Uncategorized

คัดค้านการควบรวมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและผู้ตรวจการแผ่นดิน

องค์กรสิทธิมนุษยชน
แถลงการณ์ร่วม
คัดค้านการควบรวมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและผู้ตรวจการแผ่นดิน
เผยแพร่วันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๘
ตามที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ในหมวด ๒ การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐส่วนที่ ๕ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ตอนที่ ๔ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตอนที่ ๕ ผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยเสนอให้มีการควบรวมทั้งสององค์กรเข้าด้วยกันเมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๘ โดยที่ประชุมได้มีการพิจารณามีความเห็นไปในทางเดียวกันว่าให้รอการพิจารณาไว้ก่อนโดยไปศึกษาข้อดี ข้อเสียในการควบรวมทั้งสองหน่วยงานเข้าด้วยกันเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในคราวต่อไป และมีมติให้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นคณะหนึ่งเพื่อศึกษาแนวทางในการควบรวมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและผู้ตรวจการแผ่นดินเข้าด้วยกันนั้น
สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน(สนส.)และองค์กรที่มีรายชื่อท้ายแถลงการณ์ฉบับนี้ ขอคัดค้านการควบรวมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและผู้ตรวจการแผ่นดินเข้าด้วยกัน โดยขอแสดงความเห็นและข้อเสนอแนะประกอบความคิดเห็นดังต่อไปนี้

๑. ที่มาและเจตนารมณ์ของการก่อตั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและผู้ตรวจการแผ่นดินในระดับสากล
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติถือเป็นสถาบันระดับชาติด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามหลักการปารีส (Paris Principles)ซึ่งเกิดขึ้นจากผลการประชุม International Workshop on National Institutions for the Promotion and Protection of Human Rights ในปีค.ศ.๑๙๙๑ และได้รับการรับรองตามมติที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติที่ ๔๘/๑๓๔ ลงวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๑๙๙๓ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ปัจจุบันมีสถาบันระดับชาติด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนกว่า ๑๐๖ ประเทศทั่วโลก
ในขณะที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือ Ombudsman นั้น มีที่มาจากประเทศสวีเดน ก่อตั้งขึ้นในราวปี 1809 ให้ทำหน้าที่ต่างพระเนตรพระกรรณของพระเจ้าแผ่นดิน บรรเทาทุกข์เดือดร้อนของประชาชนที่เกิดจากความอยุติธรรมอันเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อประเทศสวีเดนเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย แนวคิดเรื่อง Ombudsman จึงยังคงอยู่แต่องค์กรผู้ใช้อำนาจนี้ คือ สภาผู้แทนราษฎร จึงเรียกว่า “ผู้ตรวจการรัฐสภา” คือ ทำหน้าที่แทนฝ่ายนิติบัญญัติในการเยียวยาแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนอันเกิดจากการกระทำที่ไม่เป็นธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ อันเป็นบทบาทขององค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจรัฐ ที่สำคัญองค์กรหนึ่งที่ยึดโยงกับตัวแทนของผู้ใช้อำนาจอธิปไตย
เมื่อพิจารณาจากที่มาขององค์กรทั้งสองในระดับสากลจะเห็นว่าเจตนารมณ์ของการจัดตั้งและภารกิจนั้นแตกต่างกัน กล่าวคือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมุ่งแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ส่วนผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นมีวัตถุประสงค์ตรวจสอบการใช้ฝ่ายปกครองมิให้ใช้อำนาจตามอำเภอใจในการดำเนินการบริหารบ้านเมือง
๒.อำนาจหน้าที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและผู้ตรวจการแผ่นดินในประเทศไทย
ในประเทศไทยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และผู้ตรวจการแผ่นดิน มีที่มาจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ๒๕๔๐ และรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ โดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่สำคัญ คือ การตรวจสอบและรายงานการกระทําหรือการละเลยการกระทํา อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ หรือไม่เป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่ ประเทศไทยเป็นภาคีและเสนอมาตรการการแก้ไขที่เหมาะสมต่อบุคคลหรือหน่วยงานที่กระทํา หรือละเลยการกระทําดังกล่่าว การเสนอนโยบายกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการส่งเสริมการศึกษาสิทธิมนุษยชน
ส่วนอำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจหน้าที่สำคัญ คือ ในการพิจารณาและสอบสวนหาข้อเท็จจริงกรณีการร้องเรียนว่า ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่นไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปฏิบัตินอกเหนืออำนาจหน้าที่ หรือการปฏิบัติหรือละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ร้องเรียนหรือประชาชนโดยไม่เป็นธรรม รวมถึงการตรวจสอบการละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายขององค์กรตามรัฐธรรมนูญและองค์กรในกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ไม่รวมถึงการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีของศาล
เมื่อพิจารณาถึงอำนาจหน้าที่ดังกล่าว แม้ทั้งสององค์กรจะเป็นองค์กรอิสระ และมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการร้องเรียนเช่นเดียวกัน แต่เนื้อหาและวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบมีความแตกต่างกัน กล่าวคือ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนมุ่งตรวจสอบและคุ้มครองการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ หรือตามสนธิสัญญาที่ประเทศไทยมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตาม ไม่ว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้นจะเกิดจากการกระทำของบุคคลใด ส่วนผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นมุ่งตรวจสอบการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐตามกฎหมายโดยการกระทำดังกล่าวอาจจะไม่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนก็ได้
อย่างไรก็ตามแม้มีบางกรณีที่สามารถร้องเรียนได้ทั้งสององค์กรคือกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเจ้าหน้าที่รัฐ แต่เมื่อมีการตรวจสอบหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบของทั้งสององค์กรย่อมมีความแตกต่างกัน เพราะนอกจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนจะต้องตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายแล้ว ยังต้องพิจารณาว่ากรณีดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่อย่างไร ซึ่งจะนำไปสู่ข้อเสนอในเชิงนโยบายและกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับพันธกรณีดังกล่าว ประชาชนจึงย่อมได้รับความคุ้มครองสิทธิมากกว่าการพิจารณาโดยอาศัยบทบัญญัติทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว

สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน และองค์กรข้างท้ายนี้ เห็นว่าการที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะพิจารณาควบควบหน่วยงานทั้งสองเข้าด้วยกัน โดยอ้างว่าเป็นเพราะอำนาจหน้าที่ของทั้งสองหน่วยงานคล้ายคลึงกันนั้น ย่อมเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในเจตนารมณ์และภารกิจขององค์กร และขอเสนอแนะให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พิจารณายกร่างบทบัญญัติให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นหน่วยงานอิสระแยกจากกันเป็นสองหน่วยงาน อันสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ และ ๒๕๕๐ และจะนำไปสู่การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนต่อไป

ด้วยความเคารพต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน
. สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.)
. สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.)
. มูลนิธิส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (Prorights Foundation)
. มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF)
. มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (มสพ.)
. มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLaw)
. มูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพ
. มูลนิธิศักยภาพชุมชน
. คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)
. มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ (Homenet)
. คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.)
. ศูนย์ข้อมูลสิทธิมนุษยชนและสันติธรรม (สสธ.)
. คณะทำงานไทยเพื่อกลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียน
. พิพิธภัณฑ์แรงงานไทย
. เครือข่ายผู้หญิงอีสาน
. ศูนย์กฎหมายสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา
. มูลนิธิพิทักษ์สตรีและเด็ก
. มูลนิธิชุมชนไท
. ศูนย์ศึกษาและฟื้นฟูนิเวศวัฒนธรรมชุมชนเทือกเขาเพชรบูรณ์
. เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน
. เครือข่ายทรัพยากรภาคเหนือตอนล่าง
. สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ(สกน.)
. เครือข่ายสลัมสี่ภาค
. ศูนย์ข้อมูลสิทธิมนุษยชนและสันติภาพ ภาคอีสาน
. กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมศึกษา
. ศูนย์ส่งเสริมศักยภาพประชาชนนครราชสีมา
. สถาบันชุมชนอีสาน
. โครงการป่าชุมชน
. โครงการทามมูน
. ขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย
. สมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ
. สมาคมลุ่มน้ำสายบุรี
. สมาคมส่งเสริมสิทธิชุมชน
. คณะทำงานวาระทางสังคม
. เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก
. คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย
. ผู้แทนไทยในคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
. สมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (สคส.)
. เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย
. สภาชนเผ่าพื้นเมืองประเทศไทย
. สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย
. สมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (สคส.)
. มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
. สมาคมส่งเสริมศักยภาพสตรีพิการ
. เครือข่ายพิทักษ์สิทธิชุมชนเขาคูหา อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
. นายสมชาย หอมลออ
. นางสุนี ไชยรส
. ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี
. นายชำนาญ จันทร์เรือง
. นางสาวดาราราย รักษาสิริพงศ์
. นายสรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์

25580129-185404.jpgร่วม

Advertisements