วยว่ามีปัญหาใด ๆ ที่ยังเหลืออยู่ในแง่การดูแลให้มีการเข้าถึงบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
​20. กรุณาให้ข้อมูลว่ามีการบังคับใช้มาตรฐานของสารเคมีที่เป็นพิษที่อนุญาตให้มีอยู่ในอาหาร น้ำ และสิ่งแวดล้อมอย่างไร และมีประสิทธิภาพหรือไม่ กรุณาให้ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการลงโทษที่นำมาใช้เมื่อมีการละเมิดมาตรฐานเหล่านี้ รวมทั้งมาตรการเยียวยาที่เกิดขึ้น อย่างเช่น การจัดให้มีการเยียวยาต่อผู้เสียหาย
​21. กรุณาให้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันเกี่ยวกับมาตรการที่นำมาใช้เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงบริการและโครงการอนามัยเจริญพันธุ์และบริการทางเพศ รวมทั้งอัตราการทำแท้งของรัฐภาคีในช่วงที่มีการทำรายงานฉบับนี้
ข้อ 13 และ 14 – สิทธิด้านการศึกษา
​22. กรุณาให้ข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการเข้าเรียนต่อในโรงเรียน รวมทั้งอัตราการออกจากโรงเรียนกลางคันในระดับต่าง ๆ โดยจำแนกตามชาติพันธ์ เพศ อายุ ความพิการ และลักษณะประชากรในเมือง/ชนบท มีการนำมาตรการใดมาใช้เพื่อเพิ่มอัตราการเรียนต่อและการศึกษาต่อในระบบโรงเรียน?
​23. กรุณาให้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันเกี่ยวกับมาตรการที่นำมาใช้เพื่อคุ้มครองสิทธิด้านการศึกษาในจังหวัดชายแดนใต้ เมื่อพิจารณาถึงการโจมตีทำร้ายอย่างต่อเนื่องกับครูและโรงเรียน
ข้อ 15 – สิทธิด้านวัฒนธรรม
​24. กรุณาให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการที่นำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาการสูญหายไปของภาษาของกลุ่มชาติพันธุ์ในรัฐภาคี
​25. กรุณาให้รายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการที่นำมาใช้เพื่อประกันไม่ให้มีการนำกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพไปใช้ในทางที่ผิด โดยใช้เพื่อควบคุมจำกัดสิทธิของบุคคลทุกคนในการเข้าร่วมชีวิตทางวัฒนธรรม ในการมีเสรีภาพที่จำเป็นเพื่อสร้างสรรค์วัฒนธรรม และในด้านการใช้อินเตอร์เน็ต

Advertisements

Opposing the amendment of Article 46 of the Act on the Organization of Military Court B.E.2498

Human rights organisations
Press Release
Opposing the amendment of Article 46 of the Act on the Organization of Military Court B.E.2498
: The amendment shall enable the military to hold in custody civilians beyond judicial review

For immediate release on 6 February 2015

On 9 December 2014, the Cabinet proposed the Draft Act on the Organization of Military Court B.E…. to the National Legislative Assembly (NLA) in order to amend the existing Act on the Organization of Military Court B.E.2498. Of specific concern are amendments made to Article 46, granting military authorities the power to hold civilians in custody for up to 84 days without judicial review. The undersigned human rights organizations deem the amendment to be in breach of the Criminal Procedure Code and international human rights principles and call for it to be withdrawn. The draft law as it stand would increase the vulnerability of individuals to further human rights violations, particularly to torture and other forms of ill treatment.

We the undersigned state our specific objections to the amendments as follows:

1. NCPO Announcement No. 37/2557 “Offences under Jurisdiction of the Military Court”, permits for civilians to be tried by military courts on a number of offences which have no relation to military affairs.

Nevertheless, the holding in custody of a person still remains subject to the Criminal Procedure Code. In other words, a suspect has to be brought before a Criminal Court within 48 hours of arrest to file custody, and that custody can only be extended under the purview of a Criminal Court every 12 days.

This process allows for judicial oversight on the holding in custody of a person and to prevent any arbitrary exercise of power. However, the proposed amendment to Article 46 would empower the incumbent Supreme Commander of the military to hold a suspect in custody by invoking the Criminal Procedure Code if there is “an unavoidable circumstance” or “when warranted by other necessities”, and shall make it impossible for the person in custody to request a judicial review.

This would hand immense power to military authorities, granting them unilateral discretion on whether to take a person into custody or not. This would give rise to the deprivation of the rights and liberties of a suspect, as an individual can be placed in official custody without any reasonable grounds and without any necessities regarding legal action.

This will certainly override the traditional checks and balances accorded to the judiciary to ensure accountability and may lead to arbitrary or unlawful detention. In fact, according to existing Article 87 of the Criminal Procedure Code, an inquiry official already has the power to propose the further holding in custody of a person should there be any unavoidable circumstances or when warranted by other necessities. There is no need to promulgate a new provision redundant to the existing one.

2. In addition, the second paragraph of Article 46 states that even after the end of such unavoidable circumstances or necessities, if there is still grounds which requires the further detention of a suspect, the incumbent supreme commander of the military unit may order the holding of the suspect within the period of time as provided for in the Criminal Procedure Code’s provisions concerning detention. This clause shall allow military officials whose mandates are not related to the interrogation of a person held in custody to exercise their power to hold that person in custody without having to state any clear reasons and without transparency. Also, it deprives the suspect of the guarantee of access to justice processes, including the right to be visited by relatives, the right to access to a lawyer and the right to have access to a medical doctor.

3. Thailand is a state party to the UN Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment (UNCAT). In essence, the Convention purports to be a pledge of commitment to the world by a state party such as Thailand showing its endeavors to realize the absolute probation against torture. Efforts have continually been made to amend the law and change the practice accordingly since Thailand became a state party in 2007. A key recent example is the proposed Draft Prevention and Suppression of Torture and Enforced Disappearance Act B.E….., which has been drafted by the Ministry of Justice. But the proposed amendment of Article 46 of the Act on the Organization of Military Court would infringe on the principles upholding the rights and liberties of people as provided for by the Criminal Procedure Code and will inevitably make people vulnerable to the further violation of their rights as enshrined in the Convention.

The undersigned human rights organizations, therefore, urge Gen. Prayuth Chan-ocha as Prime Minister, to immediately withdraw the draft amendment. Any amendment to be made must rest on the rule of law and must aim to uphold human rights protections, in particular the right to a fair trial and the treatment of a person being held in custody strictly based on human rights principles in order to establish a universal tradition embraced in all modern democracies.

With respect to the rights and liberties of the people
1. Cross Cultural Foundation (CrCF)
2. Thai Lawyers for Human Rights (TLHR)
3. Human Rights and Development Foundation (HRDF)
4. Human Rights Lawyers Association (HRLA)
5. Union for Civil Liberties (UCL)
6. Prorights Foundation
7. MUSLIM ATTORNEY CENTRE FOUNDATION (MAC)
8. ENLAWTHAI Foundation
9.Justice for Peace Foundation